ไม่ใช้นามสกุลร่วม! แมดด็อกซ์ ให้การ แบรด พิตต์ ใช้ความรุนแรงในครอบครัว
ดูท่าจะไม่จบง่ายๆ กับคดีความการหย่าร้างและสิทธิในการเลี้ยงดูลูกของอดีตคู่รักคนดัง แองเจลินา โจลี และ แบรด พิตต์
ล่าสุดแมดด็อกซ์ลูกชายคนโตของทั้งคู่ ก็ได้ให้การเป็นพยานฟ้องพ่อของเขาในดคีดังกล่าวด้วย
“แมดด็อกซ์ได้ให้ปากคำแล้วเรียบร้อย ซึ่งมันไม่ค่อยจะดีสักเท่าไรสำหรับแบรด” แหล่งข่าวรายหนึ่งได้บอกกับทางอัส วีกลีย์ “เขาไม่ได้ใช้นามสกุลพิตต์แต่ใช้โจลี ในเอกสารด้วย ซึ่งนั่นไม่ถูกต้องตามกฏหมาย แมดด็อกซ์อยากจะเปลี่ยนนามสกุลของเขามาเป็นโจลี ซึ่งแองเจลินาไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้”

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา โจลีได้ยื่นเอกสารใหม่ต่อศาล กล่าวหาว่าพิตต์กระทำการรุนแรงในครอบครัว ในเอกสารระบุว่านักแสดงสาวและลูกๆ ได้แก่ แมดด็อกซ์ 19 ปี ,แพ็กซ์ 17 ปี , ซาฮารา 16 ปี, ไชโลห์ 14 ปี และ น็อกซ์ กับ วิเวียน ฝาแฝด อายุ 12 ปี ยินดีที่จะให้หลักฐานและอำนาจในการสนับสนุน ในข้อกล่าวหาที่มีต่อแบรด พิตต์
ย้อนไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 แผนกเด็กและบริการครอบครัวของลอสแองเจลิส สรุปการสอบสวนว่าพิตต์ไม่มีความผิดเรื่องการละเมิดเด็ก จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับแมดด็อกซ์บนเครื่องบินส่วนตัวของครอบครัว
“แผนกเด็กและบริการครอบครัวลอสแองเจลิส พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขาได้อย่างเร็ว แต่คดีก็ยังคงเปิดอยู่และมีการจัดการอย่างระมัดระวัง เพราะทางแผนกมีการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง” แหล่งข่าววงในกล่าว

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับพิตต์ระบุว่าการยื่นฟ้องใหม่ในครั้งนี้ของโจลี เป็นความพยายามที่จะเอาคืนฝ่ายชาย
“ในช่วงสี่ปีครึ่งที่ผ่านมา มีการร้องเรียนมากมายจากแองเจลินาที่ได้รับการตรวจสอบและไม่ได้รับการพิสูจน์ เด็ก ๆ เคยถูกเธอใช้เพื่อทำร้ายแบรดมาก่อนและนี่เป็นพฤติกรรมที่มากกว่านั้น การรั่วไหลของเอกสารโดยทนายความชุดที่สี่หรือห้าของเธอ เกิดขึ้นก็เพื่อทำร้ายแบรด”
แองเจลินา โจลี ฟ้องหย่า แบรด พิตต์ ในเดือนกันยายน 2559 หลังจากที่พวกเขาแต่งงานกันได้ 2 ปี ทั้งคู่ประกาศสถานะโสดอย่างถูกต้องตามกฎหมายในเดือนเมษายน 2562 แต่การดำเนินการหย่าร้างของทั้งคู่ยังคงอยู่
ช่วงกลางปี 2563 มีรายงานข่าวว่า พิตต์และแมดด็อกซ์ยังคงไม่ได้เจอหน้ากัน และเขาก็ไม่ได้พูดคุยกับแพ็กซ์ด้วย ซึ่งพิตต์เองรู้สึกว่าการสูญเสียแมดด็อกซ์เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามลูกชายของเขาก็ยังไม่เปิดกว้างที่จะยอมรับเขา
ขอบคุณที่มา : dailymail, Us Weekly