นางเอกสาว ช่อง 3 เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ร่วมเป็นจิตอาสาที่สนามหลวง โดยในไอจีของนักธุรกิจหนุ่ม กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ ไฮโซหนุ่มคนสนิทของนางเอกสาว ได้โพสต์ภาพเดินแจกพัดให้กับประชาชนที่เดินทางสักการะ แสดงความอาลัยในหลวง และรวมพลังร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ร่วมกับสาวเจนี่ด้วย

s__4931769s__1401384 s__1401382

ขณะที่นางเอกสาว ช่อง 7 เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า ยังคงเป็นจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้ นำพัดและยาดมมาแจกให้ประชาชนที่บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ก่อนที่สายฝนจะเทลงมาอย่างหนัก

โดย ‘เกรซ’ เผยว่า “วันนี้ทราบอยู่แล้วว่าจะต้องมีประชาชนเดินทางมาที่นี่เป็นจำนวนมาก เลยเตรียมพัดและยาดมเพื่อมาแจก แต่ว่ายังไม่ได้มีโอกาสร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีในช่วงบ่าย เนื่องจากว่าเพิ่งมาถึง พอดีช่วงเช้าไปทำบุญวันเกิดของน้องสาวมา ตั้งใจว่าจะร่วมจุดเทียนและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีในช่วงกลางคืน ส่วนตัวได้มีโอกาสเห็นภาพบรรยากาศที่ประชาชนมาร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีในช่วงบ่ายแล้ว รู้สึกตื่นตันใจมาก และเป็นเพลงเพราะที่สุดเลย รวมถึงเป็นภาพประทับใจที่ประชาชนจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำครั้งนี้ แม้ว่าอากาศในช่วงบ่ายจะร้อนขนาดไหน แต่ก็ไม่มีใครย่อท้อขนาดเกรซเห็นแค่ภาพในโซเชียลเน็ตเวิร์กยังร้องไห้ตามเลยค่ะ”

s__24895498

“ด้วยความที่ยังไม่เคยเกิดมาในช่วงที่มีประวัติศาสตร์แบบนี้ นี่หรือคือความรู้สึกของคนสมัยก่อนที่ต้องสูญเสียพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รัก แต่การได้มาช่วยแจกของเล็กๆ น้อยๆ ให้ประชาชนทำให้รู้สึกว่าได้ใกล้และหายคิดถึงพระองค์ท่าน อย่างน้อยก็ยังได้ทำอะไรดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ หลังจากนี้ก็บอกตัวเองตลอดว่าถ้าว่าง ทำงานเสร็จก็จะมาที่นี่ให้ได้มากที่สุด ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อยและเพลียมาก แต่เป็นความสุขใจมากๆ” นางเอกสาวกล่าว

s__4931711

ด้าน นิว-วงศกร ปรมัตถากร เผยว่า ความรู้สึกหลังจากมาร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี วันนี้ที่คนหลายหมื่นคนมาเพื่อร้องเพลงให้พระองค์ท่าน ผมอยากให้มันเป็นงานอื่นไม่อยากให้เป็นงานที่พระองค์ท่านจากไป แต่สุดท้ายแล้วเราก็ต้องยอมรับความจริง ผมเชื่อว่าคนไทยคงทำใจยาก เพราะพระองค์ท่านอยู่กับเรามานานมาก ผมเกิดมาก็เห็นพระองค์ท่านแล้ว ตลอดเวลาผมคิดเสมอว่าท่านจะอยู่กับเราไปตลอด ไม่คิดว่าจะมีวันนี้มันคือการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว และไม่ว่ายังไงพระองค์ท่านจะอยู่ในใจเราตลอดไป ท่านไม่ได้จากเราไปไหน(น้ำตาคลอ) คงไม่มีคำพูดใดที่แสดงออกถึงความรู้สึกเราได้ แต่สิ่งที่เราทำได้ คือ ลงมือทำ น้อมนำพระราชดำริของพระองค์ท่านมาปฏิบัติตาม ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด รักกันให้มากๆ ไม่ใช่บอกว่ารักพระองค์ท่าน แต่ไม่ทำอะไรเลย”

“ผมเองยังไม่เคยเข้าเฝ้าพระองค์ท่านจะเรียกว่าอาภัพก็ได้ เพราะผมมีโอกาสหลายครั้ง แต่ไม่เคยได้รับเสด็จพระองค์ท่านเลยสักครั้งเดียว แต่เคยได้เล่นละครเทิดพระเกียรติของพระองค์ท่านเรื่องน้ำและป่าแห่งศรัทธา ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นการนำคำสอนของพ่อมาถ่ายทอดให้คนไทยทุกคนได้รับรู้ว่าพ่อสอนอะไรเราบ้าง และต่อจากนี้ผมก็ตั้งใจว่าจะทำหน้าที่ของตนเองให้เต็มที่ และเป็นคนดีตอบแทนประเทศไทย” พระเอกหนุ่มกล่าว

s__4931708

ด้าน มด ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ เผยว่า จุดที่ยืนอยู่กลางแดด ประชาชนแน่น เห็นว่ามีคนเป็นลมเยอะมาก เราเองเห็นแบบนั้นก็เป็นห่วง ความรู้สึกในวันนี้ ตอนร้องเพลงรู้สึกขนลุก ภาพของพ่อหลวงวิ่งเข้ามาในหัวเยอะมาก คือ ท่านยังคงอยู่ในใจของทุกคน แต่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้เพราะอิ่มอยู่ในใจ ถามว่าเศร้าไหมก็เศร้า แต่เราเองก็ยังแปลกใจว่าทำไมวันนี้ไม่ร้องไห้เพราะที่ผ่านมาร้องไห้ตลอดคงเป็นเพราะเรานึกถึงคำพูดของพ่อที่ท่านบอกไว้ครั้งที่สมเด็จย่าเสียว่า เป็นเรื่องธรรมดา เราต้องเดินหน้าต่อ กลายเป็นว่าสิ่งที่ท่านบอกติดอยู่ในหัวเราไปเลย ท่านทำเพื่อคนไทย เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับเรา เราต้องเข้มแข็งและอยู่ด้วยตัวเอง อย่าลืมว่าหน้าที่ของเราคืออะไร เพราะทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อไป เรารู้สึกอิ่มอยู้ข้างในว่านี่แหละคือกษัตริย์ที่แท้จริง กษัตริย์ที่ติดดิน จริงๆ ท่านจะประทับอยู่ในวังก็ได้ ไม่จำเป็นต้องออกไปเยี่ยมพสกนิกรก็ได้ แต่ท่านไปไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนก็ยังเลือกที่จะเดินทางไปเพื่อประชาชนชาวไทย ทุกคนรู้อยู่แล้วว่ายังไงคนไทยก็รักกัน และทุกคนรักพ่อหลวงเหมือนกันซึ่งเรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้นถึงคนยืนข้างๆ จะเป็นคนที่เราไม่รู้จัก แต่ก็รับรู้ได้ว่าเขารู้สึกเหมือนเรา”

s__4931706

ด้าน แมค-วีรคณิศร์ วัฒนกานต์กุล ที่มาร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ที่สนามหลวง เผยว่า “เป็นการร้องที่พร้อมกับชาวไทยเยอะขนาดนี้ ทุกคำที่ผมร้องในวันนี้ผมร้องจากใจ และให้ความสำคัญกับทุกคำ พ่อที่อยู่บนฟ้ามองลงมา เราก็อยากส่งความรู้สึกท่านคงดีใจ เพลงนี้มันเป็นเพลงที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทย เป็นเพลงที่ทำไว้เพื่อระลึกว่าเราคิดถึงพ่อ และเตือนสติเราในการใช้ชีวิตหลังจากนี้”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเห็นบรรยากาศในวันนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง “รู้สึกว่าถ้าคนทำเยอะแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่สามัคคีกันมันก็ไม่สวยงาม แต่วันนี้ทุกคนสามัคคีกันเป็นสิ่งที่น่ารักมาก แต่ครั้งนี้ผมไม่มีน้ำตา เพราะผ่านช่วงเวลามาสักระยะหนึ่งแล้ว ความโศกเศร้าก็เบาบาง แต่มีความปลื้มปีติที่ได้ร้องเพลงให้ท่าน และรู้สึกว่าเราจะไม่ร้องด้วยความเศร้า แต่จะร้องด้วยความสุขเพื่อส่งท่าน เราจะรักกันให้เห็น พอเราได้เห็นคนช่วยเหลือกันมันเป็นความน่ารักที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว สิ่งนี้มันคือการแสดงพลัง ผมหวังว่าหลังจากนี้ทุกคนจะใช้ชีวิตกันต่อไป ไม่ต้องให้ข้าว ให้น้ำ ขนม แต่ให้น้ำใจต่อกัน ให้ความตั้งใจดีต่อกัน เพราะนั่นคือสิ่งที่พ่อน่าจะภูมิใจที่สุด ในส่วนของคำสอนของพ่อหลวงนั้น ผมยึดความพอเพียง เป็นคำสั้นๆ ที่ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย ทุกชนชั้นและทุกฐานะ ทุกอาชีพ ทุกศาสนา พอเพียง คือ การเดินสายกลางใช้ให้พอดีกับที่เรามี อย่าใช้เกินตัว ดูแลตัวเองให้พอดีที่สุดอย่างที่พ่อบอก”

ถามว่าในวันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา พอทราบข่าวว่าท่านสวรรคตตอนนั้นรู้สึกอย่างไร “กำลังขับรถอยู่กับแม่เพื่อจะไปงาน แต่พอรู้ข่าว แม่ก็พูดขึ้นมาว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ นะลูก แม่เคยร้องไห้เสียใจเพราะเสียคุณตา เป็นอารมณ์ที่ไม่ทันตั้งตัวจริงๆ นี่คือ ครั้งที่ 2 ในชีวิตของแม่ที่รู้สึกแบบนี้ผมก็เลยร้องไห้ไปด้วยกับแม่ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดจริงๆ ในขณะที่เราเศร้า เรากลับมาที่บ้านได้คิดทบทวนว่าการที่ในหลวงท่านจากไปแบบนี้ท่านเหนื่อยมามาก ท่านพะยุงประเทศมานานมาก ในขณะที่ท่านป่วยท่านก็ต้องพยายามให้ตัวท่านเองแข็งแรงที่สุด เพื่อรักษาประเทศนี้ให้สมดุลทุกอย่าง ผมคิดว่าท่านทำงานเหนื่อยมากแล้ว ที่ท่านสิ้นเป็นเวลาของท่าน เราไม่ควรเศร้าโศกให้มากนัก การแสดงความรักผมนับถือแต่ว่าเราจะเดินหน้าต่ออย่างมีคุณธรรม ผมเชื่อว่านั่นคือสิ่งที่ในหลวงมองมา และปลื้มใจมากที่สุดแล้ว เรามัวแต่เศร้าแล้วประเทศชาติไม่เดินหน้าต่อพระองค์ท่านก็คงไม่มีความสุข ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้”

“ผมเชื่อว่าทุกคนรักพ่อหลวง เราโศกเศร้า มันเป็นการแสดงออกถึงความรัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและสวยงามมาก สุดท้ายอยากให้กลับมามีสติ เพราะเราต่างมีหน้าที่ของตัวเอง มีหน้าที่เป็นพ่อ แม่ลูก และต่างๆอะไรก็ตามเราก็ต้องกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน