ตั้งแต่โครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศของ “ตูน บอดี้สแลม” และทีมงานได้เริ่มขึ้น และตลอดระยะทางจากเบตง ยะลา-แม่สาย เชียงราย หลายคนที่ติดตามคงได้เห็นหน้าของ 2 ชายผู้มีใบหน้าเคร่งขรึม คือ “หมู่เอียด” หรือส.อ.สุพิศ จันทรันต์ พลสูทกรรม หมวดบริการ กองร้อยรบพิเศษที่ 4 ค่ายฝึกพิเศษสิชลร้อย.ฝรพ.ทภ.4 และ “จ่าซัน” จ.ส.อ.อนุลักษณ์ แก้วชะโน สห.มณฑลทหารบกที่ 42 จ.สงขลา 2 เจ้าหน้าที่ทหารที่ทำหน้าที่วิ่งประกับเป็นองครักษ์พิทักษ์ตูน บอดี้สแลม และหลังจากที่โครงการดังกล่าวจบลง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ก็ได้มอบประกาศเกียรติคุณให้กับบุคคลทั้ง 2 ด้วย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. “ก้อย รัชวิน” ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพลงในอินสตาแกรมส่วนตัวชื่อ “rachwinwong” ถึงความประทับใจและความรู้สึกที่มีต่อ “หมู่เอียด” และ “จ่าซัน” รวมถึงเรื่องที่ใครหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน ว่าบุคคลทั้ง 2 คน เคยจะไม่ได้วิ่งต่อจนถึงแม่สายด้วย นอกจากนี้ ยังได้เชิญชวนแฟนคลับทุกคนร่วมแสดงความยินดีให้กับบุคคลทั้ง 2 ดังกล่าว

ก้อยรัชวิน ระบุบางช่วงจากโพสต์ว่า “จำได้ดีวันที่วิ่งพี่ซันและพี่เอียดครั้งแรก พี่ทั้งสองคนจะค่อนข้างขรึมและไม่ค่อยพูด ด้วยความที่พี่ทั้งสองเป็นทหาร จึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขึงขัง ตั้งใจ ตอนแรกพี่ซันแค่จะมาช่วยวิ่งในช่วงที่เข้าหาดใหญ่ เพราะเป็นช่วงที่ประชาชนเยอะมาก จนทีมงานไม่สามารถดูแลได้ทั้งหมด หลังจากนั้น พี่ซันก็หายไปซัก 2-3 วันแล้วก็กลับมา ทีมงานเล่าให้ฟังว่าพี่ซันกลับไปขออนุญาตจากกรมทหารที่สังกัดอยู่เพื่อจะมาช่วยรักษาความปลอดภัยให้พี่ตูนจนถึงแม่สายด้วยตัวเอง”

 

My Hero พี่ซันและพี่เอียด จำได้ดีวันที่วิ่งพี่ซันและพี่เอียดครั้งแรก พี่ทั้งสองคนจะค่อนข้างขรึมและไม่ค่อยพูด ด้วยความที่พี่ทั้งสองเป็นทหาร จึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขึงขัง ตั้งใจ ตอนแรกพี่ซันแค่จะมาช่วยวิ่งในช่วงที่เข้าหาดใหญ่ เพราะเป็นช่วงที่ประชาชนเยอะมาก จนทีมงานไม่สามารถดูแลได้ทั้งหมด หลังจากนั้น พี่ซันก็หายไปซัก2-3วันแล้วก็กลับมา ทีมงานเล่าให้ฟังว่าพี่ซันกลับไปขออนุญาตจากกรมทหารที่สังกัดอยู่เพื่อจะมาช่วยรักษาความปลอดภัยให้พี่ตูนจนถึงแม่สายด้วยตัวเอง พี่ซันเปรียบเสมือนทัพหน้าที่คอยดูแลพี่ตูน คอยเตือนประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุใดๆทั้งต่อตัวพี่ตูนเองและผู้คนโดยรอบ ก้อยเคยดูข่าวที่มีนักข่าวมาสัมภาษณ์พี่ซัน เค้าตอบว่า “ถ้าเป็นไปได้ อยากจะรับความเจ็บไว้เอง ไม่อยากให้พี่ตูนต้องเจ็บ” ??? ส่วนพี่เอียด นายทหารหนุ่มอดีตนักวิ่งมาราธอนทีมชาติไทย เจ้าของสถิติ 2 ชั่วโมง 40 นาที ตอนแรกพี่เอียดก็ตั้งใจวิ่งแค่ช่วงจ.นครศรีธรรมราชอย่างเดียว เนื่องจากเป็นบ้านเกิดของแก “ผมส่งแค่นี้นะพี่ตูน” ก้อยยังจำประโยคที่แกร่ำลาพี่ตูน ด้วยสำเนียงชาวใต้พร้อมท่าทีที่อ่อนน้อม แต่วันต่อมา แกก็กลับมาวิ่งอีกและขออยู่ยาวไปจนถึงแม่สาย พี่เอียดเปรียบเสมือนทัพหลังของพี่ตูน คอยดูแลและป้องกันไม่ให้พี่ตูนต้องบาดเจ็บระหว่างทาง แม้กระทั่งเอาตัวเองเข้าไปกั้นเป็นเกราะกำบัง ไม่ใช่เพื่อต้าน”แรงศรัทธา”ของมวลชนที่มีต่อตัวพี่ตูน แต่พี่เอียดช่วยลด”แรงปะทะ”ให้เข้าไปถึงพี่ตัวพี่ตูนได้อย่างนุ่มนวลที่สุด พี่ทั้งสองคนไม่ได้เป็นเพียงแค่รั้วของชาติ แต่พี่ยังเสียสละร่างกายมาเป็นเกราะกำบังให้พี่ตูน หลายครั้งที่ก้อยเห็นพี่เอียดและพี่ซันต้องเจ็บ แต่เค้าก็ไม่เคยพูดหรือบ่นซักคำ ยังคงเดินหน้า #ก้าว ต่อไปกับพี่ตูน โดยไม่ห่วงตัวเองเลย เมื่อ3 วันที่แล้ว ผบ.ทบ.ได้มอบประกาศกองทัพบก เพื่อชมเชยผลการปฏิบัติงานร่วมกิจกรรม #ก้าวคนละก้าวเพื่อ11โรงพยาบาลทั่วประเทศ ก้อยเห็นภาพแล้วน้ำตาไหล ดีใจกับพี่ทั้งสองคนมากๆ สิ่งที่พี่สองคนทำเพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน แต่ก็ไม่อาจปกปิด “ความดี” นี้ไว้ได้ ก้อยอยากให้ทุกคนร่วมยินดีกับพี่ซันพี่เอียด และขออวยพรให้พี่ทั้งสองคนมีแต่ความสุข ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และสุขภาพแข็งแรงตลอดไป และสุดท้าย “พ่อเสือยิ้มยาก” ทั้งสองคนของก้อยในวันแรก ก็กลายมาเป็นพี่ชายที่ขี้เล่น ขี้แกล้ง(คนอื่น)ในวันสุดท้าย และกลายเป็นอีกสองคนในครอบครัว #ก้าวคนละก้าว ที่พวกเราทุกคนรักและนับถือใจมากที่สุด . ดีใจและเป็นเกียรติที่สุดที่ได้ร่วมวิ่งไปกับจ่าซันและหมู่เอียดค่ะ ❤

A post shared by rachwinwong (@rachwinwong) on

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน