ต่อ ธนภพ บอกรอลุ้นปลายปีนี้ ประกบคู่นางเอกรุ่นพี่ แมท ภีรนีย์ รับเป็นคนจีบ พี่แอน ทองประสม อยากร่วมงานด้วยมานาน
ทำเอาแฟนๆ ลุ้นรอคอยด้วยความตื่นเต้น กับกระแสข่าวการประกบคู่ของพระเอกหนุ่ม ต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร กับนางเอกรุ่นพี่ แมท ภีรนีย์ คงไทย ละครของผู้จัดคนเก่ง แอน ทองประสม ล่าสุด มีโอกาสเจอ หนุ่มต่อ ที่มาร่วมงานเปิดตัวพรีเซนเตอร์ใหม่ น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ได้ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าร่วมงานละครของ พี่แอน และนางเอกรุ่นพี่ แมท ภีรนีย์
คนก็ยังรอลุ้นงานแสดงของเราที่มีข่าวประกบคู่ แมท ภีรนีย์ ของผู้จัดแอน ทองประสม? “ปลายปีๆ รู้เลย (แสดงว่า?) พี่เขาเปิดกล้องปลายปีหรือเปล่าน้า (ยิ้ม)”
แฟนๆ ก็ตื่นเต้นกันใหญ่? “ขอบคุณที่ติดตาม แต่ไม่ต้องคาดหวังกันเยอะเพราะเล่นกับพี่ๆ ไปงั้นแหละ หมายถึงว่าคือเอาตรงๆ ที่ผมตอบวันนี้ ผมไม่รู้ (หัวเราะ) เลยบอกเดี๋ยวปลายปีก็รู้”
แอน ทองประสม เขาจีบไหมอาจจะไม่ใช่โปรเจกต์นี้ แต่ที่ผ่านมา? “ไม่เลย จริงๆ ผมเป็นฝ่ายจีบเขาก่อน เรื่องจริง คืออยู่ๆ ผมก็พูดกับพี่ที่ตัดผมให้ประจำว่าเนี่ยผมอยากทำงานละครกับพี่แอน ซึ่งพี่แอน ทำสีอยู่โต๊ะข้างๆ (หัวเราะ) อันนี้เรื่องจริงๆ แล้วผมไม่รู้ว่าเป็นเขา แล้วพูดด้วยความจริงใจสุดๆ แต่เขาอาจจะรู้สึกว่า อ๋อ หรือเด็กคนนี้รู้ว่าฉันนั่งอยู่ข้างๆ ตอนที่มาคุยกัน เขาก็มาถามวันนั้นรู้ใช่ไหมว่าพี่นั่งอยู่ ผมว่าเอาตรงๆ นะผมไม่รู้(หัวเราะ) ก็รอลุ้น”
ล่าสุดมีแฟนมีตติ้งที่ต่างประเทศ? “ใช่ครับ ใจดีมากหลังจากไม่ได้บินนานมาก คนอื่นเขาบินก็ได้แต่อิจฉา (หัวเราะ)”
ซ้อมพูดยังไงบ้าง เมื่อกี้พูดเก่งมาก? “ไม่เก่ง พยายามอยากสื่อสารกับเขาให้ได้มากๆ เพราะเราก็ไม่ได้แข็งในด้านภาษาขนาดนั้น ก็ดีใจเพราะว่าเป็นแฟนมีตแรกที่ประเทศฟิลิปปินส์”
มีแพลนจะเอเชียทัวร์หลายๆ ที่หรือยังไง? “เหมือนครั้งที่แล้วจริงๆ ผมอยู่ระหว่างทัวร์ของที่จีนแต่ว่า (หัวเราะ) โควิดก่อน แล้วแพลนทุกอย่างเปลี่ยน ตอนแรกดีใจจากครั้งที่มีแฟนมีตติ้ง
ออกมา เหมือนว่าเป็นก้าวแรกที่เราอยากลองบินออกไปดูสักรอบ”
ทำใหม่หมดเลยไม่มีรูปแบบเก่าๆ? “ความคิดในแฟนมีตผมก็สนใจมากขึ้นแต่รูปแบบเราพยายามคิดจากสิ่งที่เราเห็นว่ามันมีอยู่เยอะๆ เราก็อยากปรับให้มันเพิ่มขึ้นอย่างเช่น ตอนที่ลงแฟนมีตฟิลิปปินส์ไปก็คือฟีดแบ็กฝั่งไทยก็ระอุนิดหน่อย เพราะตั้งแต่ก่อนโควิดไม่มีที่ไทยเลย เลยรอก่อน คิดอยู่ว่าจะมี”
จะเป็นแฟนมีตติ้งที่พิเศษที่สุดไหม? “ใช่ ผมหารูปแบบของตัวเองอยู่ ตอนนี้กำลังค่อยๆ คุยกับตัวเองว่าอยากทำอะไร เพราะแฟนคลับคนไทยพอเป็นภาษาหลักเรามันจะค่อนข้างหลากหลายกว่า เราก็ อยากให้เขารู้สึกจริงๆว่า เราให้เขาด้วยใจเราทำเพราะให้รู้สึกว่าพิเศษจริงๆ”
อย่างที่ประกาศไปฟีดแบ็กจากแฟนๆ เป็นยังไงบ้าง? “ก็ดีครับ แต่ตอนนี้เหมือนยังแค่ปล่อยโปสเตอร์ออกไป แต่เดี๋ยวก็จะค่อยๆ ปล่อยคลิป ปล่อยอันอื่นๆออกมาอีกแต่ว่าก็ ถ้ามันไปถึงแฟนคลับที่ฟิลิปปินส์ก็คือจริงๆ แล้วอยากบอกว่าสิ่งที่ผมจะให้คุณในเฟิร์สแฟนมีตนี้ไม่เคยให้ในแฟนมีตมาก่อน (ยิ้ม) หมายถึงว่าในผังทุกอย่างที่มันออกมามันมีเหตุผลของมัน”
จะมีร้องเพลงอะไรไหม? “อันนี้ดูเป็นมหรสพ แต่ผมว่าก็น่ารักนะ”
คิดเองทั้งหมดทุกงานโชว์? “ก็ช่วยกันดีไซน์ครับเพราะจริงๆ ที่นู่นก็จะมีพี่ๆที่เขาเป็นคนจัดที่เป็นโปรเฟสชั่นแนลมากๆ”
ที่ฟิลิปปินส์ที่เดียวก่อน? “ใช่ พอที่นี้เสร็จมันก็วนลูปไป พอปลายปีผมก็อาจจะเปิดละคร แฟนๆ ก็รอคอย? “ไม่ๆ ไม่ได้ขนาดนั้น”
เรากดดันอะไรไหม? “ผมไม่ได้กดดันในแง่แฟนเลยครับ กดดันตัวเองเพราะพูดตรงๆ มันเหมือนสนิมเราขึ้นจริงๆนะ เพราะเราไม่ได้ออกไปนาน เช่นล่าสุดอีเวนต์ที่สิงคโปร์ มันก็แบบไม่ชินเหมือนกับเมื่อก่อน เมื่อก่อนเราบินตลอดเวลา มันเป็นฟิวไม่ชิน มันเหมือนกับว่า เฮ้ย เราเริ่มใหม่เหรอ ก็ดีรู้สึกว่าสดดี (หัวเราะ)”
แบบนี้ต้องรับงานที่ต่างประเทศบ่อยขึ้นไหม จะได้กลับมาชิน? “ก็ถ้ามีโอกาสครับ ก็อยาก”
ในพาร์ตพิธีกรรายการ 789SURVIVAL เป็นยังไงบ้าง? “ย้ำกันอีกครั้งอยากให้ใช้คำว่า big brother นะครับ (ยิ้ม)”
เป็นพี่ใหญ่เลย? “จริงๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้เนอะ ผมก็ไม่ได้อยู่มาปีแรกๆ แต่ก็ไม่ได้อยากให้คนรู้สึกว่าเราแก่ เพราะผมก็ยังละอ่อนได้อยู่ ก็เต็มที่แหละเพราะว่า 789SURVIVAL ถ้าใครติดตามมันไม่ได้มีแค่น้องๆ 24 คนที่เติบโต ผมก็พยายามเติบโตด้วย (หัวเราะ) ก็ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ”
ทำงานกับน้องๆ เป็นยังไงบ้าง? “ผมก็รู้สึกว่าผมใช้พลังงานจากน้องๆ เยอะนะเพราะเด็กรุ่นนี้มันมีคำถามในหัวตลอดว่าพี่ย้ง (ทรงยศ สุขมากอนันต์) ไปหาจากไหน เด็กที่ดูพร้อมดูเก่งขนาดนี้ก็รู้สึกว่าเขาเป็นกลุ่มในวันที่เดบิวต์เขาจะถูกซัพพอร์ตในแบบที่คนที่จะซัพพอร์ตเขาในควอลิตี้แน่นอน”
เด็กรุ่นนี้กับรุ่นเรามันต่างกันยังไง? “ไม่ต่างแต่ว่าด้วยความเหลือบของอายุ เหมือนกับว่าเขาได้มีโอกาสได้เห็นตัวอย่างเร็วขึ้น สมัยก่อนกว่าผมจะเข้ายูทูบหรือสื่อต่างๆ มันไม่ได้ไวเท่านี้ ทุกวันนี้หลานผมอายุ 3 ขวบทำได้เกือบจะเท่าผมแล้ว สำหรับอุปกรณ์เทคโนโลยี”
แล้วในพาร์ตพิธีกรเราสอบผ่านไหม? “อันนี้ก็อาจจะให้คนดู หลักๆ ก็ต้องบอกว่ามันไม่ใช่อาชีพหลักของผมด้วยแหละ จริงๆ ผมรู้สึกว่าอยากให้มันเป็นอีกหนึ่งที่เราจะบอกว่าเราทำได้มากกว่านั้น อยากให้เห็นแบบนั้นมากกว่าไม่ได้อยากให้รู้สึกว่านายจะต้องเป็นพิธีกรที่อย่างงั้นงี้สิ คือผมก็เป็นผม สุดท้ายแล้วคาแรกเตอร์ของรายการก็ถูกวางแบบนี้มันอาจจะไม่ใช่วิธีการที่เหมือนวาไรตี้ที่เราเห็นๆ มา ถ้าใครได้ดูมันมีส่วนที่แตกต่าง”.



