แวร์ โซว ยกมือไหว้ของาน รับวิกฤตการเงินหนักสุดในชีวิต
วันที่ 27 มิ.ย. นักแสดงสาว แวร์ โซว เปิดใจให้สัมภาษณ์กับทาง “ข่าวสดบันเทิงออนไลน์” หลังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เผยถึงสถานะทางการเงินที่อยู่ในขั้นวิกฤต เนื่องจากไม่มีงานละคร หวั่นอดตาย ไม่มีที่ซุกหัวนอน ถึงขั้นคิดจะทำงานเซเว่น-เด็กปั๊ม ให้ลูกเป็นพนง.ร้านกาแฟ รวมถึงเปิดรับบริจาค ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว โดยมี น้องคนดี ลูกสาว ร่วมพูดคุยด้วย

เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตช่วงนี้ เห็นโพสต์ของานรัวๆ จนหลายคนเป็นห่วง? “มันก็ไม่มีอะไรก็ไปตามเนื้อผ้า ว่างงานก็เลยของาน เพราะว่างงานมาเป็นปีแล้วค่ะ ทีนี้มันมีแต่รายจ่าย ไม่มีรายรับ เลยทำให้เรามีความเครียด ซึ่งเราไม่อยากเครียดและอยากที่จะหาอะไรทำให้ได้ อยากจะมีชีวิตปกติสุขเหมือนคนอื่นเขาบ้าง จริงๆ ก็มีงานติดต่อเข้ามานะคะ แต่ด้วยบางจังหวะเวลาคิวอาจจะไม่ตรงกันบ้าง หลายๆ อย่างไม่ลงตัวบ้างก็เลื่อนไป 2-3 เรื่อง”
หนักถึงขั้นเงินเก็บไม่เหลือ? “จริงค่ะ เดือนนี้คือเดือนสุดท้ายแล้ว เราไม่มีงานมาปีนึง รายจ่ายเดือนละ 50,000 บาท รายรับไม่มี เงินเก็บที่มีก็เอามาหมุน กระเบียดกระเสียร จนไม่รู้จะยังไงแล้ว ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นหลายๆ อย่างไปหมดแล้ว”
เห็นบอกว่าที่ซุกหัวนอนไม่มีด้วย? “เราเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ ถ้าเราไม่มีเงินเก็บไม่มีเงินเลย เจ้าของเขาคงไม่ใจดีให้เราอยู่ฟรีใช่ไหม แล้วก็เอารถไปเข้าไฟแนนซ์ก็ต้องผ่อนรถอีก ณ ตอนนี้บีบค่าใช้จ่ายลงมาเหลือเดือนละ 35,000 บาท ก็ยังถือว่าเยอะอยู่”
เรื่องที่ว่าจะเปิดรับบริจาค คิดจริงไหม? แวร์ โซว – “เขียนขำๆ เล่นๆ ไปมั้งคะ เพราะว่าถ้าเกิดรับบริจาคไปก็เหมือนขอทานใช่ไหมคะ อันนั้นน่าจะอารมณ์ขำๆ ฮาๆ ว่าเออ…ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว ออกแนวตัดพ้อชีวิตนิดนึง ของานก็ไม่มีงาน ทำงานก็ไม่ได้ งั้นขอรับบริจาคแล้วกันแล้วเดี๋ยวมีเงินก็จะเอาคืนให้ทุกคนที่บริจาคมา”
น้องคนดี – “หนูว่าอันนี้อาจจะไม่ได้เป็นความคิดที่เป็นจริงเป็นจังอะไรขนาดนั้น เพราะว่าคุณแม่ยังโอเคกับการที่ให้เขาไปทำงานมากกว่าที่จะรับบริจาคแบบนั้น”

หนักสุดในชีวิตแล้วไหม? “อันนี้ถามว่าวิกฤตการเงินหนักสุดในชีวิตไหม วิกฤตการเงินหนักสุดในชีวิต แต่ว่าวิกฤตครอบครัวไม่มี โชคดีไปที่เราไม่มีปัญหาครอบครัว มันเลยทำให้เราผ่อนเบาในเรื่องของความเครียดลงไปได้เยอะค่ะ”
ภาวะซึมเศร้ากลับมาด้วย? แวร์ โซว – “มีผลค่ะเพราะว่า ก่อนหน้านี้เราไม่รู้ว่าเราเป็นอะไร เราก็ค่อยๆ รักษาไป แต่พอตอนนี้เรารู้แล้วว่าเราเป็นอะไร แล้วเราว่างด้วย เราไม่มีงานทำเหมือนเราไร้คุณค่า เราก็ยังชวนกันเลยว่าคนดีเราไปตายกันไหม”
น้องคนดี – “มันอยู่ในขอบเขตที่ว่าคนปกติต่อให้เขามีความคิดที่เขาอยากจะไป หรือเขาอยากจะทำอะไรรุนแรงกับตัวเอง เขาก็แค่จะทำกับตัวเอง แต่จะไม่ถึงขนาดที่เอ่ยปากชวนคนที่อยู่ด้วย แต่ถามว่าจริงๆ ตอนที่เขาพูดช็อกไหม มันก็ช็อกแหละค่ะ มันก็เป็นปกติของคนที่เรามองเห็นว่าเขาเป็นเสาหลักของเรามาตลอด เขาเป็นผู้หญิงที่ดูเก่งดูเข้มแข็งมาตลอด แต่ในจุดนึงกลับมาพูดกับเราแบบนี้มันก็ช็อก”
“แต่ก็เข้าใจว่ามันอยู่ในจุดที่ต่างฝ่ายต่างก็รู้สึกว่ามันไม่มีอะไรสักอย่างที่เราทำได้กับการที่จะทำให้ชีวิตครอบครัวหรือว่าสภาพการเงินเรามันดีขึ้น มันก็เลยเป็นฟีลลิ่งที่เหมือนกับจะปล่อยให้เป็นโจ๊กอย่างเดียวก็ไม่ได้ แต่จะคิดจริงจังให้มันมากกว่านั้นมันก็จะหนักที่ตัวเองด้วย หนูก็เลยมองว่ามันเป็นเหมือนกับเป็นการพูดเพื่อให้เขาได้ระบายในสิ่งที่เขาคิดออกมา มากกว่าเป็นการพูดเพื่อจริงจังที่จะทำมันจริงๆ”
ก่อนหน้านี้เหมือนน้องคนดีเปิดร้านขายหมึกย่าง? น้องคนดี – “ตอนนั้นเป็นไอเดียของคุณแม่ค่ะที่อยากจะหาอะไรสักอย่างมาทำด้วยกัน”
แวร์ โซว – “แต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้วเนี่ยในรายละเอียดปลาหมึกมันต้องสดมากๆ ไม่แช่สารอะไร แล้วต้นทุนมันก็สูง แล้วไหนจะน้ำจิ้มที่มันต้องเด็ดอีก แต่น้ำจิ้มที่ร้านเด็ดจริงๆ นะคะ เสร็จแล้วทีนี้การควบคุมในเรื่องของความสดใหม่ตลอดเวลามันดูแลลำบาก อีกอย่างหนึ่งคือแถวนี้มันขายแพงไม่ได้ ขายได้กำไรไม้ละ 2-3 บาท มันไม่คุ้ม ถ้ายังทำต่อไปก็ต้องควักทุนต่อไปเรื่อยๆ ก็เลยหยุดดีกว่า”

สู้ชีวิตกัน 2 แม่ลูก แต่ลูกสาวมองโลกในแง่บวกมาก ไม่มีท้อกับชีวิตเลย? น้องคนดี – “อาจจะด้วยตั้งแต่เด็กหนูมีแค่คุณแม่ เราใช้ชีวิตกันมาแค่สองคน แล้วด้วยความที่หนูทำงานได้เจอกับสังคมอะไรที่มันกว้างมาตั้งแต่เด็กด้วย ซึ่งตรงนี้หนูถือว่าหนูโชคดีมากๆ ที่คุณแม่พาหนูไปเจอกับสังคมหลายๆ ด้าน ทำให้หนูรู้สึกว่าชีวิตคนเรามันไม่แน่นอนอยู่แล้ว เราไม่สามารถคาดหวังกับอะไรได้ นอกจากการที่เราจะหาแรงบวกให้กับตัวเอง คิดต่อไปเรื่อยๆ ว่าก้าวต่อไปเราจะทำยังไง ไปทางไหน”
“อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าคุณแม่ก็เป็นโรคซึมเศร้ามานานแล้ว หนูก็อยู่กับคนที่มีสภาวะแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก หนูเลยมองว่าการที่จะอยู่กับเขาให้โดยที่ตัวเองไม่ได้รับเอฟเฟ็กต์มาก มันจำเป็นจะต้องปรับแนวคิดตัวเองให้มีเอ็นเนอร์จี้สูงเข้าไว้ ให้มองโลกในแง่ดีที่อะไรมันหลากหลายเข้าไว้ด้วย มันก็เลยไม่ได้เป็นปัญหากับหนูเท่าไหร่ในเรื่องของมุมมอง”
บางคนมองว่าชีวิต แวร์ โซว ตอนนี้ตกอับ? “เราไม่ซีเรียสนะคะ การตีความคำว่าตกอับเนี่ยมันแล้วแต่คนจะคิดคนจะมอง ถ้าเราเป็นแบบนี้เราเรียกว่าตกอับ แล้วคนที่เขาเป็นหนักกว่านี้ไม่เรียกว่าตกไปในที่ที่อับชื้นเหรอ(หัวเราะ) คือคนเรามันจะมีช่วงเวลาที่เหมือนกับเขาอยากให้เราหยุดพัก หรือเขาอยากให้เราอยู่เฉยๆ ใช้ความสงบสยบการเคลื่อนไหว เราก็ควรจะต้องยอมรับสภาพ”
แล้วพอโพสต์ไป มีผู้จัดหรือเพื่อนดาราติดต่อมาให้ความช่วยเหลือบ้างไหม? “มีผู้ใหญ่มาช่วยเหมือนกันค่ะ แต่ว่าเราพลาดเอง เพราะว่ากินยาโรคซึมเศร้า แล้วทีนี้งานมันกะทันหัน เขาโทรมาตอนบ่ายจะเอาเย็นนี้เลย ซึ่งตัวยาที่เรากินมันแรง ขับรถไม่ได้ แล้วมันจะพูดไม่รู้เรื่อง จะเบลอและทรงตัวไม่ได้ เราก็เลยไปให้เขาไม่ได้ ก็เสียใจอยู่ ซึ่งเขาก็ยังไม่ยอมรับโทรศัพท์เราเลย”

เคยน้อยใจชีวิตบ้างไหม? “เป็นใครก็น้อยใจ มันก็มีน้อยใจกันบ้างแหละค่ะ ว่าโอ้โห! เราก็ทำทุกอย่างแล้วนะ ขายของมาตั้งแต่ก่อนที่จะท้องคนดี ท้องคนดีก็ขาย คลอดคนดีก็ขาย จนสุดท้ายมาคิดสะระตะแล้วเราคงไม่เหมาะกับอาชีพเป็นนักธุรกิจหรือขายของ เราเหมาะกับการเป็นนักแสดงเพราะว่าทั้งหมดทั้งมวลตั้งแต่วัยรุ่นจนปัจจุบัน 49 จะ 50 แล้วเนี่ย ก็มีกินมีใช้ด้วยอาชีพนี้มาตลอด บางทีมันก็อาจจะเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก”
สุดท้ายอยากพูดอะไร? “ผู้จัดขา ของงานด้วยนะคะ ถ้ายังไงเมตตาเราสองคนแม่ลูกก็ส่งบทมาให้เราสองคนได้เลย คนดีก็เล่นละครได้ แวร์ก็ยังเล่นละครได้อยู่นะคะ อย่าช้าไปกว่านี้นะคะเพราะว่ากินยาเยอะ สมองเออเร่อ เดี๋ยวจะจำบทไม่ได้ค่ะ”





