ความในใจคนเป็นพ่อ “พีท ทองเจือ” ลั่น เป็นไปได้ไม่อยากให้ลูกเข้าวงการ คำวิจารณ์มันคือแพ็คเกจของความดัง

“พีท ทองเจือ” ลั่น / เป็นอีกหนึ่งครอบครัว ที่หลายคนยกให้เป็นต้นแบบในการเลี้ยงลูก สำหรับครอบครัวทองเจือ และก็น่าภูมิใจแทน คนเป็นพ่อเป็นแม่ อย่าง ‘พีท ทองเจือ’ และ ‘เจ็ง วิไลลักษณ์’ ที่ลูกๆ ทั้ง3 คน ได้แก่ น้องเซย่า น้องมิย่า และน้องโรเตอร์ ต่างเติบโตมาอย่างดี และเดินหน้าทำตามความฝัน ความชอบของตัวเอง ซึ่งพีทและภรรยาก็สนับสนุนลูกลูกอย่างเต็มที่

พีท ทองเจือ ลั่น

จากที่ครอบครัวได้สนับสนุนทุกอย่างที่ลูกทำอย่างเต็มที่ซึ่ง น้องเซย่า พี่สาวคนโต ก็เพิ่งเปิดตัวซิงเกิลแรกในชีวิตไปหมาดๆ สานฝันที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ ด้าน น้องมิย่า ที่ออกซิงเกิลไปก่อนหน้าพี่สาว ตอนนี้ก็หันมาแข่งรถ สร้างความเซอร์ไพรส์ ให้กับครอบครัว ส่วนลูกชายคนเล็ก น้องโรเตอร์ ก็เป็นนักแข่งรถอาชีพที่คว้ารางวัลมาแล้วมากมาย เรียกว่าทั้งหมดสร้างความภูมิใจให้คนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างมาก

และล่าสุด พีท ทองเจือ ได้คุยเปิดใจถึงลูกๆ ทั้งสามคน และวิธีการเลี้ยงดูที่เป็นแบบฉบับของบ้านทองเจือ พร้อมทั้งวิธีสอนการรับมือกับดราม่าต่างๆ

น้องเซย่า เป็นศิลปินเต็มตัวมีซิงเกิลแรกในชีวิตคนเป็นพ่อรู้สึกยังไงบ้าง? “คือจริงๆ ไม่ใช่ว่าลุกขึ้นมาทำ คือเพลงนี้คุยเตรียมมาประมาณห้าปีแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่จะไปเตรียมเดบิวต์ที่เกาหลี พอเตรียมจะทำ น้องเซย่าก็ไปจอยกับค่ายค่ายหนึ่งที่เกาหลี พอไปแล้วก็มีปัญหาเรื่องสุขภาพ แต่น้องก็พยายามต่อสู้จนรู้สึกว่าร่างกายน้องไม่ไหวก็เลยยอมหยุดการไปที่เกาหลีแล้วก็กลับมา ตอนนั้นอายุประมาณเกือบ 15 ไปตอน 14 ตอนแรกน้องก็เฟลเพราะว่าไม่ได้ไปถึงเป้าหมายที่เขาตั้งเอาไว้ ก็เลยบอกให้เขาหยุดไปก่อน ไปโฟกัสสิ่งที่เราหยุดไปก็คือเรื่องเรียน น้องก็กลับมาแล้วสอบ GED สุดท้ายอายุ 16 ก็เข้ามหาวิทยาลัยศิลปากรได้ หลังจากนั้นก็ร้องเพลงมาเรื่อยๆ”

พีท ทองเจือ ลั่น

“แล้วพอทุกอย่างมันเริ่มเข้าที่ ก็คิดว่าเรื่องเรียนเรากลับมาอยู่ในระบบการเรียนแบบเดิมแล้ว ปีนี้อยู่ปี 3 แล้วรู้สึกว่าทุกอย่างมันค่อนข้างเข้าที่แล้ว ก็เลย continue เรื่องการทำเพลงต่อ สุดท้ายก็ออกมาเป็นโปรเจ็กต์อันนี้ชื่อเพลงว่า Sometimes…(แพ้ความผูกพัน) ซึ่งโปรดิวเซอร์ที่คุยไว้ตอนแรกชื่อ แม็ค ศรัณย์ แล้วน้องแม็ค ศรัณย์ เป็นโปรดิวเซอร์ที่น้องชอบ คือน้องอ่ะใช้คำว่าไม่ยอมทำเพลงกับคนอื่นเลย ก็มีคุยกับโปรดิวเซอร์อื่นๆ แต่ไม่ถูกใจ สุดท้ายพี่แม็ค ก็ทำจนสำเร็จออกมา เราก็ดูหลายอย่าง พอสมควรกว่าจะถึงวันนี้”

“จริงๆ แล้วก่อนทำเพลงตอนแรก น้องเคยบอกอยากเป็นศิลปิน แต่ไม่อยากเป็นศิลปินในเมืองไทย ซึ่งน้องอ่ะใช้ภาษาได้และชอบร้องเพลงสากลอยู่แล้ว เราก็เลยให้เหตุผลน้องว่าในการที่จะขึ้นมาเป็นศิลปินโดยเฉพาะที่เราเป็นคนไทย เราควรจะมีพี่ๆน้องๆ ที่คอยซัพพอร์ตเราที่เป็นคนไทยก่อน เพราะเราแข็งแรง เรามีที่ยืนของเราแล้ว เราไปที่ไหน ทุกคนก็พร้อมจะตามไปซัพพอร์ต แต่ถ้าต้องออกไปผจญภัยออกไปลุยเลย… คือในขณะที่เราเป็นคนไทยเราควรจะใช้โอกาสนี้ให้แฟนๆ ของเราอยู่กับเราให้ได้ก่อน แล้วเราก็เลยทำเพลงนี้ขึ้นมา”

พีท ทองเจือ ลั่น

“ซึ่งจริงๆ แล้ว เพลงมีคุยรายละเอียดกันมากมาย แต่สุดท้ายแล้วก็ลงตัวที่เพลงนี้ เพราะยังอยากให้เป็นเพลงฟังง่ายติดหู ไม่อยากให้น้องทำเพลงยากๆ ที่คนฟังแล้วรู้สึกเป็นเพลงที่เพราะ แต่อยากฟังแค่ครั้งเดียว ก็เลยเป็นเพลงที่ออกมาแล้วค่อนข้างดีกว่าที่เราคิดนะ แล้วน้องก็ดีด้วย แล้วทีมงานที่ดูแลน้องก็เป็นทีมที่แข็งแรง มีพี่แม็ค ศรัณย์ เป็นโปรดิวเซอร์ หนึ่ง ETC ก็เป็นว้อยซ์โค้ชให้ แล้วพี่เอ็ม เดอะสตาร์ ก็เป็นมิวสิคไดเร็กเตอร์ คอยดูแลน้องเวลาออกโชว์ ซึ่งวันนี้ (19 ก.ย.) เป็นวันแรก ที่จะพรีเมียร์เอ็มวีครั้งแรก แล้ววันที่ 22 ที่เมเจอร์รัชโยธิน ก็น่าจะเป็นฟูลคอนฯของน้อง เล่นประมาณชั่วโมงนึง”

“ผมก็บอกน้องว่ามันจะเป็นการเดินทางของชีวิตอันใหม่ที่ใช้ทั้งเวลาความพยายามทุกอย่าง แล้วความตั้งใจ ก็ดีใจที่น้องมาถึงวันนี้ได้ คือน้องไม่ใช่ศิลปินที่ร้องเพลง รอรับเพลงไปร้อง แต่น้องทำทุกอย่าง ทำเอง ไม่ว่าจะเป็นกราฟิก เหมือนน้องเขาก็เป็นอาร์ตไดเร็กเตอร์ของตัวเองไปในตัว เพราะว่าเขาก็เป็นคนทำอาร์ตเวิร์คเกือบหมดเลย เพราะเขาก็มีความสามารถทางด้านกราฟิกอยู่แล้ว เพราะให้คนอื่นมาช่วยเขาก็ไปแก้ที่คนอื่นทำ สุดท้ายเขาทำเองดีกว่า”

“คือจริงๆ แล้วในเรื่องของค่ายเพลง Lil’ Brat Records มันเป็นของน้องมิย่ากับน้องเซย่าทำงานกัน ผมแค่เป็นผู้ช่วยกับคุณเจงเฉยๆ คือจริงๆ แล้ว อยากให้เขามีเวทีได้ฝึกแสดงออกทางความคิดความสามารถ คือจริงๆ แล้วน้องก็มีโอกาสที่จะได้ไปอยู่กับหลายๆ ค่ายแต่เขาก็เลือกทำเองดีกว่า คือด้วยยุคด้วยสมัย ด้วยโลกใบใหม่ที่มันสามารถเข้าไปถึงเอ็นยูเซอร์ ได้โดยที่ถ้านักร้องหรือศิลปินมีแฟนคลับอยู่แล้ว ก็เป็นวิธีใหม่ ซึ่งเราก็ให้เขาลองทำดู”

พีท ทองเจือ ลั่น

“เรื่องเงินลงทุน น้องเขาก็ลงทุนเอง แต่จริงๆ เราไม่ได้ต้องการแบบนั้น แต่ว่าน้องบอกไม่เป็นไรเราก็ช่วยซัพพอร์ตเวลาทำงาน เขาก็จะพยายามโอนเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ในบัญชีเขาเอง แต่สุดท้ายแล้วเราก็เอาเงินใส่คืนให้เขา แต่เขาบอกว่า เขาอยากทำเองมากกว่า เพราะว่าอย่างเขาทำงานมา เก็บเงินมันเป็นวิธีการใช้เงินอย่างถูกต้อง ดีกว่าไปซื้อของเป็นการซื้อชีวิต ซื้อเวลาให้กับตัวเอง ซื้อสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ผมว่ามันก็ดี ดีกว่าเอาเงินไปเที่ยวไปซื้อกระเป๋า แล้วจริงๆ วันนี้ก็ต้องขอกำลังใจจากทุกคน โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ที่พูดได้ว่า เขาพยายามสร้างตัวเองขึ้นมาด้วยตัวเอง ซึ่งผมเห็นแล้ว ผมก็รู้สึกว่านึกไม่ถึงในหลายๆ มุมที่เขาทำ เราเคยเสนอหาคนมาช่วยแต่เขาบอกไม่เป็นไรเขาจะทำเอง”

“คือบางคนบอกว่าไม่มีเงินทำไม่ได้ จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องเงิน มันเป็นเรื่องของการตามฝัน ถ้าเรามีความต้องการจริงๆ แล้วเราต้องการและเรามีความอดทนเราไปถึงตรงนั้นได้ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอาเงินไปวางตรงนั้น แต่ว่ามันเป็นการตั้งใจที่จะเข้าไปอยู่ในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ ผมว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่า เราอยากให้เป็นแรงบันดาลใจกับคนรุ่นใหม่ทุกคน”

“ถามว่าลงทุนเท่าไหร่ คือการทำเพลงมันก็เป็นหลักล้านอยู่แล้วครับ ถ้าลงทุนน้อยมันก็จะไม่ได้คุณภาพจะเป็นภาพแสงสีเสียง แต่ใช้ยังไงบริหารงานได้ด้วยงบที่เรามีให้มันออกมาดีที่สุดนั่นเป็นสิ่งที่ดี ไม่ใช่ว่าโยนเข้าไป 10 ล้าน แล้วออกมาสำเร็จ มันไม่ใช่เรื่องของการใช้เงิน มันเป็นเรื่องของความสามารถของศิลปิน และมุมมองการนำเสนอ”

เป็นซิงเกิลแรกด้วยน้องค่อนข้างคาดหวังไหม? “จริงๆ สิ่งที่เขาได้ทำคือเขาได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักมากกว่า ความคาดหวังมันก็เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งเราก็ทำเพลงที่สองที่สามต่ออยู่ ถ้าคาดหวังคือทำเพลงเดียวแล้วรอให้มันระเบิด ซึ่งไม่มีใครตอบคำตอบนี้ได้”

แล้วตอนนี้สุขภาพเขาเป็นยังไงบ้าง? “ยังไม่หายเลย ผมก็ไม่ค่อยแฮปปี้กับสุขภาพเขาเท่าไหร่ ตอนไม่สบายน้ำหนักขึ้นมา 14 กิโล ตอนช่วงปีแรกที่เป็น เราไม่ได้ทานยาเราใช้วิธีเติมวิตามินเข้าร่างกายแทน แต่มันไม่ตอบโจทย์ สุดท้ายเราก็หันมาทานยาตามที่หมอแนะนำ คือเด็กวัยรุ่นไม่ควรจะทานยาเยอะอะไรในทุกๆ วัน แต่สุดท้ายก็ยอมทานปรับยาขึ้นลงตามสภาวะของเลือดที่ตรวจเจอ ตอนนี้น้ำหนักก็ลงมา 8 กิโลก็ยังมีค้างอยู่เยอะ เราก็พยายามให้กำลังใจน้องแต่ถ้าจะรอให้วันหนึ่งหาย 100% แล้วค่อยลุกมาทำในสิ่งที่ตัวเองรักหรือสิ่งที่ตัวเองตามหาอยู่มันก็อาจจะช้าไป มันเป็นเรื่องของความพร้อมทางด้านจิตใจความรู้สึกถ้าเราพร้อมเราก็ต้องทำให้ดีที่สุด”

เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่คนเห็นกันมาตั้งแต่ลูกเล็กๆ ตอนนี้เริ่มเติบโต ฉายความสามารถไปหลากหลาย คุณพ่อคุณแม่วางใจหรือยัง? “ด้วยความที่บ้านเราอาจจะเลี้ยงลูกไม่เหมือนบ้านอื่นเราให้น้องได้ทำในสิ่งที่เขาชอบแล้วเราก็สนับสนุนลองผิดลองถูกรีบลองเร็วๆ ไม่ใช่เรียนจบแล้วไปหาตัวเอง ค้นหาตัวเองให้เจอเร็วๆ ที่สุดก็โชคดีที่บ้านค้นหาตัวเองเจอ ค่อนข้างเร็วก็มีสะดุดบ้าง หกล้มบ้างเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตแต่ต้องลุกขึ้นมาให้เร็วและเดินต่อไปให้ได้ เจ็บก็ต้องรักษาตัวให้หายเร็วที่สุด อย่างแรกคือพ่อแม่จะใช้ชีวิตไม่ชิลแล้ว ของเราให้น้องคิดแล้วก็ตัดสินใจลองทำลองวางแผน ลองทำดูถ้าไม่ได้ก็เปลี่ยนแผน ด้วยสิ่งเหล่านี้ลูกเดินเร็วพ่อแม่ก็ต้องสตรองแล้วก็พาน้องไปด้วย ไม่สามารถนั่งอยู่เฉยๆ แล้วก็ชิลได้ เราก็ต้องบู๊กว่าระบบชีวิตปกติเพื่อที่จะให้น้องไปให้ได้เร็วที่สุด แทนที่เราจะนั่งอยู่เฉยๆ แล้วก็มองว่าจะพาน้องไปทางไหน ก็โชคดีที่น้องๆ เจอเส้นทาง”

“อย่าง น้องโรเตอร์ ก็เป็นนักแข่งเยาวชนมืออาชีพไปแล้ว ตอนนี้ก็แข่งอยู่เมืองนอก ซึ่งมันก็ไม่ได้อยู่ในแผน แต่เขาทำได้ด้วยตัวของเขาเองและความสามารถของเขาเอง แล้วก็ไปลองแข่งไปชนะ คือปีนี้น้องโรเตอร์ เขามีทั้งหมดมี 10 เรด ตอนนี้แข่งไปเจ็ด ชนะไปห้า ได้ที่สองมา 1 ครั้ง รถมีปัญหาพวกระบบเกียร์มีปัญหาทีนึง ในเรื่องของคะแนนก็ค่อนข้างนำ แล้วปีนี้ก็เหลืออีกสามเรด ก็น่าจะได้แชมป์กลับมา คือใช้คำว่าเราไม่ได้ตั้งใจไปเพื่อที่จะไปทำ แต่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเองหรือความสามารถแล้วเขาทำได้ด้วยก็โอเค”

“ส่วนมิย่า ปีนี้ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเขา เข้ามหาวิทยาลัยได้ที่ศิลปากร และเริ่มเป็นนักแข่งรถ คือไม่เคยมีแผนเลย ตั้งแต่เด็กๆ ว่าน้องจะต้องโตขึ้นไปเป็นนักแข่ง ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เขากำหนดไว้แล้ว แล้วน้องก็ได้รับเกียรติและถูกเรียกจากทีมโตโยต้าเข้าไปทดสอบทดลองและเขาก็ทำของเขาได้ แล้วก็กลายเป็นว่า ผมก็เซอร์ไพรส์ สรุปแล้วที่บ้านมีนักแข่งเป็นผู้หญิงเพิ่ม มันไม่เคยอยู่ในแผนการด้านความคิดเลย จริงๆ มันมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นโดยถูกกำหนดไว้หมดแล้ว ถ้ามันถึงเวลามันจะเกิดขึ้นเอง”

เรื่องข่าวที่ผ่านมาให้กำลังใจลูกยังไง? “ผมบอกตั้งแต่แรกๆ แล้วว่าถ้าเลือกได้เราจะไม่ให้ลูกเข้ามาในวงการบันเทิง เพราะเราทำมานานรู้สึกว่ามันเหนื่อย แล้วก็เห็นเพื่อนๆ ที่ไปเป็นนักธุรกิจหรือนักวิชาการเฉพาะทางและเขาประสบความสำเร็จในชีวิตได้เหมือนกัน เราก็เลยมีความหวังว่าลูกจะทำได้เหมือนเพื่อนๆ เรา ไม่ต้องมาเหนื่อยแบบเรา แต่ปรากฎว่าเขาชอบ และเขาทำได้ดี และมีแฟนๆ ตอบรับและติดตามด้วย พอเป็นอย่างนั้นเราก็ไม่เปลี่ยนความคิดเขา แต่ผมจะบอกเขาเลยว่าในการมาทำงานตรงนี้ ในแพ็คเกจของการเป็นดารานักแสดง เราจะต้องเป็นจุดสนใจของทุกๆ คน และเราจะอยู่กับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร เช่น เราจะอยู่กับพี่ๆ นักข่าวยังไง เราจะอยู่กับข่าวที่มันจะเกิดขึ้นอย่างไร ข่าวจริง ข่าวเท็จ ข่าวที่เกิดขึ้นมาเองโดยที่เราอาจจะโดนมาเป็นประเด็นหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมใช้คำว่ามันเป็นหนึ่งในแพ็คเกจ”

“ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นเรื่องที่รับได้ และไม่ได้เอามาแบกไว้ในความคิด และรู้จักจัดการกับเรื่องที่มันเกิดขึ้นมา ถ้าบริหารจัดการได้ก็อยู่ได้ แต่เราก็จะเห็นข่าวจากนักแสดงหลายๆ ครั้งว่าเครียดนู่นเครียดนี่ ซึ่งจริงๆ แล้วการเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงมันก็มีหลายๆ จุดที่น่าสนใจนะ มันก็เป็นเหมือนเงาของเรา แต่ถ้าเรามีอีโก้เยอะแล้วจับทุกอย่างมารวมกัน ชีวิตมันก็จะยากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าอะไรดี ก็เก็บไว้ แต่ถ้าอะไรไม่ดีก็ลบทิ้งไป เพราะชีวิตเรายังมีอะไรต้องทำอีกเยอะครับ โดยเฉพาะที่บ้านเราคือไม่ได้มานั่งรองาน เอาแค่กิจกรรมของน้องทั้งเรียน ทั้งใดๆ ก็เยอะมากแล้ว”

“คนที่วิพากษ์วิจารณ์เขาก็มีสิทธิแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ใช่เรื่องถูก มันเป็นส่วนหนึ่งของโซเชียล แต่ความคิดเห็นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เขาทำคอนเทนต์เดียวกันมีคนชม แล้วก็มีคนที่ไม่ชอบ ไม่ถูกใจเขา เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันย้อนแย้งในตัวของมันเอง”

“น้องไม่เครียด ผมบอกน้องเสมอตั้งแต่เด็กว่าข่าวผมสมัยก่อนหนักกว่านี้เยอะ หน้าหนึ่งได้ลงตลอด ก็ให้เขาทำความเข้าใจ พี่ๆ นักข่าวเป็นสิ่งสำคัญ พอข่าวออกไปแล้วสิ่งที่เราคอนโทรลไม่ได้คือความคิดของคน ถ้าเราทำความเข้าใจกับมันได้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าเราทำผิดและเกี่ยวข้องกับกฎหมาย ก็ต้องได้รับการลงโทษจากกฎหมาย หรือถ้าเราทำให้คนไม่พอใจเป็นการส่วนตัว และรู้จักเขาเป็นการส่วนตัวก็ควรต้องคุยกัน แต่สำหรับคนอื่นที่เราไม่รู้จักเขา หรือเขาไม่ได้รู้จักเราจริงๆ เขาไม่พอใจเรา หรือเราไม่ได้ชอบเขา อันนั้นมันไม่ใช่ปัญหาของเรา”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน