มาริสา คลำเจอซีสต์ที่หน้าอก ผ่าตัดออกพร้อมซิลิโคน เตือน ผู้หญิงวัยเลข3
เพิ่งไปแอดมิตผ่าตัดซีสต์ที่เต้านมมาหมาดๆ ล่าสุด(1 พ.ย.) นักแสดงสาว มาริสา อานิต้า พันหน้าอกมาร่วมงานบวงสรวงละคร มนตราฟ้าฟื้น ที่ช่อง7 พร้อมให้สัมภาษณ์อัปเดตอาการหลังผ่าตัด และย้อนเล่านาทีที่คลำเจอก้อน

“ล่าสุดไปผ่าซีสต์ในหน้าอกแล้วก็เอาหน้าอกส่วนที่ไม่ได้ใช้แล้วออกทั้งหมด คือมันมีก้อนอยู่ในหน้าอก รู้สึกกังวลนิดนึง ก็เลยไปตรวจ คุณหมอเลยแนะนำว่าให้ผ่าออกหมดเลยทีเดียว เป็นเนื้อร้ายหรือเปล่าตอนนี้ยังไม่รู้ ส่งไปตรวจอยู่ว่ามันเป็นเนื้ออะไรแต่ตอนนี้คลีนออกหมดแล้ว จริงๆตอนแรกไม่ได้สังเกต ก็อาบน้ำปกติ ทาครีม วันนั้นก็ไม่รู้นึกเล่นอะไรนวดยกกระชับซะหน่อย อายุเยอะแล้วก็นวดนิดนึง ก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ แล้วบังเอิญว่าละครปิดกล้องแล้วก็เลยไปตรวจซะหน่อยเพราะว่าช่วงนี้เราก็อยู่ในช่วงที่เบรกอยู่ ก็ไปจัดการดูให้เรียบร้อย ก็เอ้า คุณหมอบอกว่ามันเป็นก้อนเนื้อนะเอาออกไหมเก็บไว้เราก็ไม่รู้ว่ามันจะแตกตัวหรือเปล่าหรือเป็นก้อนอะไร เพราะถ้าอัลตร้าซาวด์เอกซเรย์มันจะเห็นไม่ชัด ก็เลยโอเคเอาออกไปเลยแล้วกัน เลยมีจังหวะว่าละครได้ออกอากาศพอดีมันก็เลยชนจังหวะตรงนี้พอดี”
พอรู้ว่าเป็นอะไรรู้สึกใจแป้วไหม?
“ไม่ได้กังวล เห็นว่าคนเป็นกันเยอะ บางคนก็เป็นที่มือหรืออะไรแบบนี้ ก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรน่ากังวล แต่ว่าในเมื่อคุณหมอบอกว่าให้เอาออก ก็โอเคเราก็เชื่อหมอไม่ได้คิดอะไรมาก ว่ามันจะต้องเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ร้าย ในเมื่อคุณหมอบอกว่ามันเรียบร้อยก็โอเคเราก็รู้แค่นั้นพอ”
คือมันมีสัญญาณก่อนหน้าไหม?
“มันก็เคยมีบ้าง บางทีมันตึงตึงแต่เราก็คิดว่า หรือเพราะเราออกกำลังกาย แล้วมันก็เหนื่อย ซึ่งเราก็ไม่ได้สนใจอะไรกับมันมาก คุณหมอก็ไม่ได้วินิจฉัยว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร แต่เขาก็บอกว่ามันเกิดขึ้นได้ มันก็คล้ายๆคนที่เป็นซีสต์ตามมือเป็นถุงน้ำ”
ได้หาข้อมูลในโซเชียลด้วยไหม?
“ไม่อ่าน เพราะกลัวบ้ากลัวคิดไปเองก็เลยตัดสินใจว่าจะไม่เซิร์ชข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเอาแค่ที่คุณหมอบอกแล้วตอนที่ไปตรวจ แล้วคุณหมอก็สบายๆง่ายๆ ถ้าคุณหมอบอกสบายๆเราสบายๆ เพราะว่าคุณหมอที่ดูให้ เขาก็ เชี่ยวชาญกับโรคมะเร็งเต้านม แล้วก็หมอก็น่าจะให้ข้อมูลเราดีที่สุดดีกว่า Google เพราะว่า Google ถ้าเราเข้าไปอาจจะเป็นเอบีซีดี เราก็จะกลายเป็นอีบ้า”
ก้อนใหญ่ไหม?
“บอกไม่ถูกเลย เพราะว่าไม่เห็นค่ะ บอกหมอไม่อยากดูกลัว แต่เจอสองก้อน สองฝั่ง แต่ฝั่งขวาเล็กๆ คือคุณหมอบอกว่าบางทีมันก็เป็นที่ฮอร์โมนด้วย ด้วยอายุที่มันมากขึ้น และไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต คือต้องยอมรับว่าอาชีพแสดงมาใช้ชีวิตไม่เหมือนปกติกินไม่เป็นเวลานอนไม่เต็มที่ มันก็เป็นตัวกระตุ้นได้หมด แล้วก็ฮอร์โมนผู้หญิง ที่มันเปลี่ยนไปหลัง จากที่อายุ 35 มันก็จะมีอะไรบางอย่างที่มันเปลี่ยนแปลงไป”
หลังผ่าตัดมีเอฟเฟ็กต์อะไรที่ตัวเรากังวลไหม?
“กลัวนมเหี่ยวค่ะ(หัวเราะ) กลัวความหย่อนคล้อย คือเราอ่ะเคยทำศัลยกรรมหน้าอกเอาเข้าไปแล้วเราก็เอาออกมาพร้อมซีสต์ไปด้วยเลยทีเดียว”

แล้วคิดว่ามันเกิดจากที่เราเข้าไปไหม?
“คุณหมอบอกว่า อันนั้นไม่เกี่ยว คือคนที่ทำศัลยกรรมหน้าอกไม่มีเกี่ยว จะเป็นซีสต์หรือมะเร็งจะไม่ได้เกิดขึ้นจากการศัลยกรรมหน้าออก เพราะว่าเราศัลยกรรมมาแล้ว 20 ปีแล้ว”
ชินหรือยังเอาหน้าอกออก ?
“ก็โอเคนะคะ มันก็สบายตัวขึ้น แล้วเราก็สบายใจตรงที่ไอ้ก้อนต่างๆที่มันเกิดขึ้นมาหายไปมากกว่า ในเรื่องของสรีระอาจจะไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการใช้งานแล้ว คือภาพลักษณ์ของสามันเปลี่ยนไปตามวัย เดี๋ยวนี้เราก็ไม่ได้แบบ..(ทำท่าเซ็กซี่) มันก็เป็นธรรมชาติของมันไป ว่าก็โอเคแล้ว เป็นธรรมชาติของมัน ตอนนี้ใส่ผ้ากระชับอยู่ ก็เลยไม่รู้สึกว่ามันแตกต่างกันยังไง เพราะว่าเพิ่งไปผ่ามาเมื่อวานตอนเย็น”

ด้วยความที่เราอยู่กับมันมา 20 ปีแล้ววันนี้ไม่มีแล้วเรารู้สึกยังไงบ้าง?
“ตื่นเช้ามาก็ อ้าว นมเล็กเชียว(หัวเราะ) นิดนึง แต่ว่าก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันแตกต่างหรืออะไรเลย คนรอบข้างก็ยังไม่มีใครพูดอะไร เพราะว่ามันเพิ่งไปเอาออกเมื่อวานตอนเย็นเอง ก็ยังไม่มีคนทักว่ามันเปลี่ยนแปลงไปมากมายขนาดไหน คือมันก็เป็นความผิดพลาดของเราด้วยที่เราก็ไม่เคยตรวจเมมโมแกรมเต้านม ก็โดนหมอว่าอยู่เหมือนกันว่าผู้หญิงวัยนี้ วัย30ขึ้นไปแล้ว ต้องตรวจสุขภาพเต้านมต้องตรวจเลยเพราะว่ามันสำคัญมากๆ แล้วยิ่งรู้เร็ว มันก็จะยิ่งรักษาได้เร็วขึ้น แต่ว่าการใช้ชีวิตไลฟ์สไตล์ต่างๆก็เหมือนเดิมค่ะไม่เปลี่ยนไป”
เสื้อผ้าต้องโละตู้เลยไหม?
“เฮ้ยก็ไม่ขนาดนั้น เมื่อก่อนมันก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น มันก็ไม่ได้ขนาดนั้น มันก็ไม่ได้มากมาย ไปตามกาลเวลา (โละชุดว่ายน้ำ) ไม่ขนาดนั้นที่มีอยู่ก็ใส่ได้”
ไม่ได้เตรียมตัวว่าเอานมออกแล้วเราจะมีลูก?
“อ๋อไม่ได้มีลูกอยู่แล้วค่ะ ตอนนี้ก็มีหมาสามตัวก็แย่แล้วค่ะ”
เหตุผลหลักๆที่เราไม่อยากมีลูกห่วงอะไรที่สุด?
“สังคมและสิ่งแวดล้อมมากกว่า สาว่าสังคมและสิ่งแวดล้อมไม่ค่อยเหมาะกับการมีลูก ทั้งเรื่องสภาพเศรษฐกิจและมนุษย์ โดยรวมจิตใจคน สามองว่าไปเรียน มันเหมือนเป็นการแข่งขัน คือเพื่อนๆสาลูกๆเขาเรียนโรงเรียนอินเตอร์ มันก็จะเป็นเรื่องของการแข่งขัน แม่ต้องแบรนด์เนม คือสามองว่าอยากให้เด็กเติบโตเหมือนสาที่วิ่งเล่นในทุ่งที่มีความเป็นธรรมชาติมากกว่านี้ แต่สังคมปัจจุบันไม่ได้เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ในธรรมชาติจริงๆ”


