เป็นศิลปินเบอร์แรกค่าย Heliconia Music (เฮลิโคเนีย มิวสิค) ของ ‘หนุ่ม’ กิติกร เพ็ญโรจน์ ผู้เป็นพ่อ สำหรับนักร้องสาว ‘นีน’ ณลีนา เพ็ญโรจน์ โดยคลอดซิงเกิลสากล “One Way Losing Game” ที่แต่งเอง ร้องเอง ตามคอนเซ็ปต์ค่าย Based on True Story ทุกถ้อยคำแต่งจากเรื่องจริง
วันนี้นักร้องสาวได้มาเผยเรื่องราวในการทำงานเพลงครั้งนี้


จุดเริ่มต้นการมาเป็นนักร้อง?
นีน – “ชอบเล่นเปียโนและร้องเพลงตั้งแต่เด็ก คุณพ่อสนับสนุนมาตลอด เพราะเขาก็เคยเป็นนักร้อง ตอนเด็กๆ คิดว่าตัวเองอยากเป็นนักร้อง แต่พอโตขึ้นมาก็ผลักเอาไปไว้ข้างๆ แทน อาจเพราะตอนนั้นยังไม่ได้แต่งเพลงเองก็เลยยังไม่เห็นทางของตัวเองว่าเราจะได้เป็นนักร้องจริงๆ หลังจากนั้นตอนอายุ 17 ก็เริ่มแต่งเพลงที่มาจากประสบการณ์ตรงตัวเอง แล้วให้คุณพ่อดู คุณพ่อชอบเลยเอามาทำเป็นเพลงจริงๆ และเอามาเป็นคอนเซ็ปต์ค่ายเฮลิโคเนีย มิวสิค คือเอาคนที่แต่งเพลงเอง ร้องเอง ใช้เรื่องราวจากชีวิตตัวเองให้กลายเป็นเพลง เรียกว่า Base on True Story ทุกถ้อยคำแต่งจากเรื่องจริงค่ะ”

ความที่คุณพ่อคร่ำหวอดในวงการเพลงมานาน ยิ่งเป็นแพสชั่นให้เราเดินตามบนเส้นทางสายนี้ไหม?
นีน – “คุณพ่อถือเป็นแรงกระตุ้นและแพสชั่นที่ดีมากๆ อย่างเวลาต้องการให้คุณพ่อช่วยอะไร เขาจะเข้าใจอุตสาหกรรมดนตรีอยู่แล้ว อีกอย่างคุณพ่อเล่นเปียโนและกีตาร์ได้ เขาก็จะมาช่วยเราเล่นเวลาที่เราเล่นไม่ได้ แล้วพอคุณพ่อเห็นว่าเรามีแพสชั่นก็ยิ่งผลักดัน และเข้าใจว่าตัวเองก็เคยรู้สึกอย่างนี้ เลยอยากให้เราไปได้ไกลที่สุด”

เรียกว่าเปิดค่ายเพลงเพื่อลูกสาว?
นีน – “คือเรากับน้องค่ะ ที่ชอบร้องเพลงและเล่นดนตรีเหมือนกัน คุณพ่อเลยอยากเปิดค่ายให้ลูกสาว การเป็นศิลปินเบอร์แรกของค่าย ตอนแรกก็ตื่นเต้นแล้วก็เครียดนิดนึงว่าเราทำดีพอหรือยัง แต่ก็พยายามที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ฉะนั้นก็ต้องพอใจในสิ่งที่ตัวเองทำได้ ผลงานที่ออกมาก็พอใจและแฮปปี้มาก”
เปิดตัวด้วยซิงเกิลแรก One Way Losing Game?
นีน – “เพลงนี้แต่งจากเรื่องที่เจอมาและเจ็บจริงๆ ถ่ายทอดออกมาในเนื้อเพลงว่าคนสองคนรักกัน อยู่ดีๆ อีกฝ่ายก็เลือกจะไปอยู่กับคนอื่น แต่ก็ไม่ได้เศร้าทั้งเพลงนะคะ มีทั้งเศร้าและเป็นทั้งกำลังใจ เพราะในที่สุดเราก็รู้ว่าเราต้องการคนที่ดีกว่า ฉะนั้นเราต้องมูฟออนและยอมให้สตอรี่ของเราจบแบบนั้นไม่ได้ ในเมื่อเราทำดีที่สุดแล้ว ถ้าเขาทำให้ดีกว่านั้นไม่ได้ก็ไม่ควรอยู่ด้วยกัน เชื่อว่าคนฟังจะเข้าถึงเนื้อหาได้ง่าย น่าจะเป็นประสบการณ์ที่หลายคนเจอในชีวิต ที่อกหัก เสียใจ อยากให้ลองฟังเพลงนี้และเอาเราเป็นตัวอย่างว่าเราก็สามารถผ่านมันมาได้และมูฟออนได้ สำหรับเนื้อเพลงทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษค่ะ ส่วนอนาคตจะมีโอกาสทำเพลงไทยมั้ย ต้องยอมรับว่าไม่ค่อยถนัดภาษาไทย อาจจะถ่ายทอดได้ออกมาไม่ดีค่ะ”


แนวเพลง?
นีน – “เพลงนี้เป็นแนวป๊อปบัลลาด เป็นแนวเพลงที่ชอบ เกิดจากที่คุณแม่เปิดเพลง Taylor Swift ให้ฟังเลยชอบ Taylor Swift มาตั้งแต่เด็ก ชอบที่เขาแต่งเพลงเอง ซึ่งใช้ประสบการณ์ของตัวเองมาแต่ง เลยได้รับแรงบันดาลใจจากตรงนี้ แล้วก็ชอบ Olivia Rodrigo ด้วยที่ออกเพลงมาล่าสุดก็ตรงกับสไตล์เรา ทั้งสองคนนี้ถือเป็นไอดอลค่ะ”
เดี๋ยวต้องกลับไปเรียนต่อที่เมืองนอก วางแพลนเรื่องการทำงานเพลงต่อไว้ยังไง?
นีน – “คงแต่งเพลงไปเรื่อยๆ ถ้ามีเวลาจริงๆ ก็สามารถอัดเพลงที่โน่นได้ แต่ตั้งใจอยากเรียนให้จบก่อน ก่อนจะมาเข้าวงการจริงจัง ตอนนี้เพิ่งเรียนปีแรกด้าน Economic เลือกเรียนด้านนี้เพราะถนัดมาตั้งแต่ตอนเรียนไฮสคูล อีกอย่างตอนแรกมองว่าดนตรีเป็นงานอดิเรกและแพสชั่นเฉยๆ ไม่ตั้งใจจะจริงจังขนาดนี้ เลยตัดสินใจไปเรียนด้านธุรกิจก่อน แล้วคิดว่าเราสามารถทำดนตรีเป็นพาร์ตไทม์ก็ได้ถ้าเราสามารถทำธุรกิจของเราให้มั่นคงได้ก่อน อย่างนั้นอาจจะสบายกว่า”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล