เป็นนางเอกเต็มตัวครั้งแรกในละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ทางช่อง 3 กับบท ‘ทองกวาว’ สำหรับนักแสดงและนางงามสาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ‘ชาล็อต ออสติน’ โดยจับคู่กับหนุ่มฮอต ‘มิว’ ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ ที่รับบท ‘คล้าว’

โดยวันนี้สาวชาล็อตได้มาเปิดใจถึงบทบาทการแสดงและเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนเรื่องหัวใจเจ้าตัวบอกยังไม่อยากมี เพราะต้องการโฟกัสเรื่องงานก่อน

อาทิตย์ใส - ‘ชาล็อต’ก้าวอย่างมีสติ หยิบข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน

เป็นยังไงบ้างกับ “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗”?

ชาล็อต – “เป็นละครเรื่องแรกค่ะ เป็นละครในตำนานมากเพราะมีหลายเวอร์ชั่น เวอร์ชั่นนี้ทันสมัยมากขึ้น ตัวละครมีความคิดสมัยใหม่ หนูรับบท ทองกวาว เวอร์ชั่นนี้จะไม่ยอมคน แต่ก็ยังมีความอ่อนโยน เป็นข้อคิดว่าผู้หญิงสมัยนี้รักตัวเอง ดูแลตัวเองได้ เลือกคู่ชีวิตได้ ถ้าเขารักเราจริง เขาต้องทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้เราเห็น”

“แล้วด้วยหนูเป็นลูกครึ่ง ไม่อยากให้ยึดติดว่าทองกวาวต้องเป็นคนไทยจ๋า ทองกวาวคือตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมา อยากให้โฟกัสที่เนื้อเรื่องมีความแตกต่างออกไป ทองกวาวจะเป็นใครก็ได้ ฝรั่งอาจจะเอาเรื่องนี้ไปรีเมกก็ได้ แค่เปลี่ยนชื่อตัวละคร แต่เนื้อเรื่องมนต์รักลูกทุ่ง ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ”

อาทิตย์ใส - ‘ชาล็อต’ก้าวอย่างมีสติ หยิบข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน

ร่วมงานกับ ‘มิว ศุภศิษฏ์’ ครั้งแรก?

ชาล็อต – “ตอนแรกเกร็งมาก เข้าฉากวันแรกต้องหวานเลย เขาก็รู้ว่าเราเกร็ง พยายามชวนคุย ค่อยๆ ละลายพฤติกรรม อีกวันได้ไปเวิร์กช็อปกัน ได้คุยได้ใกล้ชิดกันก็หายเกร็งค่ะ ก็จะสร้างไลน์กลุ่มคุยกัน นัดไปกินข้าวเพื่อให้สนิทกันมากขึ้น ตอนนี้เป็นพี่ชายที่น่ารักมากๆ ที่สำคัญพี่มิวส่งอารมณ์ให้ได้ดีมาก หนูจะเก็บเกี่ยวเทคนิคจากเขามาปรับใช้”

จากนางงามมาเป็นนางเอก แฟนคลับลุ้นแค่ไหน?

ชาล็อต – “เขาภูมิใจ เพราะเขาเห็นเราตั้งแต่ยังไม่ได้มงภูเก็ต ไม่ได้มงชุมพร ตั้งแต่แรกๆ ที่เพิ่งประกวดนางงาม เห็นการเติบโตของเราทุกด้าน ต่อให้จะมีอะไรมากระทบ สุดท้ายเราก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป เขาเข้าใจในความเป็นมนุษย์ว่ามีผิดพลาดกันได้ มีการพัฒนากันได้ ถ้าคนที่เขารักเราจริงๆ เขาจะโฟกัสแต่สิ่งดีๆ ของเรา”

อาทิตย์ใส - ‘ชาล็อต’ก้าวอย่างมีสติ หยิบข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน

ในมุมเราเอง มองเห็นการเติบโตของตัวเองเป็นอย่างไร?

ชาล็อต – “หนูมองว่าชีวิตหนูเหมือนเกมที่ผ่านไปแต่ละด่าน ปัญหาคือสิ่งที่เราต้องเจออยู่แล้วในวงการบันเทิง ต่อให้ใช้ชีวิตปกติก็มีปัญหาอยู่ดี ก็ปล่อยวาง ปลง ทำใจ มีสติให้มากขึ้น ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเจออะไร ขอแค่ก้าวไปแบบมีสติ ทุกอย่างจะพลาดน้อยลง อะไรที่พลาดไปแล้วให้เป็นบทเรียน กว่าจะถึงจุดนี้หนูโดนเยอะมาก โดนตั้งแต่วิธีการพูด น้ำเสียง ท่าทาง เล็กๆ น้อยๆ ก็โดน โอเค เขาติเพื่อให้ปรับปรุงแก้ไข เราก็รับฟังแล้วปรับปรุงมาเรื่อยๆ ซึ่งก็ดีขึ้น พยายามพัฒนาตัวเองในหลายๆ ด้าน”

อะไรที่ทำให้แฟนๆ ซัพพอร์ตเรามากขนาดนี้ ขึ้นเทรนด์ทวีตตลอด คู่กับอิงฟ้า งานเดี่ยวก็ขึ้นเทรนด์?

ชาล็อต – “มันคือสิ่งที่อยู่กับหนูมาตั้งแต่วันแรกจนถึงทุกวันนี้ หนูเป็นยังไงก็เป็นแบบนั้น เป็นหนึ่งในศิลปินที่พูดตรง และซื่อสัตย์จริงใจกับแฟนคลับมากๆ เข้าใจมุมมองของแฟนคลับ เพราะเราเองก็เคยเป็นแฟนคลับมาก่อน จะรู้ในสิ่งที่เขาต้องการ คือเขาอยากเห็นเรามีความสุขค่ะ”

อาทิตย์ใส - ‘ชาล็อต’ก้าวอย่างมีสติ หยิบข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน

คู่จิ้น ‘ชาล็อต-อิงฟ้า’ ในวันที่แยกมาทำงานเดี่ยวคู่กับนักแสดงคนอื่น แฟนคลับมีมุมมองอย่างไร?

ชาล็อต – “แฟนคลับจะมี 2 แบบ แบบแรกไม่อยากให้คู่กับใครเลย อยากให้อยู่กับตรงนี้ แต่ถ้าหนูอยู่ที่เดิมจะไม่ก้าวหน้าเลย แต่จะมีแฟนคลับอีกกลุ่มหนึ่งที่ดีใจที่น้องมีโอกาสได้ร่วมงานกับคนในวงการบันเทิงมากขึ้น และมีโอกาสได้เฉิดฉายในหลายๆ ผลงาน เพื่อน้องจะได้โตมากขึ้นในวงการบันเทิง แฟนคลับที่เข้าใจเขาไม่ได้ว่าอะไร งานก็คืองาน แต่เราก็เข้าใจทั้งสองฝ่าย”

ทุกวันนี้รับมืออย่างไร หลังถูกคอมเมนต์จากโลกโซเชี่ยลที่มีอิทธิพล?

ชาล็อต – “เมื่อก่อนหนูจะเป็นคนไม่ค่อยมีสติ เวลาเห็นอะไรไม่ดี เช่นเวลามีคนมาพูดไม่ดี มาว่า มาปั่น หนูก็จะทำกลับว่ากลับ แต่พอมานั่งคิด ปล่อยไปดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้วเรามาไลฟ์ มาแสดงผลงานเพื่อให้คนที่เขารักเรา ชื่นชมชื่นชอบเรา ไม่ได้มาแสดงเพื่อให้คนที่ไม่ชอบมาติ ก็เลยปล่อยวางได้ง่ายขึ้น อาจเพราะไปบำบัดจิต ฟังธรรมะ หลายเหตุการณ์ที่เข้ามาทำให้นิ่งขึ้น ใจเย็นขึ้น แล้วได้ข้อคิดกับตัวเองว่าสุดท้ายแล้วเอาที่เราสบายใจดีกว่า มันคือชีวิตของเราที่ต้องมีความสุข สุดท้ายก็ต้องฮีลใจตัวเองกลับขึ้นมาให้ได้ ไม่อยากเห็นตัวเองนั่งจมกับสิ่งที่ไม่ควร”

อาทิตย์ใส - ‘ชาล็อต’ก้าวอย่างมีสติ หยิบข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน

เคยไม่ไหวถึงขั้นบำบัดจิต พบจิตแพทย์?

ชาล็อต – “ตั้งแต่เด็กๆ หนูเป็นคนเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว ต่อให้มีเรื่องเครียดก็ไม่เคยเล่าให้พ่อแม่ฟัง ไม่อยากให้เขาเครียด คิดว่าตัวเองจัดการได้ มันคือความรู้สึกเราเดี๋ยวก็หายไปเอง จน 2 ปีที่ผ่านมา มันเหมือนทับไว้ คิดว่าจัดการได้ สุดท้ายไม่ไหว ระเบิดออกมา ก็เลยไปหาจิตแพทย์ เขาบอกมีอาการวิตกกังวล แพนิก ฟุ้งซ่าน นอนไม่หลับ กลับมาเป็นซึมเศร้าอีก เพราะเคยเป็นเมื่อ 4 ปีที่แล้วช่วงม.6”

“พอไปหาจิตแพทย์ ให้ยามากินก็ดีขึ้น จนรู้สึกเริ่มปกติ แต่เราโอเคเพราะยาจริงๆ หรือโอเคเพราะหลอกตัวเอง ก็เลยไปบำบัดจิตเพิ่ม คำว่าบำบัดจิตอาจฟังดูน่ากลัว มันคือการไปสถานที่เป็นธรรมชาติมากๆ เป็นที่ที่ฮีลใจ จะมีตารางให้ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืนว่าทำอะไรบ้าง ให้นอนกี่โมง อารมณ์เหมือนไปเรียนค่ะ ช่วยได้เยอะ”

อาทิตย์ใส - ‘ชาล็อต’ก้าวอย่างมีสติ หยิบข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน

ตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร?

ชาล็อต – “อยากร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ๆ และมีโอกาสโกอินเตอร์ ได้เล่นเอ็มวีต่างประเทศ หรืองานอะไรก็แล้วแต่ที่ตีตลาดออกไทยได้ ตอนนี้อยู่องค์กร MGI (บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)) จะคอยพัฒนาองค์กรไปเรื่อยๆ มีสินค้าที่องค์กรออกให้เราเป็น CEO ได้เรียนรู้ธุรกิจตรงนี้เพื่อต่อยอดธุรกิจในอนาคต หนูอยากเป็นบิสสิเนสวูเม่น และอยากอยู่ในวงการบันเทิงด้วย ก็ต้องแบ่งเวลาทำควบคู่กันไป”

อาทิตย์ใส - ‘ชาล็อต’ก้าวอย่างมีสติ หยิบข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน

ดราม่า (ภาพหลุดสนิทสนมกับนักแสดงหนุ่มซีรีส์วาย) ที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่าการมีแฟนมีความรัก บอส (ณวัฒน์ อิสรไกรศีล) เข้มงวดเรื่องนี้มาก?

ชาล็อต – “คุยกันตลอดเรื่องนี้ เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะมีคนคุย มีความรัก บอสบอกว่าถ้าจะมีขอแค่ไม่มีใครได้รับผลกระทบ ถ้าจะคุยคุยไปเลย แต่ต้องอยู่ในพื้นที่ของคุณ สิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อใจที่มีให้คนใกล้ตัว ได้อีกหนึ่งบทเรียนที่ใหญ่มากๆ เป็นเอฟเฟ็กต์ที่กระทบทุกอย่าง งานถ้าพังคือพังเลย ดังได้ ก็ดับได้ นี่คือสิ่งที่บอสพูดตลอด ทำให้เห็นว่าเราต้องมีสติในการใช้ชีวิตมากขึ้น และในการคบคน ไม่ใช่แค่แฟน ยิ่งอยู่วงการบันเทิงต้องเจอหลากหลายรูปแบบ สิ่งที่ต้องทำคือเซฟตัวเอง เซฟจิตใจตัวเอง”

ตอนนี้หัวใจว่างไหม?

ชาล็อต – “โสดค่ะ บอสถึงขั้นห้ามมีแฟนเลยไหม ไม่ได้ห้ามค่ะ แกก็เหมือนสอน เรายังเด็กอยู่ ทำงานไปก่อน แต่ก็มีบ้างที่เราแอบเป๋ไป คุยกุ๊กกิ๊กๆ”

อาทิตย์ใส - ‘ชาล็อต’ก้าวอย่างมีสติ หยิบข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน

ยังอยากมีความรักไหมตอนนี้?

ชาล็อต – “ถ้า ณ ตอนนี้ไม่อยาก เพราะไม่อยากเห็นตัวเองเจ็บหรือนั่งร้องไห้ หัวใจแตกสลายเพราะความรัก หนูเวลารักใคร จะรักมากๆ ยิ่งถ้าเขาดูแลดี ให้เกียรติเรามากๆ เรายิ่งรู้สึกต้องรักษาเขาไว้ แต่พอถึงจุดหนึ่งเรารักษาเขาไม่ได้ กลายเป็นเราพังเอง เราไม่อยากพัง”

“ถ้าจะมีคนเข้ามาต้องไปถามบอสก่อน จริงๆ ไม่ได้มีสัญญาว่าห้ามมีแฟน แต่เป็นสัญญาใจว่าไม่ควร ยังไม่ถึงเวลา สิ่งที่ควรโฟกัสคือเงินและอนาคต แกไม่อยากให้ลูกสาวแกลำบาก แกเลยคะยั้นคะยอให้รู้จักการบริหารการทำธุรกิจ การเติบโตด้วยตัวเองให้มากที่สุด ที่ผ่านมาอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่พอเรื่องนั้นเกิดขึ้นหนูเข้าใจทุกอย่างเลยว่าจุดที่หนูอยู่มันต้องทำยังไงถึงจะอยู่รอด ก็ต้องมีสติ และเลือกโฟกัสอย่างใดอย่างหนึ่ง ในเมื่อไม่สามารถมีสองอย่างพร้อมกันได้ ก็ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งหนูจะเลือกในสิ่งที่ตัวเองก้าวหน้าให้ได้มากที่สุด”

วันหนึ่งที่พร้อม คนที่มาอยู่เคียงเรา ต้องเป็นคนแบบไหน?

ชาล็อต – “อันดับแรกต้องให้เกียรติกันก่อน ไม่เจ้าชู้ เข้าใจเรา ซัพพอร์ตเรา อยู่ข้างๆ เรา เป็นความสบายใจให้เราแค่นั้นพอ ขอแค่อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขค่ะ”

วีรนุช จันทำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน