ทิกเกอร์ อชิระ เผยดีเอ็มแห้ง สาวๆ จีบได้ โอเพ่น แม่ไม่หวง ปล่อยให้ใช้ชีวิตเต็มที่ มีละครทาบทาม แต่ไม่มีเวลา โฟกัสเรื่องเพลงเป็นหลัก
ล่าสุดวันที่ 14 มี.ค. ได้มีโอกาสพบ ‘ทิกเกอร์’ อชิระ เทริโอ ลูกชายคนเก่งของคุณแม่ ‘นิโคล เทริโอ’ ที่มาร่วมงานแถลงข่าว เปิดตัวแคมเปญ “Hi! ใจ ส่งต่อความสุขไม่รู้จบ” ณ ชั้น 1 โซน Beacon ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเล่าบรรยากาศแฟนมีตที่ผ่านมา ดีใจมีคนรักมากขนาดนี้ แย้มเรื่องหัวใจ ตอนนี้ยังโสด
แฟนมีตที่ผ่านมาเป็นไงบ้าง? “อบอุ่นมากครับ อากาศก็อุ่นๆ ด้วย เอาต์ดอร์ครับ แล้วผมใส่เสื้อสองชั้น แต่จริงๆ มันดีมากๆ ครับ การที่ได้อยู่กับแฟนคลับใกล้ชิดขนาดนั้น ได้คุยกัน ถ้าเจอกันตามงานอะไรแบบนี้ มันจะมีเวลาที่จํากัด แต่พออยู่ที่งานแฟนมีต แล้วได้มีเวลานั่งคุยกัน รู้สึกว่าไม่มีความกดดัน แล้วได้คอนเน็กต์กับแฟนคลับ รู้สึกดีมาก”
ถือว่าเป็นสองปีในการก้าวมาสู่ศิลปินแบบเต็มตัว แล้วก็มีแฟนคลับที่มากขึ้นเรื่อยๆ? “อันนี้เพิ่งเข้ามาในปีที่สอง เพิ่งผ่านไปแค่ปีเดียวเอง การที่ได้มีคนซัพพอร์ต และให้กําลังใจกับผมมาโดยตลอด ผมรู้สึกว่าจริงๆ แอบช็อกเหมือนกันครับ ที่ผ่านมาแค่ปีเดียว แล้วมีคนติดตาม มีคนรักผมมากขนาดนี้”
“แล้วผมเป็นคนที่อาจจะติดอิโมชั่นนอลเยอะ ก่อนหน้านี้ผมไม่มั่นใจว่า พอเดบิวต์มา เข้ามาในโลกนี้มันจะเป็นยังไงนะ จะได้คุยกับแฟนคลับ หรือจะได้เจอทุกคนไหม แต่พอได้เจอจริงๆ ได้อยู่ในสถานการณ์นี้จริงๆ ผมรู้สึกว่า มันทําให้ผมอิโมชั่นนอลจริงๆ ครับ น้ำตาคลอเลย”
เห็นว่ามีเซอร์ไพรส์จากคุณแม่ด้วย? “ใช่ครับ เป็นเบิร์ดเดย์เค้กที่น่ารักมาก อลังการยิ่งใหญ่มาก แบบ ว้าว ขนมายังไงก็ไม่รู้”
แม่ร้องไห้ไหม? “คือจริงๆ วันนั้นผมก็ไม่ได้คิดว่ามันจะอิโมชั่นนอลขนาดนั้น จริงๆ ทุกคนร้องไห้ครับ แล้วผมก็เกือบร้องไห้ แต่พอรู้ว่ามีไลฟ์ ก็อยากเซฟเอาไว้ แบบคีพคูลหน่อย แต่จริงๆ ข้างในผมอิโมชั่นนอลมาก กลับบ้านผมแบบร้องไห้”
พอหลังเดบิวต์มันไม่ได้คาดหวังว่าจะดังขนาดนี้ใช่ไหม? “ใช่ครับ ตอนเดบิวต์จริงๆ ผมคาดไม่ถึงว่า จะได้มีแฟนคลับ หรือได้ออกงาน มีโอกาสดีๆ เยอะขนาดนี้อะครับ คาดไม่ถึงจริงๆ”
มีของขวัญให้ตัวเองไหม? “ผมเคยซื้อกีต้าร์โป่งให้ตัวเองครับ ตอนเพิ่งเดบิวต์ ตอนนี้กําลังคิดอยู่ ว่าซื้อกีตาร์อีกไหม ก็น่าจะกีต้าร์แหละครับ เพื่อที่จะเอาขึ้นไปโชว์อะไรแบบนี้”
โตขึ้นแล้วยังมีความห่วงคุณแม่เหมือนเดิมไหม? “ก็มีครับ เรื่องสุขภาพ การพักผ่อน เรื่องทั่วไป ที่คุณแม่ก็ห่วงผมด้วย”
แต่คุณแม่ห่วงเราหนักกว่า? “ก็เป็นความแบบแม่ห่วงลูกอะไรแบบนี้ จริงๆ น่าจะเท่าๆ กันนะครับ เรารักกันมากครับ”
แม่ปล่อยเรามากขึ้นไหม? “จริงๆ แม่ก็ปล่อยมาสักพักแล้วนะครับ เขาก็เป็นห่วง แต่ก็ให้ผมมีชีวิตของตัวเอง ให้ผมได้ใช้ชีวิตให้เต็มที่โดยที่ไม่ต้องเป็นห่วง คือแม่พยายามให้ผมได้ใช้ชีวิตอย่างสบายที่สุด และให้ผมได้เก็บประสบการณ์ในวงการเพลงด้วยผมเอง แล้วก็กับเพื่อนๆ อะไรอย่างเงี้ยครับผม”
จะมีเห็นผลงานละครบ้างไหม? “จริงๆ ตอนนี้แค่เพลงครับ แต่ถ้ามีโอกาสเข้ามา ไม่ปิดครับ”
มีทาบทามบ้างไหม(ละคร)? “มี แต่ยังไม่มีเวลา เพราะว่าเรื่องเพลงผมโฟกัสแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยอ่ะ เต็มที่มากๆ อย่างอัลบั้มที่ผมกําลังทําอยู่ ผมเต็มที่กับมันมาก อยากให้ชิ้นงานทุกๆ เพลงออกมาอย่างคุณภาพ”
หลายคนบอกภาษาเราดีขึ้น? “พออยู่กับทุกคน ออกงานเยอะๆ ได้คุยกับคนเยอะๆ เข้าสังคมมากขึ้น เจอคนมากขึ้น มันก็พัฒนาโดยธรรมชาติ จริงๆ เมื่อก่อนมีบางคำที่ไม่เข้าใจ แล้วอาจจะพูดไม่ทัน เหมือนภาษาไทยลึกๆ แล้ว มันเป็นการปลดล็อกอะครับ เพราะว่าการที่อยู่ในสังคมโรงเรียนนานาชาติ มันก็พูดภาษาอังกฤษทุกวัน พอเข้ามาในวงการ ผมก็ได้เอาของมาใช้แล้ว มันก็ค่อยๆ เก็บเกี่ยว แล้วค่อยๆ ปลดล็อก”
จริงๆ ช่วงนั้นกังวลไหม? “จริงๆ มันต้องค่อยๆ เก็บเกี่ยวทุกอย่างพร้อมๆ กันครับ ถ้ารู้สึกกดดัน มันก็จะเครียด แต่สําหรับผม ผมไม่อยากกดดันตัวเอง ไม่อยากเครียด ก็เลยค่อยๆ ให้ตัวเองเติบโต ยอมรับว่าตอนนี้อะยังไม่ถึงจุดนั้น ก็ค่อยๆ เก็บไปเรื่อยๆ”
ตอนนี้ให้คะแนนภาษาไทยตัวเองเท่าไร? “ผมให้10 เลย เพราะภูมิใจว่า ผมมาได้ไกลขนาดนี้จากเมื่อก่อน จริงๆ ภาษาแรกที่ผมพูด ก็คือภาษาไทย แต่พอเรียน ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก แล้วก็เหมือนแบบ ดันมันลงไปครับ แค่ตอนนี้มันคือการเอากลับมาอีกที เอามาใช้อีกรอบ ผมรู้สึกว่าภูมิใจมากๆ ที่ได้มาไกลขนาดนี้ในการพูด เพราะเมื่อก่อนผมก็แอบไม่มั่นใจ นอยด์นิดนึง”
นอยด์เพราะอะไร? “เพราะรู้สึกแบบว่าเมื่อก่อนผมเคยพูดได้ แต่ทําไมตอนนี้รู้สึกเกร็งมาก หรือกดดันตัวเอง จนผมพูดอะไรไม่ออก กลัวจะพูดผิด แต่ตอนนี้ถ้าพูดผิดมันก็ตลกดีครับ”
พร้อมจะมีแฟนรึยังครับ มีสาวๆ เข้ามาจีบไหม? “ไม่มีครับ ถ้าถามว่าอยากมีแฟนไหม? ก็โอเพ่นครับ แต่แค่ว่าแบบดีเอ็มผมแห้ง”
เราถนัดเป็นคนจีบ หรือเป็นคนถูกจีบ? “ไม่รู้อ่ะครับ ส่วนใหญ่อะ ถ้ากับผม มันไม่ได้เป็นการจีบขนาดนั้น เป็นการคุยกันไปเรื่อยๆ เริ่มด้วยการเป็นเพื่อนก่อน อันนั้นผมว่าสําคัญที่สุด แล้วเป็นขั้นตอนที่ผมว่ามันจะดีที่สุด เพราะว่าการเรียนรู้ก่อน แล้วค่อยพัฒนาความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ”
แม่มีผลต่อหัวใจเราไหม? “จริงๆ ไม่เลยครับ แม่ไม่ได้เป็นด่านเลยครับ แม่ผมเป็นเพื่อน แล้วเป็นฟีลแบบดีอะ หรือแบบจริงเหรอ แม่ไม่ได้เป็นห่วงขนาดนั้น ตอนนี้ก็ทำงานไปก่อน”






