ไม่ธรรมดาจริงๆ สำหรับนักแสดงหนุ่ม ‘อเล็กซ์ เรนเดลล์’ นอกจากจะมีความสามารถทางด้านการแสดงที่ไม่เป็นสองรองใครแล้ว เจ้าตัวยังชื่นชอบและมุ่งมั่นในการทำค่าย “อีอีซี ไทยแลนด์” เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ให้เยาวชนเข้าใจและตระหนักในคุณค่าของคำว่าอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ล่าสุด! ความมุ่งมั่นนี้ไปเข้าตาองค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็นประจำประเทศไทย เชิญนักแสดงหนุ่มเข้าร่วมเสวนาเรื่องมลพิษทางอากาศ ในงาน “2018 Asia Pacific Clean Air Partnership Join Forum” เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทั่งมีโอกาสเจอหนุ่ม ‘อเล็กซ์’ ในกิจกรรม “ชมละคร คมแฝก ตอนแรกสุด Exclusive” ที่ ร้านอัลปาก้า ลาดพร้าว-วังหิน 71 จึงสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว
ถามถึงการได้รับเชิญให้ไปพูดที่สหประชาชาติ?
“มันเป็นงานที่ทางยูเอ็นเขาติดต่อเข้ามาว่าเราสนใจมั้ย สนใจที่จะไปพูดที่ยูเอ็นมั้ย เป็นหัวข้อเรื่องของมลพิษทางอากาศ เราก็ตอบตกลงไปเพราะมาถึงขนาดนี้แล้วไม่ไปก็ไม่ได้แล้ว เราเองก็อยากที่จะไปอยู่แล้ว เพราะเราเองก็ไม่เคยคิดว่าทางยูเอ็นจะชวนเราไป รู้สึกดีใจ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปเจออะไร เขาก็บอกว่าเขาจะให้เราได้ขึ้นไปพูดเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ส่วนตัวก็ไม่เคยขึ้นเวทีนานาชาติในระดับนี้และพูดถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อมในเวทีนานาชาติมาก่อนซึ่งก็เป็นเรื่องดี”
เรียกว่าเป็นตัวแทนประเทศไทยได้ไหม?
“เราก็ไม่รู้ว่าทางยูเอ็นหรือทางใครจะมองว่าเราเป็นตัวแทนของประเทศหรือเปล่า เราก็แค่มองว่าได้ขึ้นไปพูด อย่างน้อยสิ่งที่เราทำลงไปทำให้เห็นว่าเมืองไทยเรามีวิธีการแบบนี้อยู่ รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ที่ได้ขึ้นไป รวมถึงได้พูดถึงสิ่งที่เราทำอยู่ ขั้นตอนในการทำของเรา และเรื่องของการให้ความรู้แก่เยาวชน แล้วได้มีเวทีตรงนี้ผมดีใจมากครับ”
ช่วงหลังเหมือนให้ความสำคัญในเรื่องตรงนี้?
“ใช่ครับ มาแบบก็ไม่รู้ตัว เราทำมันมาด้วยความอยากที่จะทำ แล้วก็ทำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆๆๆ ได้ทำอะไรดีๆ ออกมามีคนชวนไปทำโปรเจ็กต์ดีๆ เยอะก็รู้สึกว่าโชคดีที่เราได้ขึ้นไปพูด ได้ไปเป็นตัวแทน อย่างนักเรียนที่ผมทำค่ายอยู่ด้วย ชีวิตเขาฝันอยากที่จะทำงานกับยูเอ็น แต่ผมรู้สึกว่าอันนี้มันไม่ได้เป็นความฝันของเราตั้งแต่เด็ก แต่เรากลับได้รับเกียรตินี้มา เราโชคดีขนาดไหน”

การได้ขึ้นเป็นตัวแทนประเทศไทยไปพูดในครั้งนี้อเล็กซ์ได้อะไรกลับมาบ้าง?
“เขาก็บอกว่าเขาชอบ ถ้าเกิดจะชวนเรามาอีกเฝจะมามั้ย เราก็บอกเขากลับไปทันทีว่ามาอยู่แล้ว คือเขาก็บอกว่าประเด็นเรื่องของมลพิษทางอากาศอาจจะไม่ใช่ประเด็นที่ผมเชี่ยวชาญสักเท่าไหร่ แต่เราก็พูดในความสำคัญของการให้ความรู้ เขาก็บอกว่าถ้าให้มาพูดในหัวข้อที่ตรงกับอเล็กซ์มากกว่าจะมามั้ย ผมก็บอกเขาไปว่าถ้าให้ผมมาผมก็มาหมดนั่นแหละ ถ้าผมมาแล้วผมสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้ผมก็มาให้ผมมาเถอะผมมาได้”

เขาบอกเหตุผลไหมว่าทำไมถึงเลือกอเล็กซ์?
“อย่างแรกเลยว่าเขาชอบที่เราทำจริงๆ เขาติดตามค่ายอีอีซีไทยแลนด์ที่ผมทำกับเด็กๆ รวมถึงเราสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เอาจริงๆ ช่วงนั้นผมงานยุ่งมากก็ไม่รู้ว่าเราจะไปเจออะไรข้างหน้า เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะไปอยู่ในห้องยูเอ็นใหญ่ๆ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีป้ายชื่อเรา ผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก แล้วเขาก็พาผมไปรู้จักกับคนประเทศนั้นประเทศนี้ แล้วก็แนะนำว่าผมคืออเล็กซ์จากไทยแลนด์ จริงๆ วันนั้นผมก็จะดูนิ่งๆ แต่ความจริงแล้วผมประทับใจอยู่ลึกๆ”
คิดว่าเราประสบความสำเร็จจากการทำตรงนี้แล้วหรือยัง?
“ก็ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่งครับ แต่ผมคิดว่าทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้อยู่ที่ว่าเราไปพูดที่ไหนหรือเราไปขึ้นเวทีไหน แต่การอนุรักษ์มันต้องเริ่มจากคอมมิตเม้นต์ เริ่มจากการทำจริงๆ อย่างถ้าเขาชวนผมไปผมก็ไป แต่ที่สำคัญมากกว่านั้นคือเรายังต้องทำต่อไป ยังต้องสร้างคนสร้างอะไรต่อไปให้ได้มากที่สุดให้ต่อเนื่องหลายปี ให้ประชาชนในประเทศของเราเป็นนักอนุรักษ์มากกว่านี้ ถ้าเขามองว่าเราทำได้ผมก็ต้องทำมันต่อ”
มองอนาคตต่อจากนี้ไว้ยังไงบ้าง?
“ผมก็คงทำต่อไปกับค่ายอีอีซีไทยแลนด์ที่ทำอยู่ คือแบ่งเวลาละครไปทำตรงนั้นด้วย ทั้งเรื่องของการสอนเด็กให้เป็นนักอนุรักษ์ อยากพยายามที่จะขยายให้มันมากขึ้นให้ไปสู่คนที่ไม่ได้มีโอกาสเข้าค่ายของเราที่เขาใหญ่ ไปหาเด็กตามชุมชน และก็อยากจะชวนคนเข้ามาให้มีส่วนร่วม ในเรื่องของการอนุรักษ์หรือเป็นศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา เวลาใครที่นึกถึงเรื่องของการศึกษาสิ่งแวดล้อมให้เขานึกถึงอีอีซีไทยแลนด์ อยากให้เป็นพันธมิตรระหว่างประเทศ อยากจะทำงานกับพวกทูตหรือตัวแทนของประเทศอะไรแบบนี้ ผมมองว่าตัวองค์กรไปได้ แต่อาจจะต้องทำงานหนักอีกนิดนึงกว่าที่จะไปถึงจุดนั้น ซึ่งผมเห็นแล้วว่ามันไปได้แต่มันอยู่ที่ว่าเราจะขยันแค่ไหนเท่านั้น”
ขอบคุณภาพ IG : alexrendell




