วันที่ 27 มี.ค. ที่บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด จันจิ-จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย นักแสดงสาว มาร่วมพิธีบวงสรวงละคร “ฟ้าฝากรัก” จึงได้สอบถามถึงความสัมพันธ์ว่าเปิดเผยขึ้นหรือไม่ หลังได้เล่นละครช่องเดียวกับหวานใจ “มาริโอ้ เมาเร่อ”

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

โดยจันจิเผยว่า “ไม่นะ มันคนละกองอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว เรายังเหมือนเดิม ถามว่าเราร่วมงานกันได้ไหม ถ้าสมมติมีโอกาสแล้วบทมันใช่จริงๆ ก็ได้ค่ะ”

กลัวไหมถ้าต้องร่วมงานกัน
“กลัวมาก กลัวโดนตี แบบเดินๆ อยู่โดนฟาด(หัวเราะ) ไม่หรอก แฟนคลับพี่โอ้น่ารักทุกคน เพราะมันมีเรื่องเก่าๆ แต่โดนเป็นเรื่องปกติ”

มันยังเป็นเรื่องที่ติดค้างในใจเราอยู่
“ต้องเป็นเรื่องที่เราเก็บไว้ในใจอยู่แล้วว่าเราต้องเตือนตัวเองเรื่อยๆ เวลาทำอะไร ไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำ ถามว่าความกดดันสูงไหม ไม่กดดัน เพราะเรามาขนาดนี้แล้ว ผ่านคำพูดมาหลายคำพูด การที่เราอ่าน อาจจะรู้สึกเศร้าอยู่ ไม่ได้ปลง อ่านแล้วไม่รู้สึกอะไร เราก็ยังรู้สึกอยู่ แต่เราจะจัดการกับความรู้สึกได้เร็วขึ้นมากกว่า ที่ไม่อยากเปิดตัวจันจิว่ามันสบายใจกว่าที่จะอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องทำอะไรมากมาย เรามีอะไรก็ลงในไอจีของเรา ไม่ต้องเอาอะไรไปเกี่ยวข้องกับพี่เขา มันโอเคกว่า เพราะยังไงคนก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว”

เราเคยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจไหม
“ไม่หรอก จันจิเข้าใจนะ คนเขาไม่ได้รู้จักเรา คือใครอยู่ดีๆ มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง กว่าจะผ่านมาถึงตรงนี้ได้ก็ทุลักทุเล เสียน้ำตามาหลายรอบเหมือนกัน ก็เป็นทางโซเชียลมากกว่า จันจิเก็บไว้ในใจเยอะเกินไปแล้วรู้สึกมันหนักเกินไปหรือเปล่า พอเรากลับมาใช้ชีวิตของเรา ดูคนรอบข้างดีกว่า เขาพูดถึงเรายังไง เขาน่ารักไหม พูดถึงแฟนคลับพี่โอ้เวลาเจอตามงานข้างนอก เขาเจอเราก็มาทักทาย เอาจริงๆ เขาน่ารักกันทุกคน แต่คนที่ไม่ได้รู้จักเราจริงๆ ไม่ได้มาเจอ เขาก็ตัดสินเราก่อน เราก็ชิลๆ เป็นเรื่องปกติ”

มีคำอะไรจากมาริโอ้หรือเปล่าที่ทำให้ชีวิตเราสามารถเดินต่อไปได้
“พี่โอ้บอกว่า เรารู้ตัวว่าเราทำอะไรอยู่ สิ่งที่ทำมา เราก็เหนื่อย เราไม่ได้ทำมาฟรีๆ เลยรู้สึกว่าไม่ต้องไปแคร์หรอก ตั้งใจทำงานดีกว่า ถามว่าทุกวันนี้ที่เราพยายามทำงานเพื่อให้คนยอมรับหรือเปล่า ส่วนหนึ่งด้วย เพราะเราไม่อยากให้เขาพูดถึงเราในทางไม่ดี ตัวเรารับได้อยู่แล้ว แต่ทางครอบครัวมาเห็น เขาก็เสียใจ เราไม่อยากให้เขามาเห็นอะไรแบบนี้ เราพยายามทำตัวให้ดีที่สุดดีกว่าจะได้ไม่มีใครมาว่าเรา”การที่เราคบกับมาริโอ้ทำให้เราเจอเรื่องราวอะไร จนถึงขั้นอยากจะถอยออกมาไหม
“จันจิว่ามันทำให้เราโตขึ้นมากกว่า ทำให้มุมมองจันจิเปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนเรามองทำไมเขาถึงว่าเรา แต่ตอนนี้เราเข้าใจแล้วทำไมเขาถึงว่าเรา(หัวเราะ) เอาจริงๆ จันจิเป็นคนไม่ได้มีอะไร เขาไม่ชอบเราโดยที่เรายังไม่ได้ทำอะไร เข้าใจว่าภาพลักษณ์เราอาจจะดูหยิ่งๆ เขาเห็นอาจจะไม่ชอบ แล้วพี่โอ้ก็ยืนคู่กับนางเอก จิ้นกันไปจิ้นกันมา แต่ตัวเราไม่ได้เป็นถึงขนาดนั้น เราเข้าใจ มันเป็นสัจธรรมของมนุษย์อยู่แล้ว ไม่ว่าใครก็ตามสามารถโดนพูดถึงได้”

ไม่มีถึงขั้นเราไม่ไปต่อกับคนนี้แล้ว
“เราแค่ร้องไห้ ก็ปรึกษาเพื่อนๆ มากกว่า ทำใจให้สบาย จัดการความรู้สึกตัวเอง ไม่ได้เอาไปยุ่งกับพี่เขา ถามว่าพี่โอ้รู้ไหมว่าเราร้องไห้ขนาดนี้ ก็ต้องทราบ เพราะมันเห็นอยู่ทางโซเชียล เพจแอนตี้ผุดขึ้นมาเยอะมาก ทำหลายอันเลยเนอะเพจแฟนคลับ(หัวเราะ) ทุกวันนี้เราเข้มแข็งมาก มายุ่งอะไรกับหน้า ทำไมต้องวิจารณ์หน้า ผู้หญิงต้องรักสวยรักงาม บอกว่าเราหน้าแก่ ก็พี่เขาน่ารักไหมล่ะ เราก็ตามวัย ต้องไปโทษพี่เขา ไม่ใช่มาโทษจันจิ”

ล่าสุดนี้เราเพิ่งไปรักสวยรักงามมาอีกรอบหรือเปล่า
“ใช่ค่ะ ไปทำมานิดนึง ไปแก้ตาที่เราเคยทำมาจากเกาหลี เพราะว่ามันตก เทคนิคเขาธรรมชาติมากแล้วมันไม่ได้เข้ากับสรีระคนไทย เลยต้องคุยกับหมอคนไทย ให้บ้านเราเองทำ ฝีมือดี อยากให้น้องๆ ที่สนใจลองศึกษาเยอะๆ ไม่ใช่ว่าถูกแล้วไปทำเลย ถามว่าเราเสพติดมั้ย ไม่ได้เสพติด จันจิแค่พูดตรงๆ มากกว่า หน้าเราเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน ตั้งแต่เด็กจนโตหน้าจันจิไม่เคยเหมือนเดิมเลย ก็อ้วนๆ ผอมๆ คนเลยคิดว่าเราไปทุบมาทั้งหน้า แต่พอเราแก้ตาคนก็คิดว่า ทำศัลยกรรม เราคิดเยอะนะ คิดมาเป็นปี ไม่ใช่แป๊บเดียวอยากทำอะไรก็ทำ”

เราทำบ่อยไหม
“ไม่บ่อย ทำศัลยกรรมทีนึงต้องใช้เวลาพักฟื้น ใช้เงิน ใช้ทุกอย่าง มันทำได้เลย แต่เราต้องคิดเยอะๆ เราก็ไม่อยากให้ตากลายเป็นตลก เราทำเพราะอยากแก้ไขในจุดที่บกพร่อง ถามว่าแก้มาแล้วพอใจไหม พอใจค่ะ ตอนนี้ยังไม่ยุบเท่าไหร่ ทำมาแป๊บเดียวเอง ส่วนพี่โอ้เขาแล้วแต่เรา หน้าเราอะเนอะ เราต้องตัดสินใจ เรามองเห็นข้อบกพร่องของเราทุกวัน เราไม่สบายใจ ถ้าไม่ดีก็แก้ดีกว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังอะไรอยู่แล้ว”

มาริโอ้เคยบอกคุยกับเราเรื่องศัลยกรรม เขาอยากให้พอแล้ว
“พี่เขาไม่เข้าใจ จันจิศึกษาเยอะ เขาไม่มีทางเข้าใจอยู่แล้ว หน้าเขาดีอยู่แล้ว ถ้าพูดกับผู้หญิงเข้าใจกันอยู่แล้ว ถ้าพูดกับหนุ่มๆ ไม่ว่าใครก็ไม่เข้าใจ พี่เขาคงกลัวแหละ เพราะเรื่องการผ่าตัดมันอาจจะพลาดได้ แต่เราเลือกคุณหมอที่มืออาชีพจริงๆ เราเพิ่งทำมา 2 ครั้งเอง ทำแค่ตาพอแล้ว ไม่อยากทำแล้ว จนกว่าจะแก่ค่อยมาว่ากันใหม่ ตอนนี้พักก่อนมันใช้กำลังทรัพย์เยอะนะ เราเสียหายหนักกับที่เกาหลีมากกว่า แต่หมอไทยโอเค สมน้ำสมเนื้อ หลังไมค์มาขอคำแนะนำได้ สาวๆ ก็มาถามเยอะ เราไม่ถึงกับกูรู แค่อ่านเยอะ ดูเว็บนั่นนี่เยอะ ต้องศึกษาก่อนค่ะ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน