หนิง ปณิตา ภูมิใจ น้องณิริน ปลดล็อกตัวเอง-เอาชนะคำสบประมาทกล้าทำในสิ่งที่รัก เผยช็อตร่วมเฟรม จิน อดีตสามี ความสุขของลูกทำได้ทุกอย่าง
วันที่ 26 มิ.ย.2567 ผู้จัดและนักแสดงชื่อดัง หนิง ปณิตา มาร่วมงานนิทรรศการ “Hirono Bangkok Art Exhibition and Event” ซึ่งจัดโดย Pop Mart Thailand ระหว่างวันที่ 27 มิ.ย.-22 ก.ค.2567 ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์

หลังจากนั้น สาวหนิง ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงเรื่องที่โพสต์ภาพร่วมเฟรม จิน จรินทร์ อดีตสามี และ น้องณิริน พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก ในวันที่มาให้กำลังใจลูกสาวเล่นละครเวทีงานโรงเรียน ซึ่งทำเอาหลายคนที่ได้เห็นอดอมยิ้มตามไม่ได้ รวมถึงชื่นชมในการทำหน้าที่พ่อแม่ของทั้งคู่ แม้ว่าจะเลิกรากันไปแล้วก็ตาม
โดย หนิง เล่าถึงความภูมิใจในตัว น้องณิริน ให้ฟังก่อนว่า “อย่างที่เคยไปสัมภาษณ์ทุกครั้งว่าอะไรที่ทำให้ลูกแฮปปี้ หนิงยินดีที่จะทำทุกอย่าง ณิรินมีงาน 2 วัน วันแรกเป็นละครละครเวที อีกวันนึงเป็นทำวง ส่วนละครเวทีคือเขาเดินเข้าไปออดิชั่นเอง ตอนนี้กลายเป็นว่าน้องกลับมามีความสุขและได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำเหมือนเดิม รอยยิ้มของเขามันคุ้มค่ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำมากๆ“

”ตอนที่เห็นลูกโชว์ยอมรับว่าน้ำตาไหลเลย วันนี้เรื่องราวทุกอย่างผ่านไปแล้ว ก่อนหน้านี้น้องจะโดนที่โรงเรียนมองว่าเป็นลูกดาราถึงมีโอกาสที่จะได้เต้นได้ร้อง ถ้าไม่มีแม่เป็นดาราน้องก็ทำไม่ได้ แล้วไหนจะข่าวที่พ่อกับแม่เลิกกันอีก กิจกรรมอะไรที่บางครั้งน้องอยากร่วม เช่นในเรื่องของดนตรีหรือเรื่องของศิลปะ ก็จะมีเพื่อนบางกลุ่มที่ไม่ยอมให้เขาไปเล่นด้วย พอเวลาอยู่ที่โรงเรียนมันเลยทำให้ความมั่นใจของเขาหายไปหมด เอาเป็นว่างานที่มันเกี่ยวกับเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์ เขาจะทำที่โรงเรียนไม่ได้เลย แต่ถ้าสมมติเขาอยู่ข้างนอก กับพวกเราอย่างนี้ เขาก็จะทำได้ เพราะเขารู้สึกว่าไม่มีสายตาใครจับจ้อง“
“สิ่งเหล่านี้มันเลยบอกได้อย่างหนึ่งว่า จริงๆ แล้วสังคมของเด็กสำคัญที่สุดคือโรงเรียน ซึ่งคุณครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียนก็ทราบเรื่องนี้พอสมควร แล้วก็มีการช่วยหลายๆ ทาง เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้กับเขา เราเองก็มีการปรึกษาคุณหมอนอกรอบ ช่วยกันนอกรอบทั้งครอบครัว พอวันนึงเขาเดินเอากระดาษมาให้เราแล้วบอกว่าหนูจะไปออดิชั่น ได้ยินทีแรกเราก็ตกใจและไม่อยากให้ลูกทำ เพราะกลัวเขาจะเสียใจถ้าหากว่ามันเฟลขึ้นมา เขาก็ยิ้มหวานและบอกว่าแต่หนูออดิชั่นผ่านแล้ว โอ้โห! บอกไม่ถูกเลย“

“ณิรินยังไม่ได้เป็นเด็กที่เก่ง แต่เขากล้าที่จะเอาชนะคำสบประมาทของหลายๆ คนได้ หนิงเชื่อว่าตอนนี้เขาปลดล็อกตัวเองได้แล้ว ถามว่าก่อนหน้านี้เขาเคยนอยด์จนไม่อยากไปโรงเรียนเลยมั้ย คงไม่ถึงขนาดนั้น แต่พอเวลามีกิจกรรมที่เกี่ยวกับการร้องเล่นเต้นรำ เขาจะไม่กล้าทำ วันนี้หนิงเลยชื่นชมในความกล้าหาญของเขาค่ะ“
วันนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็เลยไปให้กำลังใจลูกสาวพร้อมหน้า?
“ใช่ค่ะ หนิงก็บอกเขาว่าวันนี้ลูกมีงานแสดงแบบนี้ ณิรินอยากให้ไปนะ เขาก็ยินดีจะทำ สำหรับลูกแล้วอะไรที่เราเอ่ยปากบอกเขา เขาก็พร้อมที่จะทำให้ค่ะ วันนั้นที่ได้เจอกันพร้อมหน้าก็อย่างที่เห็นเลย รอยยิ้มเขา โลกทั้งใบของเขาก็คือสิ่งนี้อยู่แล้ว คือการได้เจอหน้าพ่อ”
“บางทีหนิงก็เคยบอกกับเขาและคนรอบข้างว่าแม่แอบน้อยใจเหมือนกัน ทำทุกเรื่องให้เขาเลย แต่โลกทั้งใบจริงๆ คือแค่เขาได้เจอหน้าพ่อ แต่สำหรับหนิงแล้วอะไรก็ได้ถ้าทำให้ลูกยิ้มได้ วันนั้นเขาก็ดีใจ หนิงรู้สึกว่าเขาโตขึ้นเยอะมาก เวลาใครชมเขา เขาก็จะบอกกับคนที่ชมเสมอว่า…ให้ชมแม่หนู(น้ำตารื้น)”

หลายคนก็ชื่นชมว่าพ่อแม่ก็ทำเพื่อลูกได้เสมอ?
“ทุกวันนี้ครอบครัวหย่าร้างกันเยอะมาก แต่จะตีจะทะเลาะยังไง ทุกวันนี้หนิงกับจินก็ยังมีทะเลาะกันอยู่บ้างในเรื่องราวส่วนตัวที่ยังเคลียร์ไม่ลงตัว แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญเลยถ้าเป็นเรื่องของลูกเราเราต้องละลายความโมโหของเราสองคนเพราะว่าเด็กคนนึงไม่สมควรที่จะได้รับอะไรมากไปกว่าที่เขาเจออยู่ตอนนี้แล้ว แล้วเด็กบางคนเขาก็พยายามที่จะสู้ด้วย ฉะนั้นสิ่งนี้มันคือของขวัญที่เขาจะได้รับการชดเชยในสิ่งที่เขาเคยเจ็บปวด”
ณิรินเคยขออยากให้พ่อแม่มาเจอกันพร้อมหน้าบ่อยๆ ไหม?
”ไม่ค่ะ ณิรินไม่ได้พูด จริงๆ เคยมีถามเขาว่าจะอยากให้เป็นยังไง เขาบอกว่าก็ไว้ค่อยคุยดีกว่า ณ วันนี้สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้เขาแฮปปี้แล้ว ถามว่าทุกวันนี้เขาเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นอยู่ของพ่อแม่มั้ย ทุกคนมองว่าเขาเข้าใจ แต่เอาจริงๆ เด็ก 11 ขวบ เขาก็ไม่ได้เข้าใจเหมือนที่เราเข้าใจหรอก เขาเพิ่งผ่านโลกมาแค่ 11 ปีเอง ไม่มีทางเข้าใจได้เหมือนเราค่ะ“