ชาลเลนจ์ตัวเองในการมารับบทซอมบี้ในภาพยนตร์ “ช.พ.๑ สมรภูมิคืนชีพ” (Operation Undead) ของผู้กำกับฯ ‘โขม’ ก้องเกียรติ โขมศิริ โดยนักแสดงฝีมือคุณภาพ ‘อัด’ อวัช รัตนะปิณฑะ ยอมรับเป็นการแสดงที่ยาก และหนักสุดในชีวิตในแง่การถ่ายทำ
ส่วนจะยากและท้าทายอย่างไร ไปฟังหนุ่มอัดเล่ากัน

• เคยเล่นหนังแนวนี้มาก่อนไหม?
อัด – “ไม่เคยครับ ตอนที่ติดต่อมารู้ว่าเป็นซอมบี้ก็เลยสนใจ มีเรื่องประวัติศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการใช้ ยวท. (ยุวชนทหาร) ที่มีเหตุการณ์จริง พอมีการอ้างอิงประวัติศาสตร์ เอาซอมบี้เข้ามาใส่ ผมรู้สึกว่าเป็นการผสมผสานที่ใหม่สำหรับผม”
• จริงๆ อัดไปแคสต์บท ‘เมฆ’ ตัวพี่ แต่บท ‘หมอก’ ตัวน้อง กลับเหมาะกับเรามากกว่า?
อัด – “เดิมทีผมได้รับการติดต่อให้ไปแคสต์เป็น ‘เมฆ’ ก็เล่นเป็นเมฆ สักพักแคสติ้งบอกลองเล่นเป็น ‘หมอก’ ซึ่งเราไม่ได้จำบทหมอกมา เขาก็ให้เวลาเราอ่านบทและด้นสดเลย ปรากฏเขาชอบให้ผมเป็นหมอกมากกว่า”

“นี่เป็นข้อดีของการแคสต์ พอไปเจอตัวจริงไม่เหมือนการเห็นเราจากผลงานเก่าๆ การมาเล่นบทใหม่มันคือการแปลงไปสู่บทใหม่ ผมพร้อมกระโจนไปสู่บทนั้นๆ ไม่อยากให้เกิดข้อกังขาว่าเขาไม่อยากเลือกเรา ผมอยากให้ผู้กำกับฯและทีมรู้สึกว่าได้มอบตัวละครแบบที่เขาต้องการให้กับหนังได้มากที่สุดครับ”
• บท ‘หมอก’ คาแร็กเตอร์เป็นอย่างไร?
อัด – “จริงๆ เราพัฒนาบทหมอกมาเรื่อยๆ จากวันแรกที่เวิร์กช็อปจนถึงวันที่ถ่าย มันเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ครั้งแรกที่ถ่ายผมตีความไปแบบหนึ่ง พอมาคุยกับพี่โขมและทีมเราก็พัฒนาไปเรื่อยๆ แล้วค่อยๆ เจอว่าเราต้องเติมจุดไหน และก็ดูฟีดแบ็กจากทีมว่าเป็นยังไง”
“จากตอนแรกผมมองว่าเขาเป็นเด็กนิ่งๆ มีความต่อต้าน เพราะไม่อยากเป็นทหาร แต่สรุปคือหมอกเป็นเด็กช่างฝัน มีจุดยืนในชีวิตที่ชัดเจนว่าเขาเชื่ออะไรและต้องการอะไรในชีวิต ขณะเดียวกันก็เป็นคนกวนๆ และขี้กลัว กลัวการมีปัญหา กลัวความขัดแย้ง ต่อให้เวลาอยู่กับเพื่อนจะเฮฮา เป็นหัวโจก แต่พอมีปัญหาก็พร้อมจะหนี เราก็จะค่อยๆ เห็นการเติบโตของเขาผ่านการที่เขาต้องไปอยู่ในเงื่อนไขที่ต้องอยู่ และต้องปรับตัวเพื่อเอาตัวรอด”
“ระหว่างทางที่ได้พัฒนาคาแร็กเตอร์หมอก ดีตรงที่ผมได้ดึงความสดใส เพราะเราต้องเล่นเป็น ยวท. ต้องดึงความเป็นเด็กในตัวออกมา”

• การดึงความเป็นเด็กในตัวออกมายากไหม?
อัด – “ยากครับ การต้องเล่นลดอายุลงมา ซึ่งเนื้อแท้ของหมอกแตกต่างกับผมโดยสิ้นเชิง แต่ก็ท้าทายว่าต้องทำให้ได้ และรู้สึกว่าลึกๆ ผมก็มีมุมนี้อยู่ แต่จะมีก็ต่อเมื่ออยู่ในพื้นที่ปลอดภัย อยู่กับเพื่อน อาจมีมุมบ้าๆ บอๆ และข้อดีของเรื่องคือผมได้เจอกลุ่มน้องๆ นักแสดงในเรื่องนี้ น้องที่อายุน้อยที่สุดที่เล่นเป็น ยวท. อายุห่างกับผม 12 ปี ดีตรงที่ผมต้องหาทางเชื่อมโยง เข้าไปทำความรู้จัก และละลายพฤติกรรม สังเกตความสดใสของพวกเขา ค่อยๆ ซึมซับ พอสนิทขึ้นผมก็ได้ดึงส่วนนั้นได้ง่ายขึ้น”

“เป็นงานที่ละเอียดมาก ตอนถ่ายทำสนุกมาก ผมได้ย้อนวัย การได้มีน้องๆ อยู่รอบๆ ช่วยดึงความเป็นเด็กของเราออกมา ผมก็สนิทกับน้องจริงๆ มีนัดกินข้าวแฮงก์เอาต์กันทั้งแก๊ง เหมือนเราไปออกรบด้วยกันตั้งแต่วันแรก ผมยังจำได้ วันสุดท้ายผมถ่ายอยู่คนเดียว ผมเห็นรูปน้องๆ แล้วผมร้องไห้ออกมาจริงๆ มันจบแล้วว่ะ คิดถึงพวกน้องๆ ครับ”
• แล้วการดึงตัวเองออกจากการทำงานที่จบลงไปแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง?
อัด – “ตัวผมเองทุกครั้งที่จบจากการทำงานที่ได้ใช้พลังในการทำงานเยอะๆ เหมือนผมยืมบางอย่างจากอนาคตมาใช้ เช่น ยืมความสุขในอนาคตมาใช้ หรือวันนี้ผมร้องไห้มากๆ แน่นอนพรุ่งนี้ผมอาจจะไม่สดใส แต่เราแค่ต้องตระหนักว่าเราต้องมูฟออน จบคือจบ แต่พอเราอยู่กับคาแร็กเตอร์นี้มาสักระยะ เราก็จะมีความรู้สึกที่เราเติบโตไปกับตัวละคร”

“ผมอยู่กับเรื่องนี้มา 3 เดือนกว่า รวมที่เตรียมตัวอีกเกือบ 4 เดือน ระหว่างที่ถ่ายทำก็มีช่วงเวลาที่เบรกไป ช่วงนั้นเจอกับความยากลำบาก เหมือนได้กลับมาเป็นคนปกติ แต่เรารู้ว่าเรายังต้องกลับมาเป็นซอมบี้อยู่ ผมก็เอ็นจอยกับการเป็นตัวผมนะ แต่ก็ยังไม่อยากทิ้งความเป็นซอมบี้ไป ยังต้องเตรียมตัวเพื่อมาคอนเน็กต์กับตัวละคร แต่พอหนังจบเราก็รู้ว่าต้อง Say Goodbye ตัวละคร ต้องใช้เวลาในการจากลานิดนึงครับ”

• การเป็นซอมบี้ในเรื่องนี้เป็นอย่างไร?
อัด – “ยากมากๆ ตอนอ่านบทรู้สึกชาลเลนจ์ อยากเล่นมาก ที่เลือกเล่นเพราะจะได้เป็นซอมบี้ที่โหยหาความเป็นมนุษย์อีกครั้ง มีความยากและท้าทายอยู่ในฐานะนักแสดงและทีมงานรวมถึงผู้กำกับฯ เพราะความตั้งใจของพี่โขมคือเขาอยากสร้างสิ่งใหม่ และเป็นโจทย์ที่ท้าทายจริงๆ ไม่มีใครเคยเห็นซอมบี้พูด ผมก็ฝึกหลายๆ อย่าง ทางด้านร่างกายต้องมูฟแบบซอมบี้ มีช่วงกลายร่าง ผมต้องเตรียมร่างทุกส่วน ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ได้ การขยับตัวต้องอยู่ในสัญชาตญาณ และต้องหาช่องเสียงตัวเองว่าจะทำยังไงให้เสียงถูกต้อง และให้เสียงเราอยู่รอดปลอดภัยไปจนจบ ถ้าใช้ผิดคอจะพัง”
“อีกอันเรื่องสภาพจิตใจที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม สำคัญมากๆ เพราะเรื่องนี้บทมันเครียด มีความดราม่าในร่างที่เราไม่ใช่คน ต้องเตรียมตัวในการสวิตช์ให้ได้ว่าเราไม่ใช่คนต้องเป็นอีกสปีชีส์ที่มีความรู้สึก ซึ่งเราต้องค่อยๆ พัฒนาไปทีละสเต็ปอย่างละเอียด การเล่นซอมบี้หลายเลเวลและต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาครับ”
• เป็นการทำงานที่หนักเอาการ?
อัด – “น่าจะเป็นเรื่องที่หนักที่สุดในชีวิตในแง่การถ่ายทำ พอต้องเล่นอะไรที่เกินกว่าการเป็นมนุษย์มันเลยยากเข้าไปอีก การเห็นพัฒนาการของตัวละครต้องละเอียดมากๆ ก็พยายามทำเต็มที่ที่สุดครับ”
• ในเรื่องนี้นอกจากมีความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนแล้ว ยังมีความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง ทราบว่าอัดมีพี่ชาย เราได้ดึงความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องจริงๆ มาใช้ในการทำงานไหม?
อัด – “ตอนเล่นเรื่องนี้ ไม่ได้เอาเรื่องส่วนตัวเข้ามาใส่ ผมสร้างทุกอย่างด้วยการเจอนนกุล (เมฆ) เอาบทมาตีความและเวิร์กช็อปกัน นำเอาสิ่งที่เกิดขึ้นไปพัฒนาความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้ ซึ่งลึกๆ เป็นพี่น้องที่รักกันแต่ไม่แสดงออก เลยเป็นความสัมพันธ์ที่มีระยะบางอย่าง”

“ข้อดีคือผมรู้จักนนกุลมานาน เคยอยู่ค่ายเดียวกัน ผมเคยเป็นเบื้องหลัง เขาเป็นเบื้องหน้า เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เจอกันในฐานะนักแสดง เหมือนพอแยกย้ายต่างไปเติบโต เราอาจไม่สนิทกัน การกลับมาเจอกัน ผมก็รู้สึกว่าเอาความไม่สนิทกันตรงนี้มาใช้ในการเป็นพี่น้องได้ และเราไปเวิร์กในส่วนของความใกล้ชิดบางอย่างลึกๆ ที่ตัวละครมีต่อกันได้ครับ”
• อยากให้เล่าถึงฉากที่ยากและเหนื่อยที่สุด?
อัด – “ตอบยากมากเพราะยากทุกซีน แรกๆ ก็คิดว่ายากแล้วนะ แต่มียากขึ้นไปอีกเรื่อยๆ แต่ในความยากพวกนี้เป็นความยากคนละแบบ อันนี้อาจจะยากในซีนอารมณ์ อีกซีนยากทางเทคนิค อีกซีนเป็นเอฟเฟ็กต์หรือคิว มีหลายปัจจัยที่ต้องเจอ เรื่องนี้ท้าทายผมในทุกมิติ”

• ฉากระเบิดไม่ใช้สแตนด์อิน?
อัด – “ถ้าเล่นเองได้จะดีกว่า ฉากระเบิดก็มีเช็กความปลอดภัย คิวสำคัญที่สุด ก็มีผิดคิวได้แผล แต่เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ตอนเกิดเหตุทีมจะส่งผมไปโรงพยาบาล แต่ผมอยากถ่ายให้จบ เพราะถ้าไม่มีผม มันถ่ายต่อไม่ได้ แต่ซีนนั้นเป็นซีนในตำนานเลย เพราะเป็นซีนระเบิด หนีสงคราม มีเรื่องราว ทุกคนเป็นห่วงกันและกัน ในมุมนึงทำให้พวกเราสนิทกันมากครับ”
• ก่อนจะมาเล่นเรื่องนี้ได้ยินชื่อเสียงพี่โขมมายังไงบ้าง?
อัด – “ผมเคยดูผลงานพี่โขมหลายเรื่อง เรื่องที่ชอบที่สุดคือ ‘เฉือน’ ที่ตัดสินใจมาเล่นเรื่องนี้เพราะอยากลองทำงานกับพี่โขม น่าจะมันส์ เขาเป็นผู้กำกับฯ ที่มีภาพชัดในหัว และเขาเป็นคนมีความสร้างสรรค์ตลอดเวลา ในฐานะนักแสดงเราก็พร้อมที่จะปรับ การทำงานต้องมีความเชื่อใจ ซึ่งผมเชื่อใจเขา พี่โขมแม่นในเรื่องอารมณ์ตัวละคร ทำให้เราสนุก เราเลยพร้อมกระโจนไปกับเขาครับ”

• “ช.พ.๑ สมรภูมิคืนชีพ” ต่างจากซอมบี้เรื่องอื่นอย่างไร?
อัด – “เป็นหนังซอมบี้ที่พยายามจะมีหัวจิตหัวใจ เป็นหนังที่อาจทำให้เราสะท้อนกลับมาว่าวันหนึ่งโลกใบนี้อาจทำให้เชื้อใดเชื้อหนึ่งเปลี่ยนมนุษย์เราให้กลายเป็นซอมบี้จริงๆ ก็ได้ แต่สุดท้ายเราเองพอเป็นซอมบี้ เขาพยายามจะตามหาเซนส์ในการเป็นคนอีกครั้ง อันนี้คือความพิเศษในหนังเรื่องนี้ เราต้องเรียนรู้ยอมรับสิ่งที่เป็นอยู่”
“และในฐานะที่เรายังเป็นมนุษย์ เราได้ทำสิ่งที่เราอยากทำแล้วหรือยัง ได้ทำตามความฝันหรือได้บอกรักคนที่เรารักแล้วหรือยังครับ”