‘ฉอด-เอส’ เคลียร์ชัด! เหตุเลือก ใบเฟิร์น รับบท ทองดี ในละครทองประกายแสด หลังชาวเน็ตสงสัย ทำไมได้แต่บทแนวนี้
กระแสดีไม่มีแผ่วจริงๆ สำหรับละครรีเมกดราม่าสุดเข้มข้น ทองประกายแสด ทางช่องวัน31 ที่ได้นางเอกมากฝีมือ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ มารับบท ทองดี หญิงสาวผู้ทะเยอทะยานใฝ่หาชื่อเสียงและเงินตรา โดยใช้บรรดาชายหนุ่มเป็นบันไดสู่ชีวิตที่ฝันไว้
แม้จะไม่มีข้อกังขาในเรื่องการแสดงที่หลายคนเชื่อมั่นว่า สาวใบเฟิร์น จะสามารถถ่ายทอดบทบาทนี้ออกมาได้อย่างดีแน่นอน แต่ไม่วายมีประเด็นที่ชาวเน็ตให้ความสนใจถึงกับตั้งกระทู้ถามด้วยความสงสัย ว่าทำไม ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก มักได้รับบทโสเภณี เมียน้อย อยู่บ่อยครั้งในช่วงหลัง จนหวั่นว่าจะกลายเป็นภาพจำของนางเอกสาวอีกด้วย
ล่าสุด ข่าวสดบันเทิงออนไลน์ มีโอกาสได้เจอ ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Chief Executive Officer (CEO) บริษัท CHANGE2561 และ เอส วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท CHANGE2561 ในฐานะผู้ผลิตละคร ทองประกายแสด เวอร์ชั่น2024 จึงได้สอบถามถึงประเด็นที่มีตั้งข้อสงสัยดังกล่าว
ถามถึงละคร ทองประกายแสด เป็นอย่างไรบ้าง?
ฉอด – “คือตอนที่จะทำ ทองประกายแสด ก็จะมีคนพูดประโยคเดิมๆ เหมือนที่เราเคยได้ยินซ้ำๆ รีเมกอีกแล้ว รอบที่เท่าไหร่แล้ว คือพี่เป็นคนเลือกเรื่องในเรื่องที่พี่อยากทำ อันนี้คือสิ่งที่พูดเสมอ อย่างพี่อ่านเมียหลวงแล้วประทับใจก็เอามาทำ พี่อ่านทองประกายแสดแล้วประทับใจ แล้วพี่ก็อาจจะได้ดูของเก่าบ้างไม่ได้ดูบ้าง แต่พี่ไม่ได้สนใจ เพราะพี่จะคิดเสมอว่าถ้าพี่จะทำแบบพี่ พี่จะทำยังไง มันเป็นความสนุกและท้าทายไปอีกแบบนึง”
อีกเรื่องหนึ่งมีคนถามว่าทำไมบทแบบนี้จะต้องเป็น ใบเฟิร์น ตลอด?
เอส – “สำหรับผม ใบเฟิร์นที่เล่นกับเรา หลงไฟ ใบไม้ที่ปลิดปลิว และมาถึง ทองประกายแสด บทแต่ละเรื่องก็ไม่ได้เหมือนกันนะครับ เคลียร์ชัดๆ ก่อน คือหลงไฟเนี่ยเป็นผู้หญิงขายบริการ แต่ทองดีในทองประกายแสดไม่ใช่ เดี๋ยวพาร์ตหลังจากนี้มันจะมีเข้าไปเกี่ยวข้องกับตรงนั้น แต่เขาไม่ได้ขายตัวไง เพราะฉะนั้นสำหรับเรา ใบเฟิร์นไม่ได้เล่นเหมือนเดิมเลย”
ฉอด – “เราแค่รู้สึกว่าใบเฟิร์นเป็นคนเล่นเก่ง เราก็เลยอยากให้มีบทที่ท้าทายความสามารถของน้อง มันมีความน่าสนใจของตัวละครตัวนี้ที่เรารู้สึกอยากทำ ถามว่ากลัวคนสับสน จำคาแร็กเตอร์จากหลงไฟหรือใบไม้ที่ปลิดปลิวมาไหม ไม่หรอก เพราะเราเป็นคนทำบทก็จะรู้ว่ามันไม่เหมือนกัน เล่นคนละวิธี ถ้าคนทำงานจริงๆ จะรู้”
การทำละครแนวที่มีทั้งตบทั้งด่า ยากต่อการออนแอร์ในช่วงเวลาสองทุ่มครึ่งไหม?
เอส – “คือผมทำละครอยู่เบื้องหลังมาสิบกว่าปีแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่ามันยากสำหรับคำว่าเรตของช่วงเวลา เราก็จะรู้อยู่แล้วว่าหลักๆ ของช่องทีวีหรือสื่อ สิ่งที่ไม่สามารถนำเสนอได้มีอะไรบ้าง ข้อจำกัดมันได้แค่ไหน ซึ่งแล้วแต่นโยบายเซ็นเซอร์ของแต่ละช่อง ถ้าเราหลุดไปเดี๋ยวทางเซ็นเซอร์ช่องเขาจัดการเอง เพราะเดี๋ยวนี้เขามีแพลตฟอร์มมารองรับไง ใครอยากดูอันคัตก็ไปดูทางแพลตฟอร์ม”
“ส่วนที่ถามว่าภาพมันแรงไปไหม คำว่าแรงในสิ่งที่ถามมันไม่ได้เป็นคำว่าแรงของคนวันนี้แล้ว ถ้าเป็นแต่ก่อนในยุคที่ยังไม่มีงานแพลตฟอร์มหรืองานออนไลน์ในทีวี การใช้ถ้อยคำภาษาหรือบทแบบนี้อาจจะเรียกว่าแรง แต่จริงๆ แล้วในโลกวันนี้มันมีสิ่งที่แรงกว่าที่อยู่ในละครหรือซีรีส์ไทยเยอะมาก”
เตรียมใจไว้ไหมกับการที่คนยังไม่ได้ดู แต่วิจารณ์ไปก่อนว่าละครไทยตบตีกันอีกแล้ว?
ฉอด – “เราเฉยๆ นะ อย่างที่บอกทุกครั้งที่เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ เราจะไม่สนใจกับบางอย่างที่มันไม่ตรง เราจะเข้าใจว่าเขาไม่เข้าใจ เขาถึงได้พูดประโยคนั้น เขาอาจจะยังไม่ได้ดู หรือเขาอาจจะไม่เข้าใจเรา แต่ก็ไม่ควรไปเถียงกัน”
แบบไหนที่รู้สึกว่าควรจะเก็บคอมเมนต์นั้นมา เพื่อที่จะนำมาปรับปรุงกับการทำละครเรา?
ฉอด – “มันก็มีคอมเมนต์ก็มีหลายแบบ บางคอมเมนต์เราก็จะรู้ว่าเขาตั้งใจดูจริงๆ แล้วเขาก็วิเคราะห์วิจารณ์เป็นเหตุเป็นผล รู้สึกมันเป็นประโยชน์ เราก็ขอบคุณ แล้วก็เอามาปรับปรุงก็มีค่ะ เราว่าการบริโภคโซเชียลวันนี้ต้องมีสติมาก ไม่อย่างนั้นเราจะแย่และไปทุกข์ระทมกับมัน”
ทาง CHANGE2561 เก็บนิยายในสต็อกไว้เยอะ การนำมาทำละครในยุคนี้ยากไหม เพราะหลายคนเรียกร้องว่าทำไมไม่เขียนพล็อตใหม่เอง?
ฉอด – “คือนิยายสมัยก่อนโครงสร้างแบ๊กกราวด์ตัวละครทุกอย่างจะแน่น เพียงแต่มันไม่ได้ยุคสมัย เวลาเราจะเอามา เราเอาโครงสร้างมา แล้วก็เอามาปรับให้เข้ากับยุคสมัย แต่นิยายสมัยใหม่ ส่วนใหญ่เรื่องมักจะลอยๆ แบ๊กกราวด์จะหลวม เอามาเราก็จะได้ความสมัยใหม่ แต่เราก็ต้องมาเติม เพราะมันเบาเกินไป มันก็แล้วแต่ว่าจะเอาแบบไหน หรือขี้เกียจขึ้นมาก็พล็อตเองเลย คือถ้าพล็อตเองก็จะดีไปอีกแบบ คือคนไม่รู้ว่าจะจบยังไง ทุกอย่างมันมีข้อดีข้อเสียหมดค่ะ”







