อยู่วงการบันเทิงมานานหลายปี จนถึงวัยที่ตัวเองเลือกรับงานมากขึ้น สำหรับนักแสดงหนุ่ม ‘พีช’ พชร จิราธิวัฒน์ โดยได้มองทิศทางการทำงานของตัวเองในวงการ ที่ไม่ได้อยู่แค่การเป็นนักแสดง แต่ยังคิดริเริ่มทำโปรเจ็กต์ของตัวเอง
แต่ก่อนจะก้าวไปถึงจุดนั้น หนุ่มพีชก็ได้มีผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องล่าสุดมาฝาก “ศึกค้างคาวกินกล้วย” ของ 2 ผู้กำกับฯ ‘เจแปน’ ภาณุพรรณ จันทนะวงษ์ และ ‘ชอ’ กฤษณะ จิตรเนาวรัตน์ ปะทะบทบาทกับ ‘เก้า’ จิรายุ ละอองมณี ที่เคยประลองฝีมือกันมาแล้วในภาพยนตร์ “ซักซี้ด ห่วยขั้นเทพ” เมื่อ 13 ปีก่อน
โดยวันนี้เจ้าตัวมาเล่าถึงบทบาทในภาพยนตร์ พร้อมเป้าหมายในอนาคต

บท ‘เชิด’ ใน “ศึกค้างคาวกินกล้วย” หนักหน่วงไหม?
พีช – “บทไม่ได้หนักครับ แต่ว่าระนาดหนัก ไม่เป็นเลย จนกระทั่งมาเล่นเรื่องนี้ คือต้องฝึก เพราะในเรื่องจะต้องเล่นเป็นตัวละครที่เล่นระนาดเก่ง ซึ่งมันเป็นเครื่องดนตรีที่จะต้องถ่ายทำ ยังไงก็ต้องเป็น ไม่งั้นมันดูออกว่าเล่นไม่ได้”
เห็น เจแปน ผู้กำกับฯ บอกว่าบท เชิด เจาะจงต้องเป็นพีชเลย ตอนเขาไปทาบทามเขาพูดยังไง?
พีช – “ก็บอก ‘เพื่อนๆ นี่หนังเรื่องแรก เพื่อนช่วยเล่นหน่อยดิ’ จริงๆ หนังเรื่องนี้เป็นทีมที่เราเคยทำงานด้วยอยู่แล้ว ตั้งแต่ ไบค์แมน ก็เลยโอเค เหมือนได้กลับไปทำงานกับทีมเดิมๆ แล้วเจแปนเป็น ผู้กำกับฯเรื่องแรก ซึ่งเราเคยทำงานด้วยกันมาก่อนก็เลยโอเค แล้วพี่ชอเขาทำตลกหกฉากมาก็รู้สึกตลกดี น่าสนุกดีเหมือนกัน”

เรื่องนี้ได้กลับมาร่วมงานกับ ‘เก้า จิรายุ’ เป็นอย่างไรบ้าง?
พีช – “กับเก้านี่ไม่ได้ทำอะไรด้วยกันมานานแล้ว นอกจากถ่ายโฆษณา พอได้กลับมามีโอกาสได้เล่นหนังด้วยกันอีกก็ดี เพราะตั้งแต่ ซักซี้ด ห่วยขั้นเทพ ก็ไม่ได้มีงานเกี่ยวกับภาพยนตร์ด้วยกันอีกเลย ก็ไม่ได้จูนกันติดยาก เพราะเราเคยทำงานด้วยกันมาแล้ว เจอตลอด ทำโฆษณานู่นทำนี่ ยังเจอเรื่อยๆ ก็ทำงานง่าย เพราะมันรู้จักกัน ไม่ต้องมาทำความรู้จักกันใหม่”

ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเรื่องแรกของเจแปน ในฐานะเพื่อน เราเห็นแพสชั่นเขายังไง?
พีช – “แต่ก่อนเขาทำช่องบุฟเฟ่ต์ ตอนนั้นเล่น วัยรุ่นพันล้าน คือเขาก็จริงจัง อยากจะเป็นผู้กำกับฯ ตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว แล้วในที่สุดเขาก็ได้ทำจนได้ ซึ่งในโหมดการทำงาน เจแปนเขาจริงจัง เป็นคนซีเรียสในสิ่งที่ทำ อาจจะแบบ โอเค..ทำไมมันไม่ได้
ส่วนบรรยากาศในกองถ่ายก็สนุกดี เหมือนจับปูใส่กระด้ง เพราะอย่างเก้าที่ต้องเล่นเป็นผู้พันเผ่า ซึ่งเขาจะต้องซีเรียส แต่พอคัตปุ๊บ มันไม่มีอะไรที่มันจะซีเรียสเลย แล้วก็มีพี่หมูเติ้ล (ทวีศักดิ์ เพ็ชรปราณีนุกุล) พี่นิกกี้ (ณฉัตร จันทพันธ์) นี่คือตลกอยู่แล้ว”

เขามาจากก๊วนแก๊งตลกหกฉาก เรารับส่งมุขทันเขาไหม?
พีช – “มันก็จะไม่ค่อยทันเขาเท่าไหร่ แล้วตัวละคร เชิด มันเป็นเหมือนหัวโจกของเพื่อน พูดง่ายๆ คือปล่อยให้เขาเล่นมุข แล้วเราก็ทำมันเข้าเรื่อง บท เชิด ในกลุ่มอ่ะ มันจะเป็นคนที่จริงจังสุดแล้ว พอเห็นเพื่อนเล่นก็จะตบให้เข้าที่อะไรแบบนั้น”
แล้ว ‘โจริญ 4eve’ ล่ะ?
พีช – “น้องโจริญนี่ไม่เคยร่วมงานครับ ก็เห็นเขาเป็นเกิร์ลกรุ๊ป จะรู้จักเพลงของเขาอยู่แล้ว เพิ่งได้มาทำงานร่วมกันครั้งแรก เขาก็จะมีความเป็นโจริญ 4eve อะ เข้าฉากเขาก็จะแบบ.. (ทำท่าเชิดๆ) เขาจะมีสเต็ปของความแบบเป็นนางเอกในเอ็มวี เขาเป็นคนตั้งใจ เป็นคนจริงจังกับอะไรที่ทำมาก ‘เล่นดีไหมคะ เมื่อกี้มันโอเคไหม หรือว่ามันมีอะไรที่ต้องทำได้ดีกว่านี้อีก’ เป็นคนซีเรียสครับ เขาก็ค่อนข้างอยากให้งานออกมาดี
สำหรับหนังเรื่องนี้นี่ตลกเลย ตอนเล่นเองยังขำอยู่มากๆ คิดว่าคนที่เข้าไปดูก็น่าจะขำกันออกมา ยังไงก็ฝากหนัง ศึกค้างคาวกินกล้วย ด้วยครับ”

เห็นเคยบอกว่าในช่วงวัยนี้ เราเลือกรับงานมากขึ้น?
พีช – “ผมคิดว่ามันไม่ควรจะเหมือนตอนเราเป็นวัยรุ่น มันควรมีเวลาว่างให้เราบ้าง ไม่งั้นก็ไม่ได้ไปไหนสักที ในแง่มุมตัวละคร ถ้าเราไม่ได้มีประสบการณ์ชีวิตเพิ่ม ก็ต้องใช้เวลานิดหนึ่งเหมือนกันครับ”
แต่ก็เห็นเราผ่านผลงานในทุกๆ ปี ในหลายแพลตฟอร์ม?
พีช – “โปรเจ็กต์มีอยู่เรื่อยๆ ครับ แต่อาจจะไม่ได้เหมือนแต่ก่อนที่ปีนึงจะมีเยอะ แต่ตอนนี้คือปีละอันสองอัน”

เราไม่ได้เป็นนักแสดงอย่างเดียว เป็นนักธุรกิจด้วย?
พีช – “คือทำควบคู่กันไปครับ ไม่จำเป็นจะต้องทำอะไรหนึ่งอย่างอย่างเดียว ก็จะมีวันที่ถ่ายแล้วว่าช่วงนี้จบโปรดักชั่น เราก็ทำงานเราได้ หลักๆ จะมีอยู่ 3-4 อย่างนี่แหละครับ”
ในช่วงวัยนี้ พีชมองตัวเองในวงการบันเทิงไว้ยังไงบ้าง?
พีช – “คือส่วนตัวเรามองไปในทิศทางที่เราเองก็อยากเป็นคนเริ่มโปรเจ็กต์เองมากขึ้น หลังจากนี้อาจจะมองในเรื่องการทำโปรดักชั่นมากขึ้น ก็คือไม่ใช่เหมือนสมัยก่อนที่จะรอให้มีแต่บทเข้ามา เราก็เลยเริ่มมองว่า โอเค…ถ้าเราเริ่มเหมาะทำโปรเจ็กต์เองได้ เราหาผู้กำกับฯเองได้ มันจะเป็นยังไง ตอนนี้มันก็เป็นในทิศทางนี้มากขึ้น สร้างผลิตขึ้นมาเองมากขึ้น เป็นแผนที่กำลังจะเริ่มแล้ว อยู่ในช่วงวัยที่ควรจะทำ ไม่งั้นก็ไม่ไปไหน ไม่งั้นก็จะเป็นนักแสดงที่รอบทไปเรื่อยๆ ก็จะได้งานที่เราไม่ได้อยากทำ”

ตอนนี้สร้างโปรเจ็กต์มีบริษัทขึ้นมาแล้ว?
พีช – “มีแล้วครับ แต่ยังอาจจะพูดรายละเอียดไม่ได้ ส่วนจะทำทั้งเบื้องหน้าและทั้งเบื้องหลังไหม ก็ต้องแล้วแต่ เพราะบางอันอาจจะไม่เหมาะกับเรา แต่เราอยากทำ เราก็ทำแล้วคนอื่นเล่นดีไหม แต่ถ้าอันไหนที่เราทำได้ก็โอเคครับ”
นอกจากภาพยนตร์เรื่องนี้ จะมีอะไรให้ได้รับชมอีก?
พีช – “ปลายปีจะมีเรื่อง ทิชา (THICHA) ยังถ่ายไม่เสร็จ แต่มีการประกาศในไลน์อัพไปแล้วเมื่อช่วงต้นปี ปัจจุบันเนี่ยอยู่ในช่วงถ่ายทำอยู่และถ่ายใกล้จะเสร็จแล้ว นอกจากนี้ก็จะมีโปรเจ็กต์ที่ประกาศไปแล้ว อย่าง สาธุ ซีซั่น 2 ที่กำลังจะเริ่มถ่ายทำในช่วงปลายปี ก็มีเรื่อยๆ”

ล่าสุดจะเป็นคุณน้าแล้ว ความรู้สึกเป็นยังไง?
พีช – “ตื่นเต้นครับ ยังไม่ค่อยชิน แล้วทุกครั้งที่ผมเจอพี่ (แพร พิมพิศา) ก็จะรู้สึก…เหรอ คือมันโตด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก มันก็เออเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง แค่ยังรู้สึกประหลาดใจตัวเองอยู่ครับ”

มุมมองความรักในตอนนี้เปลี่ยนไปบ้างไหม?
พีช – “มุมมองความรักทุกคนมันต้องเปลี่ยน ถ้ามันอยู่ที่เดิมก็แปลว่าชีวิตไม่ได้ประสบพบเจออะไรเลย”
เห็นพี่สาวมีแล้ว เรารู้สึกถึงขั้นนั้นหรือยัง?
พีช – “ผมไม่ได้คิดว่าจะต้องเปรียบเทียบกับพี่ว่าเขาไปขั้นนี้ แล้วทำไมเรายังไม่ทำ แต่มันก็ดีสำหรับเขา มันก็แฮปปี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนอื่นเขา แต่เราเองยังรู้สึกว่ายังมีอะไรที่เรายังอยากทำอยู่ ยังอยากรับผิดชอบอีกตั้งเยอะ มันยังไม่ใช่เวลาครับ ส่วนตอนนี้เรื่องความรักไม่ได้มองอะไรแล้ว มองแค่ว่ามันแฮปปี้ก็แฮปปี้ ไม่แฮปปี้ก็จบ ไม่ได้มานั่งแล้วว่าโอ้ฉันต้องเป็นแบบนี้”

แล้วตอนนี้แฮปปี้ไหมคะ?
พีช – “แฮปปี้ดีครับ ก็มีแหละ แต่ว่าไม่ได้จำเป็นจะต้องมานั่งว่าเป็นใครทำอะไรยังไง”
ขอแค่มีความสุขก็พอแล้วเนอะ!!
อชริญา บุญชู