หลังสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะไว้เมื่อ 19 ปีก่อน กับ ภาพยนตร์ “หลวงพี่เท่ง” ผู้กำกับฯ ตลกชั้นครู ‘โน้ต เชิญยิ้ม’ หรือ ‘บำเรอ ผ่องอินทรกุล’ ก็กลับมาร่วมมือกับตลกรุ่นน้อง ‘เท่ง เถิดเทิง’ หรือ ‘พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ’ อีกครั้งด้วยการร่วมกันกำกับฯ และลงแสดงเองในภาพยนตร์ “หลวงพี่เท่ง Come Back” อำนวยการสร้างโดยพระนครฟิลม์
วันนี้โอกาสดี ได้พูดคุยกับ 2 ผู้กำกับฯ ถึงการทำงานควบสองตำแหน่ง รวมถึงอุปสรรคในการถ่ายทำ
บทบาทในเรื่อง?
เท่ง – “ผมต้องเป็นพระอยู่แล้ว ผ่านมา 19 ปี อุปนิสัยหลวงพี่เท่งยังเหมือนเดิม เป็นพระสอนไม่ใช่พระเสก คาแร็กเตอร์ ต่างกับตัวผมประมาณหนึ่งทำให้เล่นยากมาก ด้วยเป็นพระจะไปโวยวายไม่ได้ ต้องสำรวม”
โน้ต – “ผมก็เหมือนเดิม รับบท โยมส่ง สร้างความสุข ความหงุดหงิด ความรำคาญให้หลวงพี่เท่ง จะมีความซื่อสัตย์ต่อหลวงพี่เท่ง เพียงแต่ใน หลวงพี่เท่ง Come Back จะมีปรับคาแร็กเตอร์บ้าง ผ่านมา 19 ปีตัวโยมส่งมีความเปลี่ยนแปลง อายุเยอะขึ้นหูก็จะตึงขึ้น ที่สำคัญโยมส่งจะเป็นเหมือนตัวเชื่อมระหว่างหลวงพี่เท่งกับญาติโยมหรือกับบรรดาเด็กวัด”

ความยากของภาคนี้?
เท่ง – “พอมีโปรเจ็กต์นี้เกิดขึ้นเริ่มเครียด จะเล่นเหมือนเดิมไม่ได้ ต้องทำการบ้านอย่างหนัก ผ่านมา 19 ปีต้องมีอะไรใหม่ๆ และแน่นอน หลวงพี่เท่ง Come Back กลับมาครั้งนี้มาทำอะไร เป็นโจทย์ให้เราสองคนต้องคิดพล็อตเรื่องขึ้นว่าเรากลับมาทำอะไร กลับมาแล้วจะได้เห็นความแปลกใหม่ ย้อนไป 19 ปีที่แล้วโลกโซเชี่ยลยังไม่มี แต่กลับมาครั้งนี้มีโลกโซเชี่ยล
ถ้าพูดถึงเรื่องศาสนา ความเชื่อ ทุกวันนี้สังคมบ้านเราความเชื่อเยอะมากๆ บางคนก็หลงเชื่อ เราหยิบประเด็นตรงนี้มาเล่น ให้หลวงพี่เท่งได้แก้ไข พยายามดึงสติของผู้คน กลับมาครั้งนี้หลวงพี่เท่ง ต้องเจออุปสรรคหลายๆ อย่างที่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้”
โน้ต – “เราทำการบ้านเยอะมาก ถกเถียงกันหลายวันว่าหลวงพี่เท่งทำไมถึงกลับมาจากทิเบต กลับมาทำอะไร เพราะอะไร กว่าจะแก้โจทย์นี้แตกมันยากมาก ส่วนในเรื่องการแสดง ถามว่าเล่นง่ายไหม เพราะเคยเล่นมาแล้ว ผมว่าไม่ง่ายนะ ผมห่างกับตัวละครโยมส่งไปนาน 19 ปี พอกลับมาใน หลวงพี่เท่ง Come Back ต้องทำการบ้านแทบจะตลอด ต้องรีบหาคาแร็กเตอร์ให้เจอ แล้วก็มีเพิ่มบางจุดเพื่อให้ทันยุคทันสมัย”

ด้วยเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนา ทำการบ้านเยอะไหม เพราะเป็นดราม่าได้ง่าย?
โน้ต – “เยอะมากครับ เราได้คุยกับคนเขียนบท ปรึกษาผู้รู้ สิ่งที่เราชื่นใจที่สุดคือคณะกรรมการผู้ตรวจสอบภาพยนตร์เซ็นเซอร์ ไม่ติอะไรเราเลย กลับบอกว่าดี มีบ้างนิดหน่อย มีเห็นขวดเหล้ากับเห็นปืนบางฉาก ต้องขอบคุณท่านผู้อำนวยการกองเซ็นเซอร์ด้วย พอท่านดูหนังเต็มเรื่องแล้วออกมา ท่านมากอดบอกว่า โน้ตผมว่าหนังเรื่องนี้ น่าจะสร้างมิติอะไรให้คนดูที่เข้าใจศาสนาผิด”
เท่ง – “อย่างที่พี่โน้ตบอกว่าอาจจะมีภาพเห็นขวดเหล้า ปืน แต่ในหนังเราไม่มีภาพความรุนแรง สิ่งที่เห็นเป็นส่วนหนึ่งที่หลวงพี่เท่งได้พูดสอนธรรมะ เป็นภาพประกอบเฉยๆ”
นักแสดงในเรื่องเป็นคนเลือกเองไหม?
เท่ง – “เลือกเอง ยกตัวอย่าง สามเทพบุตร ลูกพี่หม่ำ ลูกผม ลูกโหน่ง เป็นความคิดของพี่โน้ตเขา พี่โน้ตบอกว่าเอาบุหรี่ เอาโหงวเฮ้ง เอาน้องมิกซ์มาเล่นด้วย ตอนแรกเราหนักใจตรงที่ว่าเราจะเขียนคาแร็กเตอร์ให้เด็กเล่นยังไง แน่นอนสามคนนี้ไม่ได้ผ่านการแสดงมาเท่าไหร่ เรามาคิดได้เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องเขียนคาแร็กเตอร์ให้เขา ให้เขาเล่นเป็นตัวเอง จะเล่นง่ายมากเลย”

โน้ต – “ก่อนที่เท่งจะรู้ว่าผมจะเอาลูกแก๊งสามช่ามาเล่น ผมโทร.ขอโหน่งแล้ว ปรึกษาโหน่ง โหน่งโอเค โทร.หาหม่ำ จ๊กมก เขาบอกโอเคเลยพี่ ผมถึงไปบอกเท่ง เท่งรู้ทีหลังเลย แล้วไม่ได้บอกทางโทรศัพท์ ขับรถไปที่บ้านเขา เท่งบอกจะได้เหรอ จะไหวเหรอ
แรกๆ ก็เหนื่อย ด้วยวิธีเล่นหนัง เด็กอาจจะยังไม่เข้าใจ ด้วยมุมภาพ วิธีการพูด จังหวะการพูด แต่เด็กพวกนี้ ฉลาด แนะวันสองวัน เป๊ะๆ เขาทำได้ แล้วก็ดีกว่าที่เราคิดไว้ด้วย”
หนักมากไหมที่ต้องเล่นเองกำกับฯ เอง?
โน้ต – “หนัก แต่เราได้ทีมงานรอบข้างที่ดี เราสามารถให้เขาไปนั่งหน้ามอนิเตอร์แทนเราได้ แล้วบอกว่าเราอยากได้อย่างนี้ๆ เอ็งช่วยดูแล้วตัดสินใจเลยนะ เราให้เกียรติทีมงาน ปกติเราเล่นด้วย กำกับฯ ด้วย พอสั่งคัตแต่ละซีนแต่ละเทก เราต้องมาตรวจมอนิเตอร์ใช่ไหม เราไม่ตรวจเลยครับ เราไว้ใจ ทีมงาน เชื่อใจพวกเขา ซึ่งมันสร้างพลังให้ทีมงาน กองถ่ายผมสนุกครับ”
มุขของทั้งคู่นี่คิดกันเองเลยไหม?
โน้ต – “ช่วยกันคิดครับ มีบางมุขที่เท่งคิดแล้วผมไม่เอา แล้วก็มีหลายมุขที่ผมคิดแล้วเท่งไม่เอา ก็จะมาหามุขที่เราจะเอากันทั้งคู่ มันก็มี ‘คนเดียวเลยน้า ฮาคนเดียวเลยน้า’”

เท่ง – “คือด้วยความเป็นหลวงพี่เท่ง มุขทุกมุขต้องมาลงที่เรา มาฮาที่เรา พี่โน้ตก็จะบ่น โห…ฮาคนเดียวเลยน้า ไม่แบ่งกันเลยน้า ก็จะแซวกันอะไรกัน หรืออย่างคาแร็กเตอร์โยมส่ง เมื่อก่อนยังไม่มีอะไร แต่ผ่านมา 19 ปี เราก็สร้างคาแร็กเตอร์ให้เขา เฮ้ย…พี่ต้องหูตึง ฟังเรื่องนึงแล้ว เป็นอีกเรื่องนึง แล้วหูตึงคนเดียวไม่พอ เจ้าอาวาส พี่เด๋อเนี่ย เป็นพระครูกลิ่นก็ต้องหูตึง”
นอกจากความสนุกความบันเทิงแล้ว ในหนังเรื่องนี้ยังมีรสชาติอะไรอื่นๆ อีกไหม?
เท่ง – “มีหลากหลายอารมณ์ ดราม่าก็มี อารมณ์ที่จะพาทุกคนเข้าไปถึงรสพระธรรมมันมีมาตลอด ด้วยความเป็นหนังก็ต้องมีตัวดี ตัวไม่ดี ผู้ร้าย ตัวโกง เป็นโครงสร้างของหนังแต่ละเรื่อง”

โน้ต – “เรื่องนี้ท็อป (ทศพล หมายสุข) เล่นดีมาก ท็อปมาเป็นฝ่ายสายดำสายเทา แล้วก็ออกัส (วชิรวิชญ์) ด้วยเขาจะมีซีนดราม่า ซึ่งซีนนี้ หลวงพี่เท่งจะเข้าไปกำกับฯ และกำหนดด้วยตัวเองเลยว่าซีนนี้เป็นยังไง จะสั่งทีมงานว่าต้องเงียบ ใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่าเดินเข้ามาแถวนี้ เราต้องการใช้อารมณ์ แล้วในซีนนั้นออกัส ต้องเข้าซีนกับผมแค่สองคน พูดคุยกับโยมส่ง”
เท่ง – “คือมันต้องร้องไห้ ซึ่งเรามีน้ำตาเทียมอยู่แล้ว แต่ผมบอกออกัส ไม่ใช้ได้ไหม ร้องได้ไหม ออกัสบอก พี่…ผมไม่เคย เราก็บอก ออกัสเชื่อพี่…ลอง ลองคิดเป็นตัวละครตัวนี้ดีๆ เราเป็นตัวนี้จริงๆ ความกดดันมันอยู่ที่เรา พอแอ๊กชั่นปั๊บ เราก็ปล่อยเวลาให้เขาทำอารมณ์ เสร็จแล้วน้องเขาก็ทำได้ เป็นน้ำตาจากอารมณ์จริงๆ คือเมื่อก่อนเขาไม่เคยลองไง”

สุดท้ายฝากหนังเรื่องนี้หน่อย?
เท่ง – “อยากให้ดูครับ หลวงพี่เท่ง Come Back การกลับมาอีกครั้งของหลวงพี่เท่ง พร้อมโยมส่ง พี่โน้ต กับผม เท่ง เถิดเทิง เราสองคนคุยงาน ปรึกษากัน ไม่ว่าจะเป็นนอกกองถ่าย ในรายการ ว่างๆ อยู่บ้านเราจะคุยกันจนตกผลึก มาเป็น หลวงพี่เท่ง Come Back ผมอยากให้ทุกท่านมีรอยยิ้ม มีความสุขกับครอบครัว กับเพื่อนฝูง กับแฟน คนรอบข้าง มาชมครับ หลวงพี่เท่ง Come Back”
โน้ต – “วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์ มาดูความตั้งใจของพวกเราที่จะมอบให้ครอบครัวคนไทยทั้งประเทศได้ชมกัน เป็นหนังครอบครัว เป็นหนังอารมณ์ดี มาชมกันเยอะๆ นะครับ”
รวมกำลังกันขนาดนี้ ไม่ฮาจะทนไหวเร้อ!!
กัณฑมาศ ธรรมณี