ไม่คิดว่าเป็นเรื่องจริง! พระพาย รมิดา รับตกใจ โมเมนต์แฟนหนุ่มเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานกลางสนามฟุตบอล เสียดายจะได้แต่งตัวดีกว่านี้
วันที่ 16 ต.ค.2567 ที่ อาคาร 7 ช่อง 7HD นางเอกหน้าหวาน พระพาย รมิดา ธีรพัฒน์ จากละคร “ภูเขาเงาพยัคฆ์” เปิดใจโมเมนต์ที่แฟนหนุ่ม หนุน ชนน์ชนก ชิดชอบ ลูกชายอดีตนักการเมืองดัง เนวิน ชิดชอบ ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานกลางสนามฟุตบอล ยอมรับตกใจ เพราะไม่มีสัญญาณล่วงหน้ามาก่อน พร้อมเผยคำพูดแรกที่ถามฝ่ายชายหลังถูกขอ

โมเมนต์ที่แฟนหนุ่มขอแต่งงาน?
“ตกใจค่ะ เพราะไม่ได้คิดว่าเขาจะมาขอเหมือนกันค่ะ หมายถึงว่าไม่ได้มีการคุยกันล่วงหน้ามาก่อน แล้ววันนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เขาบอกเราว่าจะจัดงานคอนเสิร์ตช่วงปีใหม่ตรงนี้ อยากเข้าไปดูสถานที่และลองเทสต์เสียงดู เราก็ไม่ได้เอะใจอะไรอยู่แล้ว ไม่ได้คิดว่าจะมีการขอกันเกิดขึ้น เพราะว่าเขาก็จัดอย่างนั้นจริงๆ ทุกปี เราก็เลยเข้าไปที่สนามกันตอนประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ เขาก็ค่อยๆ เทสต์ไมค์ อยู่ดีๆ ก็มีเพลงขึ้น จากนั้นก็เป็นภาพตามที่เห็นเลยค่ะ”
ไม่มีเซ้นส์ให้จับผิดได้เลย?
“ไม่มีเซ้นส์เลยค่ะ แปลกมากเพราะปกติเราจะจับได้ตลอด แต่รอบนี้ไม่ได้เลย ยอมรับว่าเนียนมากจริงๆ อีกอย่างถ้าเรารู้ก่อนก็คงแต่งตัวดีกว่านี้(ยิ้ม) วันนั้นไม่ได้แต่งตัวอะไรเลย ไปแบบไม่ได้สระผม รองเท้าแตะ กางเกงยีนส์ หัวมันมากเลยค่ะวันนั้นก็เลยลงรูปแบบเล็กๆ ไง(ยิ้ม) แต่ก็ดีนะคะ ชอบเพราะมันดูธรรมชาติดี”

วินาทีนั้นตื่นเต้นจนหูดับเลยไหม?
“ตอนแรกคิดว่าตัวเองจะร้องไห้ แต่ของจริงก็ไม่ได้ร้องนะคะ ออกแนวเขินมากกว่า แล้วเหมือนกับว่าเพิ่งจะมารู้ตัวว่ามันเกิดขึ้นจริงตอนวันรุ่งขึ้น คือเหมือนเรายังไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริง แล้วก็ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้ ส่วนตัวยังรู้สึกว่าตัวเองยังเด็กอยู่ รวมถึงไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาสำหรับเรื่องนี้ เพราะมันก็เป็นเรื่องใหญ่อยู่นะคะ คำถามแรกเลยที่ถามเขาหลังจากที่เขาขอคือ “บอกพ่อแม่หนูหรือยัง” เขาก็บอกว่าไปแอบคุยมาแล้ว คือเราก็เป็นห่วงความรู้สึกของพ่อแม่เราเนอะ ว่าอยู่ดีๆ มาขอได้ปรึกษาผู้ใหญ่หรือเปล่าอะไรอย่างเนี้ย คุณพ่อคุณแม่ก็เก็บความลับเก่งเหมือนกันค่ะ”
คนแซวว่าแฟนเราเล่นใหญ่มากเหมือนกัน ปิดสนามฟุตบอลและจุดพลุด้วย?
“จริงๆ ต้องพูดก่อนว่าสนามบอลบอลวันนั้นมันไม่มีแมตช์แข่งอยู่แล้ว คือมันปิดอยู่แล้ว อีกอย่างเขาขอแบบอบอุ่น มีแต่คนที่รู้จักกันภายใน แล้วก็มีน้องหมาวิ่งออกมา แต่แอบมีเล่นใหญ่นิดนึงตรงที่จุดพลุเท่านั้นเอง นอกนั้นก็เป็นปกติอยู่แล้วในสนามบอลเงียบๆ ไม่ได้มีใครเลย”

จริงๆ ตัวเราเองพร้อมอยู่แล้วไหมกับเรื่องแต่งงาน?
“เอาตามตรงเลยก็คิดว่าใจหนึ่งพร้อม แต่ใจหนึ่งก็ยังไม่พร้อม เพราะคิดว่าตัวเองยังเด็กอยู่ แล้วก็ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากทำมากๆ แต่ด้วยความที่เขาขอเราแล้ว รวมถึงเราก็คบกันมาในระดับหนึ่งแล้ว ตัวเราเองก็มั่นใจในความเสมอต้นเสมอปลายของเขาตั้งแต่รู้จักกันมา เลยเซย์เยสไปค่ะ ในส่วนของเขาก็เช่นกันที่รู้สึกมั่นใจในตัวเรา แล้วเขาเคยพูดกับเราเองด้วยว่าไม่ได้มองหาใครแล้ว มีแค่เราค่ะ”
ครอบครัวเราว่ายังไงบ้าง?
“ครอบครัวเราก็โอเคค่ะ เราสองคนคบกันมานานแล้วก็ได้มีการเจอผู้ใหญ่กันมาตลอด พ่อแม่เราก็เอ็นดูเขา ส่วนทางครอบครัวของเขาก็ต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่เอ็นดู ท่านก็น่ารักกับเราเหมือนกัน”
หลังจากนี้เตรียมแพลนไว้ยังไงบ้าง?
“ยังไม่มีแพลนเลยค่ะ เราก็ยังงงอยู่ว่าทำไมเขาถึงขอตอนนี้เหมือนกัน เพราะยังไม่ได้มีการคุยกันเลยว่าเราจะมีงานแต่งเมื่อไหร่ แต่เท่าที่คุยกันเขาก็บอกว่าน่าจะอีก 1-2 ปี แต่ว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรแน่นอนไงคะ ถ้าเกิดว่ามันมีงานอะไรเร่งด่วนที่เราต้องรับผิดชอบก่อนก็ต้องเลื่อนออกไปค่ะ ถามว่ามีภาพงานแต่งที่คิดไว้ในหัวไหม ยังไม่มีเลยค่ะ ความที่งานของเราสองคนก็ยุ่งเลยยังไม่ได้ลงตัวว่าสรุปแล้วธีมงานจะเป็นยังไง แล้วเราสองคนก็เป็นคู่ที่ชิลมากๆ ไม่ได้หวือหวาอะไรค่ะ”

หลายคนก็คิดไปล่วงหน้าว่างานแต่งคงยิ่งใหญ่มากเลย?
“อันนี้ไม่ทราบจริงๆ ค่ะ แต่ในความต้องการของเราอยากได้งานที่สบายๆ ชิลๆ มองลงไปแล้วเรารู้จักทุกคน”
ในอนาคตถ้าต้องแต่งงานแล้ว งานในวงการบันเทิงยังทำอยู่ไหม?
“คิดว่าคงต้องพูดคุยกันค่ะ พี่เขาเองก็อยากให้เรามาโฟกัสงานส่วนตัวของเรามากขึ้น เพราะงานละครมันก็ต้องใช้เวลาในการถ่าย แล้วมันก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่เขาอาจจะยังไม่ค่อยอยากให้เราไปทำ ก่อนหน้านี้เขาก็เคยมีคุยกับเราไว้บ้าง แต่คิดว่าน่าจะเคลียร์กันได้ ส่วนตัวเรายังอยากทำงานในวงการบันเทิงอยู่ แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เราต้องรู้ว่าอะไรคือความแน่นอนความมั่นคง หรือความชอบส่วนตัวแพสชั่นที่เราจะไป คือตอนนี้ยังเพิ่งเรียนรู้อะไรใหม่ๆ หลายอย่างอยู่ค่ะ”