ปีนี้ละครไทยเจอวิกฤตหนัก ต่อเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด บวกกับปัจจุบันมีแพลตฟอร์มต่างๆ โหมเข้ามา สถานีโทรทัศน์แต่ละช่องเลยต้องตั้งรับและปรับตัว
บางช่องออกมาตรการลดการผลิต ก่อให้เกิดผลกระทบ บางค่ายถึงกับปิดบริษัท ส่วนนักแสดงบางคนแทบไม่มีงาน
ในสมัยก่อนละครเป็นสิ่งที่รุ่งเรื่อง หล่อเลี้ยงสถานีก็ว่าได้ แต่ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้ละครไทยเจอวิกฤตหนักขนาดนี้!!


แอน ทองประสม ผู้จัดและนางเอกช่อง 3 เปิดใจเรื่องที่ช่อง 3 ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ว่า “ในฐานะผู้จัดรู้แต่ว่าละครถูก คัดสรรละเอียดขึ้น ไม่ใช่อนุมัติง่ายๆ ส่วนตัวมองว่าดี เห็นด้วย กับมาตรการบางอย่าง ชัดเจนไปเลยว่าช่องอยากได้อะไร แล้วไม่ต้องการอะไร คาแร็กเตอร์แต่ละผู้จัดก็อาจจะได้โจทย์ต่างกันหรือเปล่า อย่างเราเป็นรักโรแมนติก ถ้านำเสนอแนวบู๊เขาคงไม่อนุมัติ เหมือนทางช่องคงอาจจะให้ผู้จัดแต่ละคนมีลายเซ็นคาแร็กเตอร์ของใครของมันที่ชัดเจนไปเลย ซึ่งทางออกของวิกฤตนี้คือทุกคนต้องแข็งแรงถึงจะรอด ต้องทำให้อยู่หมัด และทำให้คนดูชอบจริงๆ ค่ะ”

นักแสดงอาวุโส ‘ปุ๊’ มนตรี เจนอักษร กล่าวว่า “เล่นละครมา 40 กว่าปี ไม่เคยมีปีไหนที่ว่าง จะมีงานทุกวัน สถิติเยอะสุดอาทิตย์ละ 7-8 เรื่อง มาวันนี้ทุกคนเจอวิกฤตละคร ถามว่ากระทบไหม ตอนนี้ถ้าเป็นละครก็เหลือเรื่องเดียว ถือว่าเก่งแล้ว แต่มันก็ยังมีสิ่งที่เราทำตลอดคือพากย์หนัง อัดเสียงโฆษณา สารคดียังมีอยู่ เป็นคนชอบทำงานมาก ทำแล้วมีความสุข ก็อยากให้กำลังใจทุกคนและให้กำลังใจตัวเองด้วย ก็ขอให้วงการทีวีเรากลับมา อาจจะไม่เท่าเดิม แต่สักครึ่งก็ยังดี”

ผู้จัด ‘หน่อย’ บุษกร วงศ์พัวพันธ์ กล่าวว่า “เราก็ต้องยอมรับและปรับตัว มันเป็นเรื่องสถานการณ์โลก โลกเปลี่ยนเร็วมาก ทุกคนไปอยู่ในแพลตฟอร์มต่างๆ ถามว่าเราได้รับผล กระทบไหม ก็ได้รับ แต่ก็ต้องปรับตัว ไม่ได้รู้สึกเศร้า น้อยใจ เสียใจ เพราะทุกคนก็ได้รับผลกระทบกันหมด ก็ไปหาสิ่งที่ดูว่าจะทำอะไรต่อไปดีกว่า ตอนนี้ถ้ามีใครติดต่อให้เล่นละครก็เล่นนะ แต่ถ้าวันนึงมีเรื่องที่อยากทำจริงๆ เราอาจจะไปติดต่อที่ไหนก็ได้”


ฟากนักแสดง ‘นาย’ ณภัทร เสียงสมบุญ กล่าวว่า “ผมยังโชคดีมีโอกาสจากพี่ๆ ผู้ใหญ่ เลยยังมีงานต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่เป็นงานโฆษณา รวมถึงตอนนี้ทำเพลงของตัวเองอยู่ เข้าใจว่าเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ท้ายปลายปี เดี๋ยวเริ่มใหม่ต้นปีหน้า สิ่งที่ทำได้คือเป็นกำลังใจให้ทุกคน อดทนอีกนิด เชื่อว่าทุกอย่างจะกลับมาค่อยๆ ดีขึ้น ส่วนเรื่องที่ช่อง 3 เบรกทำละคร จริงๆ ของผมถ่ายไปหมดแล้ว เรื่อง ‘โทษฐานที่รักเธอ’ ฉะนั้นในส่วนผม จะไม่ได้รับผลกระทบอะไร เพียงแต่งานละครและหนังเรื่องใหม่ยังไม่มีเข้ามา ตอนนี้ก็มุ่งทำเพลงไปก่อน”

ส่วนผู้จัดสาว ‘อ้อม’ พิยดา จุฑารัตนกุล เผยว่า “ก็ต้องปรับตัว เราเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง พยายามตอบโจทย์ คิดให้ครอบคลุม ตอนนี้เทรนด์โลกหรือเทรนด์ไทยแลนด์เปลี่ยนไปแล้ว ก็ปรับจูนให้เข้ายุค ต้องตามให้ทัน เราก็น่าจะยังทำงานอยู่ได้ เชื่อว่าละครไทยไม่หายไปจากทีวี แต่จะแคบขึ้น เป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม เพราะมีหลายช่องทางให้เลือกดู คิดว่าละคร ซีรีส์ยังอยู่ แต่อาจเจาะกลุ่มเราต้องเปิดใจยอมรับและเข้าใจว่ามันต้องปรับเปลี่ยน”

ด้านนักแสดงเจ้าบทบาท ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา แสดงความเห็นว่า “ตอนนี้คนดูทุกอย่างในมือถือ ไม่จำเป็นต้องรอดูสด ฟรีทีวีก็เลยค่อยๆ ตายไปอย่างช้าๆ บวกกับตลาดละครเมืองไทยยังเล็ก ไม่โกลบอล งบการทำสู้กับต่างประเทศไม่ได้ คนดูเลยลดน้อยลง แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือตอนนี้โปรดักชั่นต่างชาติมาทำที่เมืองไทยเยอะมากทั้งซีรีส์ หนัง ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมาผมก็ได้ซีรีส์ต่างชาตินะ คือเราจะนิ่งนอนอยู่กับที่ไม่ได้ ผมพูดเสมอว่ารักละครเป็นอาชีพ ผมก็ไปแคสต์ เหมือนเราต้องนับศูนย์ใหม่ และต้องกล้าถึงจะได้งาน ต้องออกจากคอมฟอร์ตโซน”

พระเอก มาริโอ้ เมาเร่อ เผยว่า “เป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลง จะค่อยๆ ดีขึ้น เรื่องแพลตฟอร์มมีผลมาก สมัยก่อนยุคผมต้องอยู่บ้านดูทีวี สามทุ่มรอดูละคร แต่เดี๋ยวนี้ไม่แล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไป ก็มีทั้งด้านดีไม่ดี ด้านดีสะดวกขึ้น ด้านไม่ดีก็อาจจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนดู อยากดูเมื่อไรก็ได้ ทุกอย่างต้องพัฒนาตาม จริงๆ ก็กระทบทั้งวงการแหละ แต่ผมจะมีอย่างอื่นทำไม่ใช่แค่ละคร มีรายการในแพลตฟอร์มอื่น ทำไว้เพื่อใกล้ชิดแฟนคลับ แล้วผมชอบ แต่ถามว่า มันฟูลฟีลในเรื่องการทำงานด้านละครไหมก็ไม่ใช่”
เรียกว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิม!!