ค่าย MONWICHIT โดยผู้กำกับฯ เกรียงไกร มณวิจิตร เสนอภาพยนตร์คอมเมดี้ แอ๊กชั่น ผสมดราม่าเรื่อง “ผู้บ่าวนิกะห์” ที่ได้รับการสนับสนุนเพื่อส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทยจากกระทรวงวัฒนธรรม

นำแสดงโดย ‘ด้งเด้ง’ ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร (บักไข่), ‘เเทมมี่’ กมลพร แสงวัชรสุนทร (โซเฟีย), ‘ตาต้า’ ชาติชาย ชินศรี (บักเจ้ย), ชาลี อาหมัดกูเชียรี ดอเล๊าะ (บังลี), อดุลย์ บอสู (บังดุล), ‘น้องบีม เหนียวหลาม’ ณัฏฐณิชา เชื้อสง่า (ไลลา), ‘แทน’ ฐิติ พุ่มอ่อน (อาเยาะเล็ง), ‘ฮันนี่’ ภัสสร บุณยเกียรติ (แม่ณีย์), ‘ฟิฟิล์ม’ สิริอมร อ่อนคูณ (จิน), ‘ข้าวฟ่าง’ ญาสุมินทร์ พัสวีพงศกร (มิล), ฮากีม ดลภาวิจิตร (บังหมัด), สินชัย เอื้ออัครวงศ์ (เสี่ยหวัง) ฯลฯ
“ผู้บ่าวนิกะห์” เป็นเรื่องราวการเเต่งงาน (นิกะห์) ของ โซเฟีย สาวมุสลิม กับหนุ่มอีสานอย่าง บักไข่ ที่เป็นชาวพุทธ แม้ทั้งคู่จะมีความเเตกต่างทางด้านวัฒนธรรมและศาสนา กลับไม่ใช่อุปสรรคความรัก แต่ปัญหาใหญ่กลับเริ่มต้นขึ้นเมื่อ บังลี พี่ชายของโซเฟีย ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานในครั้งนี้ การขัดขวางจึงเริ่มต้นขึ้นในวันแต่งงาน

ผู้กำกับฯ เกรียงไกร มณวิจิตร เผยถึงภาพยนตร์ว่า “เราอยากให้คำว่า ‘นิกะห์’ ดูน่าสนใจ เริ่มต้นจากอยากทำหนังแต่งงาน แต่เวดดิ้งทั่วไปไม่มีอะไร เลยคิดว่าลองเอาผู้บ่าวอีสานมาแต่งงานกับมุสลิม อีกอย่างภรรยาผม คุณกิ๊ฟก็เป็นคนไทยพุทธมาก่อน ซึ่งเขาเป็นคนเขียนบทเรื่องนี้ บอกว่าเดี๋ยวจะมีอะไรให้เล่าเยอะ มันดูยากที่จะปรับจูนให้เข้าใจในวัฒนธรรมระหว่างกัน อยากให้คนดูได้เห็นความเรียลของธรรมชาติที่พอมาบรรจบกัน มีกิจกรรมร่วมกันมันน่าสนใจ เป็นอะไรที่อยู่ด้วยกันได้ ความตลกก็ตลกแบบธรรมชาติ ดูแล้วรู้สึกไม่ได้ยัดเยียด ไม่ได้พยายามทำให้ตลก”

ด้านนักแสดงนำ ‘ด้งเด้ง’ ผู้รับบท ‘บักไข่’ กล่าวว่า “ตอนอ่านบทสนุกมาก เป็นเรื่องราวของหนุ่มอีสานชอบผู้สาวมุสลิม อยากได้เขาเป็นแฟน ก็ต้องไปแต่งงาน เพราะเป็นธรรมเนียมของเขา เรื่องราวเหมือนไม่มีอะไรมาก ชอบและไปแต่งงาน แต่ไม่ใช่ มันเยอะกว่านั้น มีทั้งรายละเอียดของวัฒนธรรมและตัวบุคคล อะไรหลายอย่าง เรื่องครอบครัวด้วย ทั้งเหตุการณ์ที่ต้องไปเจอ วัฒนธรรมที่แตกต่างกันระหว่างอีสานกับมุสลิม สิ่งที่คนดูจะได้เห็นในเรื่องนี้ อย่างแรกคือเรื่องวัฒนธรรม มันแตกต่างที่เหมือนกัน วัฒนธรรมที่แตกต่างแต่อยู่ร่วมกันได้”


ฟาก ‘ชาลี’ ผู้รับบท ‘บังลี’ พี่ชายของ ‘โซเฟีย’ ที่คอยขัดขวางงานแต่งน้องสาว เผยว่า “ผมเล่นเป็นพี่ชายของโซเฟียและไลลา คาแร็กเตอร์ดูดุๆ ในเรื่องน้องสาวจะไปแต่งงาน แต่บังลีหวงน้องสาว ผมอ่านบทแล้วชอบ บทมีความกวนๆ อยากเล่นแนวดุๆ ด้วย ตรงกับที่ต้องการพอดี บทไม่ไกลตัวเลย ตัวจริงก็หวงน้องสาวเพราะมีน้องสาว 6 คน ผมเป็นลูกผู้ชายคนเดียวก็เลยอิน

ถึงจะเป็นการร่วมงานกับพี่เกรียง 3 ครั้งแล้ว แต่เรื่องนี้กดดัน เพราะรับบทนำ แต่ยังดีมีด้งเด้งกับตาต้าช่วยสอนว่าไม่ต้องเครียด ให้แสดงเป็นตัวเอง ผมเองเป็นอิสลาม พอได้เล่นเรื่องนี้ได้รู้ว่าพิธีแต่งงานของชาวอีสานเป็นยังไง ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม อีสานมีน้ำปลาร้า สามจังหวัดใต้มีน้ำบูดู ซึ่งยังไม่มีใครทำมาก่อน ถ้าเป็นอาหารเอามายำรวมกันน่าจะอร่อย ก็อยากฝากให้ทุกคนได้ดูผู้บ่าวนิกะห์ เป็นหนังที่เอาวัฒนธรรมอีสานและวัฒนธรรมมลายูมาอยู่ในเรื่องเดียวกันครับ”

ตบท้าย ‘ตาต้า ชาติชาย’ เผยถึงบท ‘บักเจ้ย’ ในเรื่องว่า “อ่านบทแล้วชอบมาก เป็นหนังตลก เบาสมอง ตอนแรกพะวงว่าได้เหรอ ในพาร์ตที่เราต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่โน่น เรื่องการทำงาน เรื่องอาหาร ความต่างศาสนาด้วย เรากลัวจะไปทำไม่ดีกับที่โน่นหรือเปล่า แต่สุดท้ายคือไม่เลย เหมือนที่บ้านเราเป๊ะ

บทของผมในพาร์ตตัวละครเป็นคนที่ไม่รู้และเป็นคนตั้งคำถามตลอดเวลา และเราจะได้คำตอบตลอดในซีนนั้นๆ ทั้งชีวิตเกิดมาก็เข้าวัดทำบุญ แต่นี่ต้องไปมัสยิด ละหมาด 5 เวลา จะทำยังไง คือตัวละครมันพาเราไปอยู่แล้ว มีประโยคนึงที่เราแบบว่า ทำได้เหรอ จะกล้าขลิบเหรอ รู้ไหมเป็นอิสลามต้องตัดนะ พอตัวละครพูดแบบนี้ปุ๊บ อีกตัวนึงก็จะบอกว่า อุ๊ย! ต้องตัดเลยเหรอ ไม่มั้ง แต่ในตัวหนังจะให้คำตอบ นี่เป็นหนึ่งเหตุผลที่เลือกรับ เพราะผมรู้สึกว่าเขากล้าเล่าในประเด็นที่คนตั้งข้อสงสัย”
ติดตามชมภาพยนตร์ “ผู้บ่าวนิกะห์” เริ่ม 19 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์