เป็นหนึ่งในพิธีกรที่ครองใจประชาชนทั่วประเทศก็ว่าได้ สำหรับ ‘หนุ่ม’ กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรและเจ้าของรายการ “โหนกระแส” ทางช่อง 3
หลายคนได้เห็นบทบาทการทำหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการของเขากันมาแล้ว วันนี้มาทำความรู้จักกับเจ้าตัวอีกด้านหนึ่งที่ดูผ่อนคลายกันดีกว่า

•ชีวิตประจำวันนอกจากทำงานแล้วทำอะไรบ้าง?
หนุ่ม – “ชีวิตประจำวันน้อยมากๆ ส่วนใหญ่จะมีแค่วันเสาร์หรืออาทิตย์ วันเสาร์จะไม่ได้ทุกเสาร์ด้วย แต่วันอาทิตย์จะเป็นวันของเราจริงๆ ตอนเช้าจะออกมาขับรถกับเพื่อนๆ เฉพาะเช้าวันอาทิตย์ บางทีจะไปอยุธยาบ้าง บางปะอิน หรือ ชลบุรี หรือถ้าไม่ได้ไปไหนก็จะมานั่งดื่มกาแฟกับเพื่อนๆ ที่ร้านนานา ซอยอารีย์”
•ทำไมถึงใช้กิจกรรมยามว่างเป็นการขับรถ?
หนุ่ม – “สมัยก่อนขับรถเอง พอมาทำงานจะมีคนขับ แล้วไม่กลับไปขับรถอีก จะขับเฉพาะตอนจำเป็น พอดีมีอยู่ช่วงหนึ่งป่วย มีอาการเหมือนวิตกจริต อีกนิดหนึ่งจะเป็นซึมเศร้า เหมือนรับเรื่องราวของข่าวมาเยอะ พอนอนหลับตาปุ๊บเนื้อข่าวจะอยู่ในตาวูบๆ ตื่นตอนตี 3 หนาวสั่น ไม่อยากคุยกับใคร วันพักก็จะนอนห่มผ้าไม่ทำอะไร แต่พอต้องทำงานก็จะออกมาเป็นอีกคนนึง จนรู้สึกไม่อยากเป็นแบบนี้ ทำไมต้องมานั่งเจอคนนั้นคนนี้ต้องยิ้มให้ ทำไมต้องมาทำข่าว นั่งรับฟังปัญหาคนโน้นคนนี้ ชีวิตแย่มาก แต่ก็จำเป็นต้องทำ เลยปรึกษาจิตแพทย์

จิตแพทย์บอกว่าเรารับฟังปัญหาของแต่ละคนเยอะมาก แต่ละวันเจอเรื่องราวอะไรแบบนี้ เรารับมาแต่ระบายมันออกไปไม่ได้ เขาก็แนะนำให้ทำอะไรแบบที่ไม่ได้ทำบ้าง แล้วทำในสิ่งที่ชอบ ให้มีความสุข
มีเลือกไปดื่มแชมเปญบ้าง ทั้งที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ พอไปดื่มแชมเปญบ่อยๆ ก็ไม่ค่อยไหว ไว้ก่อนแล้วกัน เป็นคนที่ไม่ได้ขับรถ แต่ก็มีรถอยู่ จนมีวันนึงเห็น นาย ณภัทร ไปขับรถกับโอ๊ต ปราโมทย์ ก็ถามนายว่าสนุกไหม เขาบอกสนุกมาก ผมก็บอกเดี๋ยวครั้งหน้าไปด้วย พูดไม่ถึงอาทิตย์ก็ไปเลย ไปกันหลายคน พอได้ขับไปกับเพื่อนมันสนุก ใจมันเต้นแรง เหมือนได้หลั่งอะดรีนาลีน หายเครียด ได้ไปนั่งดื่มกาแฟ ไปบางแสน ดูทะเล ชีวิตเหมือนอีกโลกหนึ่ง ตั้งแต่วันนั้นก็เลือกจะไปขับรถ ไปทริปสั้นๆ ทริปยาวๆ ก็อยากไป แต่ต้องทิ้งงานไป”

•เวลาไปทริปยาว แล้วต้องทิ้งรายการไป ห่วงไหม?
หนุ่ม – “เมื่อก่อนเป็นคนยึดติด เคยไปต่างประเทศไปทำงาน ก็ให้ ดร.หมวย อริสรา ทำแทน กลางดึกต้องตื่นมาเพื่อมาเช็ก โทร.ทางไกลบอกให้หมวยถามแบบนี้หน่อย จนมาวันนี้ เราปล่อยเลย ล่าสุดไปจ.น่าน ก็ไม่สนใจ ไม่อะไรทั้งสิ้น ปล่อยให้ปุ้ย รสริน ทำไปเลย ตัวใครตัวมัน

คำแรกที่ถามปุ้ยว่ากล้าทำไหม เขาบอกกล้า ถ้ากล้าก็มาทำ ให้เขาทำและไม่บอกเลยว่าอะไรยังไง อาจมีบอกบ้างว่า ‘สิ่งที่ดีที่สุดของการทำโหนกระแส หรือพิธีกรไม่ใช่การถามนะ ไม่ใช่คำถามที่คุณถามเขา ปุ้ยต้องฟังว่าเขาพูดว่าอะไร แล้วถึงถาม สิ่งที่ดีที่สุดในการเป็นพิธีกรคือการฟัง’ คนจะเข้าใจผิดว่าการเป็นพิธีกรที่ดีที่สุดคือการถาม ไม่ใช่นะ การเป็นพิธีกรที่ดีที่สุดคือคุณต้องฟังเขาว่าเขาพูดอะไร แล้วคุณถึงจะถามเขาได้ บางคนจับประเด็นนี้ไม่ได้”
•นอกจากขับรถแล้วยังทำอะไรอีกบ้างในยามว่าง?
หนุ่ม – “ดูซีรีส์ ดูหนัง เล่นกับลูก”
•กว่าจะแบ่งเวลาได้ชัดเจนขนาดนี้ยากไหม?
หนุ่ม – “ไม่ได้ยาก เพียงแต่คนข้างหลังเราต้องเข้าใจว่าเราทำอะไรอยู่ อย่างลูกสาวเข้าใจว่าป๊าไม่มีเวลาให้ ป๊าต้องทำงานหาเงินส่งเสียหนูเรียน หนูมีหน้าที่เรียนหนังสือก็เรียนไป พยายามเรียนรู้การให้ ให้คนอื่นบ้าง เราจะสอนอยู่ตลอด ถ้าเขาเข้าใจทุกอย่างก็จบ เราจะไม่พะวง”

•เวลาอยู่กับลูกเราเป็นยังไงบ้าง เพราะไม่ค่อยมีคนเห็น?
หนุ่ม – “ผมเป็นคนค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูงมาก แม้กระทั่งลงรูปมายู ผมก็จะไม่ค่อยลง เพราะผมรู้สึกว่าเป็นสิทธิ์ของเขา ผมค่อนข้างเคารพสิทธิ์ อย่างการจะลงรูปมายู เราต้องขอเขาก่อนลง ถ้าเขาไม่โอเคเราก็ไม่ลง ส่วนใหญ่มายูไม่ชอบให้ลงรูป เขาเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงเหมือนกัน จะรู้ว่าลูกเราเป็นแบบนี้ก็ตัดปัญหาโดยการไม่ค่อยลง”
•ทำ โหนกระแส เราได้ชื่อเยอะมาก ทั้งพี่หน่วง ครูกะปิ และหวังอยู่ ได้มายังไง?
หนุ่ม – “เป็นคำพูดน่ารักๆ อย่าง ‘หวังอยู่’ มาจากเวลามีแขกรับเชิญหน้าตาดีหน่อย เขาก็จะบอกว่าทำไมพูดกับผู้หญิงคนนี้เพราะจัง ไม่เห็นเหมือนเคสอื่นเลย หวังอยู่น่ะสิ หวังเขาใช่ไหมอาหวัง หวังอยู่ หวังจะได้ผู้หญิงคนนั้น เราก็จะงงๆ

ชื่อ ‘ครูกะปิ’ ก็เกิดขึ้นอย่างงงๆ เหมือนกัน โทร.ไปแกล้ง ป๋อง กพล ในรายการ แล้ว แจ็ค แฟนฉัน บอกว่า ‘พี่ใช้ชื่อครูกะปิแล้วกัน ผมไม่รู้ว่าจะให้พี่ชื่ออะไร ผมถือว่าพี่เป็นครูแล้วกัน’ ผมก็บอกโอเค ปรากฏพอคนฟังก็เลยเอามาพูดกันว่าเป็นครูกะปิ
ส่วนชื่อ ‘พี่หน่วง’ พสุ หล่อเพ็ญศรี ทำการ์ตูนที่อยู่ในยูทูบ ทำล้อเลียนเรา ‘พี่หนุ่ม เป็น พี่หน่วง’ ‘กัน จอมพลัง ก็เป็น พี่เก่ง พลังช้าง’ เอามาทำเป็นแอนิเมชั่นเล็กๆ แล้วคนถูกใจ ก็เลยเรียกผมว่าพี่หน่วง ไม่เป็นไร ชื่ออะไรก็ได้ มองมุมบวกก็น่ารักดี”
•อยากให้คนมอง ‘หนุ่ม กรรชัย’ เป็นอย่างไร?
หนุ่ม – “อยากให้มองเป็นคนดี จริงๆ อยากจะมองเป็นอย่างไรก็ได้ ทุกคนไม่ได้ชอบผมทุกคน แต่อยากให้รู้ว่าผมไม่ได้มีพิษมีภัยกับใคร เป็นแค่กระบอกเสียง บางคนบอกว่าผมเป็นศาลเตี้ย บางคนว่าผมจะเอาคนอื่นมาติดคุกโน่นนี่นั่น จริงๆ ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย ผมแค่เป็นกระบอกเสียงกระบอกหนึ่ง เวลามีผู้เสียหายเดือดร้อนมาแจ้ง เราก็แค่นำเสนอออกไป”
•ถึง ณ วันนี้ พอเอาแขกรับเชิญมาพูดถึงเรื่องความเจ้าชู้ เราก็จะโดนโยงภาพในอดีตที่เป็นคนเจ้าชู้?
หนุ่ม – “เป็นธรรมดา เราต้องยอมรับว่าเป็นชีวิตเราจริงๆ มันเกิดขึ้นแล้ว จะมานั่งตอแหลว่าไม่เคยเจ้าชู้ ไม่ใช่คนที่เคยเกเรมาก่อน เป็นไปไม่ได้ เอาง่ายๆ เปรียบเทียบมันคือแผลเป็น คุณจะไปลบแผลเป็นของคุณเองไม่ได้ อย่างน้อยแผลเป็นมันเป็นตัวบ่งบอกของมันเองว่า วันหนึ่งคุณทำให้ชีวิตคุณมีแผลเป็นอย่างนี้ โดยที่คุณไม่ทันระวัง มันคือเครื่องเตือนใจ ผมมองแค่นี้
ไม่มีใครลบภาพในอดีตได้ คุณไม่มีสิทธิ์ลบภาพในอดีตของคุณ ถ้าคุณรู้สึกว่าอดีตคุณไม่ดี คุณจงรู้เลยมันเป็นแผลเป็นของคุณ แล้วคนจะมาตำหนิคุณก็เท่านั้น เพราะมันเป็นแผลเป็น แต่สิ่งที่คุณจะทำได้ คุณเป็นแผลเป็นเพราะอะไร ทำไมถึงมีแผลเป็น คุณจะให้มันเกิดขึ้นอีกเหรอ เท่านั้นเอง”

•สิ่งที่กังวลที่สุดในชีวิต ณ ตอนนี้?
หนุ่ม – “เอาจริงๆ พอเรามาทำข่าว จะเห็นอะไรมากกว่าคนอื่นเยอะ กลัวลูกสาวจะอยู่ในสังคมที่แปดเปื้อน เมื่อก่อนไม่มีลูก เราก็จะไม่ค่อยมีห่วง เรารู้สึกใช้ชีวิตอย่างนี้เราเอาตัวรอดได้ แต่พอมาทำข่าว แล้วเรามีลูก เราเห็นสังคมแบบนัวเนียเหลือเกิน เดี๋ยวเรื่องโน้นเรื่องนี้ ฆ่ากันตาย ข่มขืน โดนหลอก เยอะแยะ คอลเซ็นเตอร์ ล่าสุดเด็กโดนคอลเซ็นเตอร์หลอกเอาบัญชีพ่อแม่มา มันเสื่อมทราม กังวลใจตรงนี้ กลัวตรงนี้แหละ แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็คงต้องสอนให้ลูกแข็งแกร่ง ให้รู้ว่ามีอะไรบ้างที่เกิดขึ้นในสังคม”
•มีคนเข้ามาหาเยอะ อยากสนิทด้วย อยากรู้จัก?
หนุ่ม – “เป็นธรรมดา ผมเข้าใจและอยากรู้จักทุกคน แต่เป็นไปไม่ได้ คนที่เข้ามาหามีหลากหลาย แต่อยากจะบอกคนที่เข้ามาหาผม ผมพร้อมนะ จะเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง ได้หมด แต่ขอแค่อย่างเดียว อย่าเอาชื่อผมไปทำความทุกข์ให้คนอื่น ผมไม่ใช่คนที่ดีอะไรนัก แต่บางครั้งก็ไม่อยากให้เอาชื่อผมไปหาประโยชน์ หรือไปทำสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร ผมยินดีคุยกับทุกคน แต่ขอแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะผมถือ ปัจจุบันนี้ มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเยอะ เป็นเหมือนการเอาเปรียบสังคม เอาเปรียบคนที่ผมกำลังเป็นกระบอกเสียงให้ แต่คุณกลับเอาสิ่งที่ผมกำลังทำ ไปบิดเป็นอีกอย่าง ผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้น”

•ทำข่าวคดีใหญ่ๆ หลายคดี กังวลเรื่องความปลอดภัยตัวเองไหม?
หนุ่ม – “ไม่ได้กังวัล ผมเป็นแค่กระบอกเสียง ถามว่ากลัวหรือเปล่า ไม่กลัว (หัวเราะ) เพียงแต่ผมรู้สึกว่าทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ผมเชื่อว่ามีคนที่ปกป้องผมและรักผมอีกหลายคน ที่พร้อมจะอยู่ข้างหลังผม”
•กลัวใครที่สุดในวงการ เพราะหลายคนจะมองว่าระดับกรรชัยแล้ว เราไม่กลัวใคร?
หนุ่ม – “ผมให้เกียรติทุกคน ถามว่ากลัวไหม ไม่กลัว เพราะผมไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ถ้าผมทำอะไรไม่ดี หรือมีชนักติดหลัง หรือทำอะไรที่แย่ ผมอาจจะกลัว เอาง่ายๆ ถ้าคุณมั่นใจว่าสิ่งที่คุณทำเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ คุณก็ไม่ต้องกลัว เพราะใครก็มาทำอะไรคุณไม่ได้ แต่ถ้าคุณทำสิ่งไม่ดีสักอย่าง คุณต้องกลัวสังคมจะตำหนิคุณมากกว่า”
อนงค์ จันทร