ชมพู่ อารยา เล่าเวลาดาราสาว “แอบิเกล” ออกงาน ทุกอย่างอยู่ในสายตา หลังบ้านคุยกันตลอด ไม่คาดหวังให้ลูกต้องเสิร์ฟ ขอให้แค่อารมณ์ดีพอ

เรียกว่าเป็นที่เฟมัสสุดๆ สำหรับดาราสาวตัวน้อย “น้องแอบิเกล” ลูกสาวของ ชมพู่ อารยา ที่ล่าสุดวันนี้ ชมพู่ ได้ควงคู่น้องเกล มาร่วมงานโรงพยาบาลตากรุงเทพ เปิดตัวโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านดวงตาครบวงจร ที่ EYE BANGKOK HOSPITAL พร้อมเล่าบรรยากาศตอนไปอัดรายการ 3 แซ่บ

นอกจากนี้แม่ชมยังได้เล่าความประทับใจที่มีแฟนๆ ต่างประเทศบินมาหาเกล พร้อมพูดถึงเวลาที่น้องออกงานว่าทุกอย่างอยู่ในสายตา หลังบ้านคุยกันอยู่ตลอด ส่วนตัวแล้วเวลาออกงานไม่ได้คาดหวังให้เค้าต้องเสิร์ฟ เพราะน้องอายุแค่ 2 ขวบเอง ขอให้แค่อารมณ์ดีก็พอ

ดาราสาวออกรายการ 3 แซ่บเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา? “ใช่ค่ะ ก็คุยรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ก็แบบนี้แหละค่ะ เหมือนเวลาเราคุยกันแบบนี้ (ต้องมีสคริปต์ไหม?) ก็ไม่ได้มากอะไร อะไรแม่ตอบแทนได้แม่ก็รับไป”

กังวลที่เค้าต้องไปออกรายการ? “ไม่ได้กังวลอะไรมาก ถ้าเทียบกับอีเว้นท์ระดับความเครียดต่างกันเยอะมาก เพราะว่ายังไงอันนั้นก็เหมือนบ้านเรา แล้วมันก็เป็นที่ปิด แต่งานอีเว้นท์มันก็คือสดไง มีกล้องอะไรเยอะแยะ จังหวะนรกเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา”

ตอนเล่นเกมเค้าก็จำได้? “เค้าจำได้ๆ (เซอร์ไพรส์ไหม?) ไม่หรอกมันก็เป็นคนที่รู้จักกันอยู่แล้ว ส่วนมากก็จะเป็นคนคุ้นเคย มีไม่กี่คนในนั้นที่เจอกันไม่กี่ครั้ง”

มีผลกับชีวิตประจำวันไหมกับการที่เค้าจำทุกอย่าง? “จริงๆ ชมว่าเค้า…คือชมพาเค้าไปทุกที่อ่ะ คือถ้าเค้าเจออะไรเยอะ เค้าก็เรียนรู้เยอะ”

ต้องระวังเยอะไหมกับการพาออกไปในที่ใหม่ๆ?ก็เราเองก็ไม่ไปที่ไม่ดีอยู่แล้ว ก็ใช้ชีวิตค่อนข้างปกติ เราไปไหนก็เอาเค้าไป นอกจากบางที่ที่รู้สึกว่าทุลักทุเลจริงๆ ไม่เหมาะ”

มีจำอะไรที่เหนือความคาดหมายไหม? “เด็กเค้าก็จะจำอะไรที่มันแบบดีเทลๆ แล้วเราไม่น่าเชื่อว่าเค้าจะจำได้ มีเยอะอ่ะ แต่เราจำไม่ได้ (ถือว่าเป็นคนที่จำไวไหม?) จำไวนะคะ เค้าก็จะเล่าได้ บางทีเราอาจจะคิดว่าเด็กจำไม่ได้ แต่ความสามารถในการถ่ายทอด เรื่องภาษา เค้ายังไม่เท่าผู้ใหญ่ เลยอาจจะพูดอะไรไม่ได้เหมือนเรา จริงๆ คือเค้าจำได้ เพราะฉะนั้นมันสำคัญมากเวลาเราจะพูดอะไร เพราะเค้าเก็บหมด

ป้าเจี๊ยบโหดมากในการเทรนดาราสาวเวลาออกงาน? “ก็ถือว่าโหดกว่าชมอ่ะ ส่วนมากชมจะไม่ค่อยอะไรมาก ก็จะปล่อยผ่าน ก็เด็กอ่ะ 3 ขวบ แต่ป้าเค้าจะต้องแบบพูดสโลแกนสินค้าได้ อะไรแบบนี้ บรีฟเยอะ อยากเอาความมหัศจรรย์ออกมาให้ได้ แต่เราไม่คาดหวังอะไร แต่ป้าก็จะแบบนางทำได้ๆ”

แล้วเวลาจบอีเว้นท์?กลับไปส่วนมากชมก็จะชมทุกครั้งว่าวันนี้น้องเก่งมาก ให้กำลังใจเค้า เพราะว่ามันยังไม่ 3 ขวบเลย คืออย่างที่บอกคือชมไม่ได้คาดหวัง ขอแค่วันนี้ไปแล้วอารมณ์ดีอย่าไปหยุ่มใครต้องการแค่นี้พอ เพราะว่าไม่ใช่ว่าทุกคนจะเข้าใจเด็ก แต่สุดท้ายถ้าว้ากถ้าหยุมก็เข้าใจแหละว่าเด็กก็มีขีดจำกัด หิว ง่วง ร้อน ก็คือเด็ก”

แฟนคลับเวียดนามบินมาหามาเฝ้าที่คาเฟ่? “เซอร์ไพรส์เหมือนกัน คือจริงๆ ได้ข่าวว่าเหมือนแกมารอหลายวันจนเหมือนเด็กที่ร้านนำความไปบอกคุณน็อตว่าเค้ามาหลายวันแล้ว จนเหมือนทราบว่าเค้าจะกลับไปเมื่อวาน พ่อก็เลยบอกว่าพาเค้าไปหาหน่อย ชีเสิร์ฟหนักมาก”

เวลาที่มีคนมาหาเยอะๆ ตรงนี้เราวางใจมากน้อยแค่ไหน? “คือมันก็อยู่ในสายตาของเราแหละค่ะ เอาเป็นว่าหลังบ้านเราบริหารกันเอง ถ้าช่วงไหนที่เรารู้สึกว่าตอนนี้น้องอาจจะเหนื่อยแล้ว เราก็อาจจะต้องมีระยะมีถอย แต่เรื่องอะไรแบบนี้ก็มีคุยกันทุกวัน”

เวลาเจอแฟนคลับที่ร้านก็คือให้เล่นเต็มที่?ก็ถ้าไม่อยากให้เล่นก็เอาไว้ที่บ้าน อย่าเอาออกมา ก็ในเมื่อมาแล้วเราก็รู้อยู่แล้วว่าเราเลี้ยงเค้าก็ไม่ได้ปิดหูปิดตาเราก็รู้อ่ะว่าถ้าเราพาเค้ามาเจอคนเราก็รู้ว่ามันต้องมีรีแอคชั่นแบบนี้ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องยอมรับตรงนี้ ถ้าเค้าพร้อมเราก็อยากมีชีวิตที่ปกติ อยากไปไหนก็ไป ร้านนี้ก็คือเป็นฟิตเนสพ่อ ร้านพ่อก็ต้องมาได้ แต่ถ้าช่วงนี้อาจจะเหนื่อยก็อ่ะอยู่บ้าน”

ในพาร์ตของน้องก็มั่นใจในตัวน้องว่าดาราท่านนี้ทำได้? “ก็คือเด็ก ชมไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเสิร์ฟอะไรแบบนี้ คือถ้าเค้ามีหงุดหงิด เราเข้าใจได้ว่าคนมันเข้ามาเยอะแล้วคือขนาดผู้ใหญ่รู้สึกเลยเราก็ต้องดูให้มันสมเหตุสมผล ถ้าเค้าไม่น่ารักกับคนอื่น โดยที่ไม่ได้มีพื้นฐานมาจากมันเหนื่อยมันร้อน เราก็บอกเค้าว่าอันนี้ไม่น่ารักนะ แต่ถ้าบางทีเราให้เค้าเสิร์ฟมากๆ แล้วจะคิดว่าเค้าจะทำได้อีกๆ คือมันก็ไม่ไหวแล้ว หรือบางทีคนที่เข้ามาแล้วเค้าไม่ได้เข้าใจธรรมชาติของเด็ก แล้วก็คาดหวังมากเจอหน้าปึป ต้องเสิร์ฟ คือถ้าเราเห็นว่าเค้ามีทีท่าไม่เข้าใจธรรมชาติของเด็กเราก็อาจจะต้องพาเค้าออกมา ก็ดูเป็นกรณีไป”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน