ผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ หลังหมดสัญญากับอดีตต้นสังกัดช่อง7HD สำหรับพระเอกหนุ่ม ‘เข้ม’ หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล ที่ตอนนี้มีผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง “Why We Love เพราะรักต้องมี” ของค่ายหนังน้องใหม่ บลูแซม พิคเจอร์ และละคร “ฟ้าพยับ” ที่ออกอากาศทางช่อง 7HD อยู่ขณะนี้

วันนี้โอกาสดี ได้มาพูดคุยกับเจ้าตัวถึงการเลือกอิสระไม่ต่อสัญญา รวมถึงสถานะหัวใจ และบทบาทการแสดงในภาพยนตร์ “Why We Love เพราะรักต้องมี” รวมถึงละคร “ฟ้าพยับ”
ปัจจุบันเป็นนักแสดงอิสระ ไม่ได้สังกัดช่อง 7HD แล้ว?
เข้ม – “ครับ ก็ได้ออกมาทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำหรือการแสดงอะไรต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ก็จะลองเสี่ยงกับอะไรที่ไม่เคยทำ อะไรที่นอกเหนือกับความเคยชินของเรา อยากเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองทำดู แล้วก็วางเป้าหมายไว้ 5 ปี ถ้าไปได้ก็ไปต่อ ถ้าไปไม่รอดก็พอ คงหาธุรกิจทำอย่างอื่น ซื้อที่ซื้อทางไว้ทำสวนเล็กๆ ตอนนี้ก็วางแพสชั่นของตัวเองว่าอยากทำอะไร ได้มีเวลาวางแผนชีวิตตัวเองมากขึ้น มองหาอนาคตตัวเอง เพราะก่อนนี้เป็นความเคยชิน

จริงๆ ก็ตัดสินใจอยู่นาน ไม่ได้ปุบปับ ผมปรึกษาผู้ใหญ่ทั้งหมดเลย ถ้าผมอยู่ต่อจะเป็นยังไง ที่อยู่ ณ ปัจจุบันเป็นความเคยชิน ผมขอลองออกมาหาประสบการณ์ข้างนอกดูได้ไหม ทุกอย่างเป็นรายละเอียดที่คุยกัน ตกลงกันทั้ง 2 ฝ่าย แยกย้ายกันด้วยดีครับ”
ถึงจะหมดสัญญายังมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน?
เข้ม – “ครับ คือจริงๆ เข้มกลัวการที่ออกมาแล้วเป็นการทะเลาะกัน ออกมาแล้วมีชื่อที่อยู่ในรูปแบบของความอกตัญญู ก็พยายามปรึกษาคุยกับผู้ใหญ่หลายๆ คน”

คุณแม่ว่ายังไงบ้าง?
เข้ม – “คุณแม่กังวลเรื่องการหมดสัญญาช่อง กังวลเรื่องการเปลี่ยนผ่าน ทั้งเรื่องฐานแฟนคลับช่องเก่า และแฟนคลับที่ใหม่ แม่เป็นห่วงเรื่องการถูกด่าว่าอกตัญญู ถ้าเกิดมันจะติดตัวเราไปมันจะทำให้เรารู้สึกผิดกับตัวเองตลอดชีวิต ซึ่งเขาห่วงเรื่องนี้ เราก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก คนเราต้องเติบโต เหมือนเราเปลี่ยนบริษัทเพื่อการเติบโตของเราเอง”
ผลงานกับช่อง 7 HD ตอนนี้ที่ยังค้างคา?
เข้ม – “มีเรื่อง ฟ้าพยับ ที่กำลังออนอยู่ เล่นเป็น 4 คาแร็กเตอร์ เพราะ เสือเพชร เป็นตำรวจ ปลอมตัวไปอยู่ชุมโจร ในเวอร์ชั่นความเป็นตำรวจจะมีความมุมานะมุทะลุ พอไปอยู่ในชุมเสือจะเป็นอีกแบบ ไม่ฆ่าคน ปล้นด้วยวิสัยทัศน์ แล้วเสือเพชรตายโดยถูกกล่าวหาเป็นผู้ร้าย ธงฉานแฝดน้องต้องเข้ามาสืบว่าพี่ชายตายเพราะอะไร การเข้ามาของธงฉานจะเป็นอีกคาแร็กเตอร์หนึ่งกวนๆ ซึ่งจริงๆ เขารักในความถูกต้อง มาแก้ข้อครหาให้พี่ชาย เลยกลายเป็น 4 คาแร็กเตอร์ ความยากอยู่ตรงนี้ และก็มีอีกเรื่อง เมืองแก้ว”

วางภาพเข้ม หัสวีร์ หลังจากนี้จะต้องเป็นแบบไหน?
เข้ม – “เข้มถนัดสายการแสดง ก็คงอยู่ในรูปแบบภาพยนตร์ ซีรีส์ หรืออะไรที่ติดต่อเข้ามาในรูปแบบที่เราอยากทำ ความรู้สึกที่เรายังไม่เคยสัมผัส การเจรจากันว่าเราสามารถทำอะไรได้เพิ่มเติมมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทุกงานที่จะเข้ามา ต้องดูว่าเราอยากทำจริงมั้ย จะพิจารณาด้วยตัวเอง ก็ยากขึ้นหน่อย ดูทิศทางที่คนไม่เคยเห็นให้มันเปลี่ยนมุมมอง หรือเปลี่ยนคาแร็กเตอร์ของตัวเองไปเลย”
แพสชั่นแรกถ้าเสนอมาแล้วอยากทำ?
เข้ม – “ภาพยนตร์ครับ ซึ่งได้เล่นแล้ว โดยภาพยนตร์เรื่องแรกที่เล่น Why We Love ที่ฉายอยู่ตอนนี้ แล้วก็เรื่อง ครุฑานาคี ของพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ จะเป็นอีกฟอร์มหนึ่ง Why We Love เป็นร่วมสมัย ส่วน ครุฑานาคี สร้างด้วยความเชื่อ ก็จะแตกต่าง คาแร็กเตอร์ฉีกออกไปเลย
ซึ่งภาพยนตร์กับละครการถ่ายทำจะแตกต่างกัน พอได้ไปเล่นภาพยนตร์ รู้สึกชอบในรูปแบบนี้ การสรุปจบในช่วงเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงถึงสองชั่วโมง เป็นการเล่นแบบต้องกระชับทุกอย่าง ความรู้สึกต้องเรียบเรียงยังไง มันจะแตกต่างจากละครไปเลย ก็กำลังตื่นเต้นกับภาพยนตร์”

คาแร็กเตอร์เป็นยังไงใน “Why We Love เพราะรักต้องมี”?
เข้ม – “รับบทเป็น ‘มีน’ เป็นหนุ่มไอจีหรือโปรแกรมเมอร์ ความยากของเรื่องนี้คือความเป็นธรรมชาตินี่แหละ เราคุ้นเคยกับการเล่นละคร มันจะมีไทมิ่งมีจังหวะการหันรับเข้ากล้อง จังหวะพูดคุย แต่พอเป็นภาพยนตร์จะเป็นความเรียล สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ควบคุมด้วยบท เราต้องควบคุมด้วยตัวละคร เราจึงต้องใส่รายละเอียด”

ร่วมงานกับนางเอก ‘หลิน มาลิน’ เป็นอย่างไรบ้าง?
เข้ม – “ด้วยระยะเวลาการทำงานค่อนข้างสั้น ประมาณ 10 คิว เลยต้องรีบสนิทให้ไว แต่ในหนังเราไม่ค่อยได้เจอกันมากนัก ก็เลยไม่ค่อยได้พูดคุยกันเท่าไหร่ แต่มีพูดคุยทักทายกันหน้าเซ็ต ส่วนฉากที่ต้องสนิทสนม สัมผัสเนื้อตัว อุ้ม ขี่คอ มีการขอโทษกันก่อน ก็จะเขินๆ เกร็งๆ แต่ก็เป็นเสน่ห์ในความเรียลความบริสุทธิ์อะไรบางอย่าง เวลาผู้ชายผู้หญิงมาเจอกัน สปาร์กกัน ก็จะได้ความเป็นธรรมชาติ ในเรื่องนางเอกเป็นผู้หญิงมั่น เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเขาทำออกมาได้ดีมาก”
หนังเข้าฉายแล้ว ตั้งความคาดหวังยังไง?
เข้ม – “สิ่งที่คาดหวังก็แค่อยากให้ทุกคนชื่นชอบก็ดีใจแล้ว มาดูกันครับ เรื่องนี้ผมร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วย เป็นครั้งแรกเลย ไม่ยากเท่าไหร่ ด้วยเนื้อหาเพลงโยงไปถึงเนื้อเรื่องของหนังด้วย ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านบทเพลงนี้ เป็นแนวป๊อป แนวดนตรีฟังง่ายๆ เพราะๆ ซึ้งๆ ติดหู”

แล้วเรื่อง “ครุฑานาคี” ทำงานกับพี่อ๊อฟ?
เข้ม – “สนุกครับ ปกติผมติดตามเป็นแฟนคลับในเรื่องการกำกับฯของพี่อ๊อฟอยู่แล้ว พอพี่อ๊อฟติดต่อมาก็ตัดสินใจรับ แล้วยิ่งเป็นความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค หรือพญาครุฑ เราเติบโตและมีความเชื่ออินกับเรื่องนี้อยู่แล้ว พอได้ไปร่วมเล่นการทำงานก็สนุก พี่อ๊อฟเป็นคนสนุกสนาน มีเรื่องเล่าในวัยรุ่น ในการปล่อยวาง การละสังขารตัวเองเป็นแบบไหน เข้าใจโลกยังไงเล่าให้ผมฟัง ยิ่งสนุกเข้าไปอีก พี่แดง (ธัญญา) ก็ใจดี พาไปดูบอลหากิจกรรมให้เล่น”
นอกจากนี้ ยังมีอะไรที่ต้องรับผิดชอบอีก?
เข้ม – “มีทำทีมฟุตบอล Star Brother ครับ เป็นสิ่งที่ชอบ ไปแข่งงานการกุศล มีพี่ๆ นักแสดงร่วมทีมหลายคนและมากขึ้น แต่ถ้ามีโอกาสอื่นๆ เข้ามาก็ยินดีรับครับ”

ทำไมสนใจทำทีมฟุตบอล?
เข้ม – “ผมเคยฟังรุ่นพี่ที่เขาเคยเตะให้ทีมฟุตบอลดารา หรืออย่างผมไปเตะมาก็เป็นไอดอลลีก เป็นทีมที่มีคนมีชื่อเสียงมาเตะ แล้วผมเคยอยู่ทีมนี้มาก่อน และตอนนี้กำลังกระจัดกระจาย ผมเลยขอทีมนี้มาทำ ก็หาพี่ๆ มาร่วมทีม หางานเตะฟุตบอล และตั้งกฎว่าการเตะบอลของพวกเรา คือมารยาทในการแข่งขันต้องมาก่อน ไม่โวยวาย ไม่เครียด ต้องสนุก พอทุกคนมาอยู่เขาก็สนุก ไปๆ มาๆ มีสินค้าติดต่อเข้ามา ผมก็ต้องดูภาพรวม
ในทีมตอนนี้มีสมาชิกสามสิบกว่าคนแล้ว มีพี่เบน (สันติราษฏร์) ยูโร (ยศวรรธน์) ต๊ะบีมิกซ์ และคนอื่นๆ อีกหลายคน ผมเป็นประธาน กัปตัน ผู้เล่น และเป็นคนวิ่งหาสปอนเซอร์ พี่แจ็ค (ไอเฟล) เป็นผู้จัดการทีม พี่ต๊ะบีมิกซ์บัญชี ทำทีมมายังไม่ถึงปี ก็มีไปเตะเรื่อยๆ ในหนึ่งปีต้องมีงานไม่น้อยกว่า 12-13 งานครับ ก็แล้วแต่สินค้าที่มาจ้างด้วย ผมทำด้วยความชอบ รายได้ไม่ได้เยอะ เหมือนนัดพี่น้องมาเจอมาเล่นฟุตบอลกัน เป็นการเตะบอลเอ็นเตอร์เทน ทุกคนได้มาจอยกัน ได้เดินทางไปเจอแฟนคลับด้วย”

มาถึงเรื่องที่ทุกคนอยากรู้ มีแฟนหรือยัง?
เข้ม – “ไม่มี ผมมีแฟนยาก เคยมีแฟนที่รักมากๆ แล้วแยกทางกัน พอแยกทางไปแล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราอยากมีแฟนแบบไหน พอโสดมาหลายปีก็ชินกับการใช้ชีวิตคนเดียว ผมมองในทิศทางเอาใจตัวเองว่าดีแล้ว อยู่คนเดียวโอเคนะ หรือตอนนี้ยังไม่มีมั้งคนที่เข้ามาแล้วตรงใจเราทุกอย่าง
ผมเป็นคนเข้าใจยาก เอ็นเนอร์จี้เยอะ แต่พอกลับเข้าบ้าน จะมีมุมเงียบๆ ไม่พูดคุย ถ้าคนที่จะเข้ามาในชีวิตผม มาใช้ชีวิตเป็นแฟนต้องยอมรับบางสิ่งบางอย่างของผมได้ด้วย ปกติผมหน้านิ่งๆ ก็หน้าดุอยู่แล้ว ออกไปข้างนอกผมสนุก แต่พอกลับบ้านหมดพลัง คนที่เข้ามาศึกษา มาสัมผัส ถ้าระยะยาวๆ คุณจะทนได้ไหม ผมเป็นคนน่าเบื่อแบบนี้แหละ แต่ผมก็พร้อมปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนะครับ”
ถ้าอย่างนี้ ก็เรียกว่าอยากมีแฟนแล้วแหละ ใช่ป่ะ
พลเทพ สารภิรมย์ / วีรนุช จันทำ