แม้ก่อนหน้านี้ต้องเข้ารับการรักษาตัว จากโรคมะเร็งต่อมไทมัส จนหายดี ตรวจค่ามะเร็งไม่มีและสงบลง สำหรับนักแสดงมากความสามารถ อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ กลับตรวจเจอพบว่ามีโรค ‘แพ้ภูมิกล้ามเนื้อตัวเอง’ จึงต้องทำรักษาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด อรอนงค์ ที่เดินทางมาร่วมพิธีบวงสรวงเปิดฤกษ์ เปิดดวงมูดีวอลล์ วอลล์เสริมโชค เปลี่ยนจอให้เฮง เสริมดวงให้ปัง วอลเปเปอร์รูปท่านยม ที่จะมาเสริมความเป็นศิริมงคลให้กับผู้ที่ได้นำไปใช้ ณ วัดน้อมประชาสรรค์ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน อัพเดตสุขภาพ
สุขภาพตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? “ล่าสุดไปทำ ซีทีสแกน มะเร็งในร่างกายสงบนิ่งดี สุขภาพดีขึ้น ถึงแม้จะมีโรคต่อไป แต่คุณหมอก็ให้การดูแลอย่างดี ตรวจพบเป็นโรคแพ้ภูมิกล้ามเนื้อตัวเอง ต้องดูแลด้วยการกินยากดภูมิ ไม่ให้ภูมิตัวนี้แสดงออกมา เพื่อไม่ให้มาทำลายกล้ามเนื้อปอดกล้ามเนื้อหัวใจ ถ้าเราร่างกายอ่อนแอ เจ้าโรคนี้มันจะทำลายกล้ามเนื้อปอดกล้ามเนื้อหัวใจก่อน ถ้ากินยากดภูมิ ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงตลอดเวลาก็จะไม่เป็นโรคนี้ โดยเฉพาะการโดนฝุ่นละอองก็เป็นปัจจัยให้มันไปโดนปอดมากขึ้น”
ทราบว่ามีโรคนี้เมื่อไหร่? “หลังจากที่ผ่าตัดมะเร็งต่อมไทมัสไป มีการตรวจเลือด มีการพบหมออยู่เป็นระยะ โชคดีพอตรวจเลือดแล้วมันเจอค่าของการแพ้ภูมิกล้ามเนื้อนี้เร็ว คุณหมอเลยรักษาทันท่วงที คุณหมอบอกว่าโรคนี้บางทีกว่าคนจะรู้คือนอนป่วยเยอะแล้ว ต้องเอาเลือดไปตรวจ มีค่าการอักเสบของเลือดเยอะ ของพี่อรโชคดีตอนผ่ามะเร็งออกไป เราไปตรวจเลือดแล้วเจอค่านี้เลยทำให้คุณหมอรักษาได้เร็วขึ้น”

ตอนนี้ต้องรักษาตัวยังไงบ้าง? “ต้องคอยเลี่ยงการเกิดการกระตุ้น เรื่องของความร้อน มลพิษ ต้องดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น หรือหวัดเอง ไอเจ็บคอ หายใจไม่เต็มปอด คือหาหมอได้เลย (ท้อมั้ย?) ไม่ท้อ ทุกคนมีโรคอยู่ในตัวอยู่แล้ว โรคของใครจะสำแดงออกมาแค่นั้นเอง เราพยายามทำในสิ่งที่ดีต่อสุขภาพให้ได้มากที่สุด แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือกำลังใจ ถ้าเราไม่นอยด์หรือกังวลว่าโรคนี้ไม่หายแน่เลย ยิ่งทำให้มันบั่นทอนสุขภาพจิตของเรา การมีสุขภาพจิตที่ดีก็จะทำให้เราไม่เกิดโรคมาใหม่อีก”
การใช้ชีวิตเปลี่ยนไปไหม? “ตอนนี้ใช้ชีวิตปกติ อาจจะมีกระทบว่าเราต้องกินยากดภูมิ ก็อยู่ที่ปัจจัยภายนอก เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องดูแล การใช้ชีวิตก็ใช้ตามปกติ ถ้าเราเจอร้อนมากๆ ปวดหัวเหมือนไมเกรนอะไรแบบนี้ (กระทบงานไหม?) ไม่กระทบเลย สามารถทำงานได้ปกติ”

มีโอกาสหายเป็นปกติไหม? “หมอบอกว่ามันไม่ได้ ตัวต่อมไทมัสที่ตัดออกไป มันจะคุมเรื่องภูมิต้านทาน ซึ่งของเรามันลดลง เพราะฉะนั้นโรคนี้จะไม่หายขาด แต่มันจะไม่เยอะขึ้นถ้าเราแข็งแรง การกินยาควบคุมไม่ให้มีค่าเลือดอักเสบเพิ่มมากขึ้น อาการก็กินได้ตามปกติ ลดอาหารหมักดอง ดิบ ซูชิ ปลาดิบ เลี่ยงเลย”
ต้องเช็คสุขภาพอย่างดี? “ต้องพบแพทย์ทุกๆ 2 เดือน เพื่อทำการตรวจเลือด เราจะรู้ได้จากค่าการอักเสบของเลือดเรา ว่าค่านั้นมันเพิ่มไหม กินยาค่าจะไม่สูงขึ้น แต่ก็ต้องอยู่ในดุลพินิจของหมอ ตอนนี้กินยาโดสไม่แรง”

กำลังใจจากครอบครัวดี? “กำลังใจจากลูกๆ ไปไหนมาไหนกับลูกปกติ ยังบอกกับเขาเลยว่า ถึงแม้แม่ไม่ได้เป็นโรคนะ แต่วันหนึ่งด้วยอายุขัยของคน เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เราจะอยู่ยังไงให้มีความสุขคืออยู่กับคนที่เรารักและมีคุณภาพ ใช้ชีวิตปกติเลย”
เข้าใจชีวิต และปลงด้วยใช่ไหม? “เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น แต่ไม่ถึงกับปลง เรายังมีกิเลสต่างๆ นานา แต่ว่าเราจะไม่ใช้ชีวิตประมาท เราดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น เวลาไปไหนมาไหนกับคนที่ปวยมะเร็งเราจะให้กำลังใจ ถ้าใครรู้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ระยะ 1-2 มันหายได้ พี่อรเองฉายรังสีกว่า 30 ครั้ง ยังรักษาหายเลย เดี๋ยวนี้วิวัฒนาการการแพทย์ปัจจุบันครอบคลุม ดูแลเรื่องเฉพาะได้ มะเร็งไม่น่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคือการใช้ชีวิตของเราค่ะ”