ยอมเลิกเล่นละครที่เปรียบเสมือนสายเลือด ด้วยเพราะต้องการทุ่มเทเวลาให้ลูกสาว ‘น้องพราวตะวัน’ เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ สำหรับนักแสดงเจ้าบทบาท ‘ยุ้ย’ จีรนันท์ มะโนแจ่ม

โดยวันนี้เจ้าตัวมาเปิดอกพูดคุยถึงชีวิตครอบครัวที่ได้ลูกน้อยมาเติมเต็ม และยังเล่าย้อนถึงชีวิตในวงการบันเทิง กระทั่งผันตัวไปทำงานขายของเป็นแม่ค้าออนไลน์จนประสบความสำเร็จ

♦ ย้อนกลับไปวันที่มีชื่อเสียงดังสุดขีด?

ยุ้ย – “ตอนนั้นหลายๆ คนรู้จัก ยุ้ยเข้าวงการมาจากเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง พอมาเป็นดาราชีวิตก็เปลี่ยนแม้กระทั่งเวลาไปเรียน คนเอาหนังสือไปรอเป็นตั้งๆ เพื่อให้เซ็น ในละครแมวตายก็มีคนเอาแมวมาให้ เอาเสื้อผ้าให้ สงสารเรา ก็ดีค่ะเป็นชีวิตที่มีความสุข ชีวิตมาไกลเกินฝัน เพราะไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เป็นนางเอกละคร ยุ้ยมีความสุขมากๆ กับการที่ได้เข้ามาอยู่ในวงการบันเทิง”

♦ เป็นนางเอกที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่เรื่องแรกที่เล่น?

ยุ้ย – “ใช่ค่ะ เรื่อง คมพยาบาท พีกมากๆ ทำให้คนรู้จักยุ้ย เรื่องนี้แหละที่มีคนเอาแมวมาให้ เอาเสื้อผ้าให้ เอาหนังสือมากองเป็นตั้งๆ เรียนเสร็จต้องมานั่งเซ็น ตอนนั้นชีวิตเปลี่ยนเลย จากเด็กธรรมดาคนหนึ่ง กลายเป็นนางเอกช่อง 7 มีคนรู้จักทั้งประเทศ”

อาทิตย์ใส - ‘ยุ้ย’ทำหน้าที่แม่เต็มร้อย ถอดหัวโขน-พักงานแสดงเพื่อลูก

♦ ตั้งรับกับชื่อเสียงที่เข้ามาเร็วยังไง?

ยุ้ย – “ยุ้ยโชคดีตรงที่จุดประสงค์หลักเราคือทำงาน ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายอื่น ละครรับเพื่อให้มีเงินเยอะที่สุด จะได้เลี้ยงตากับยาย เลี้ยงแม่ให้มีความสุข ทำงานได้เงินก้อนแรก ยุ้ยมีความฝันจะเก็บเงินซื้อบ้านซื้อรถ เพื่อให้แม่สบาย เพื่อให้มีบ้านแล้วไปรับตากับยายมาอยู่กับยุ้ยที่กรุงเทพฯ ความฝันยุ้ยมีแค่นี้ ไม่เคยนึกถึงว่าชื่อเสียงจะโด่งดัง

แต่พอมีชื่อเสียงเข้ามาเยอะๆ ก็ดีใจและมีความสุข ขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การต้อนรับ เอ็นดู เมตตา และรักยุ้ย ขอบคุณคุณแดง (สุรางค์) ขอบคุณช่อง 7 ขอบคุณผู้จัดที่มอบแต่ละครดีๆ ให้ยุ้ย แล้วก็โชคดีมาก ละครที่ยุ้ยเล่นเป็นละครที่เรตติ้งดีเกือบทุกเรื่องเลย”

♦ นางเอกร้อยฉายา?

ยุ้ย – “มีฉายาเยอะมาก นางเอกยอดนักบู๊ นางเอกเจ้าน้ำตา นางเอกยอดกตัญญู นางเอกผ้าพับไว้ นางร้ายก็มีค่ะ อาดาว (ดวงดาว) เคยพูดคำหนึ่งว่านักแสดงเป็นเหมือนจิ้งจก เวลาเราไปเล่นละครเรื่องไหน เรากลายเป็นตัวละครตัวนั้นโดยที่หลายๆ คนอินกับยุ้ย เวลาเล่นน่าสงสารก็จะร้องไห้เศร้า เวลาเล่นร้ายคนก็จะแบบมันร้ายว่ะ พอยุ้ยเล่นบทบู๊คนก็อินและชอบมากๆ ถึงขั้นตั้งฉายาให้เป็นนางเอกนักบู๊ เลยดีใจ รู้สึกโชคดีที่ความตั้งใจของเรา ทำให้เราประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน”

อาทิตย์ใส - ‘ยุ้ย’ทำหน้าที่แม่เต็มร้อย ถอดหัวโขน-พักงานแสดงเพื่อลูก

♦ ตอนนั้นเป็นนางเอกอยู่ดีๆ ทำไมกล้าตัดสินใจเล่นเป็นนางร้าย?

ยุ้ย – “ตอนนั้นเรื่อง นางทาส ตอนแรกไม่อยากเล่น เครียดเลย คิดว่าคุณแดงคงไม่ให้ยุ้ยเป็นนางเอกแล้ว คงเอายุ้ยไปเป็นนางร้าย คุณแดงเหมือนจะรู้ว่ายุ้ยเครียด ยกหูหาแล้วบอกว่า ‘ไม่ต้องกลัวนะ พี่มองเห็นบางสิ่งบางอย่างในตัวยุ้ย เชื่อว่ายุ้ยทำได้ แล้วไม่ต้องกลัวว่าจะกลับมาเล่นเป็นนางเอกไม่ได้ เชื่อในตัวพี่’ พอคุณแดงพูดแบบนี้ยุ้ยมีแรงฮึด ยุ้ยไม่เคยเล่นร้ายมาก่อน แต่ตั้งใจว่าถ้ายุ้ยเล่น ยุ้ยสัญญากับคุณแดงว่ายุ้ยจะเล่นสุดตัวและทำ ให้ดีที่สุด

แล้ว นางทาส ยุ้ยไปได้รางวัลนักแสดงนำหญิงที่เอเชียน เทเลวิชั่น อวอร์ดส ด้วย ขนลุกนะ เป็นอะไรที่เกินฝันอีกแล้ว พอได้ปุ๊บคนแรกที่ยุ้ยลงเวทีโทร.หาคือคุณแดง บอกท่านว่ายุ้ยมีวันนี้ได้เพราะคุณแดง คุณแดงบอกว่าไม่ใช่ ยุ้ยมีวันนี้ได้เพราะตัวยุ้ยเอง เราร้องไห้น้ำตาไหลดีใจ เหมือนทลายกำแพงตัวเอง ทลายความกลัว ความไม่มั่นใจต่างๆ”

♦ เวลาเห็นหน้ายุ้ย หลายคนมีภาพจำของนางเอกเรียบร้อยเป็นกรอบครอบไว้ กดดันไหม?

ยุ้ย – “แอบกดดันเหมือนกัน คนน่าจะติดมาจากภาพของน้อยในคมพยาบาท แหวนทองเหลือง หรือตองริ้ว จากบ่วงบรรจถรณ์ ที่เรียบร้อยอ่อนหวาน ซึ่งยุ้ยไม่อยากให้คนมองยุ้ยแบบนั้น อยากให้มองว่ายุ้ยเป็นนักแสดงที่เล่นได้ทุกบทบาท คนจะได้อินกับบทละครที่ยุ้ยรับในแต่ละเรื่อง

ยุ้ยไม่ใช่คนเรียบร้อย เป็นคนบ้าๆ โก๊ะๆ ด้วยซ้ำ เพียงแต่ยุ้ยแค่รู้กาลเทศะว่าเวลาทำงานยุ้ยเป็นแบบไหน อยู่กับเพื่อน ครอบครัว ผู้ใหญ่ เป็นแบบไหนมากกว่า บทละครก็คือบทละคร ไม่อยากให้ทุกคนมาคาดหวังในตัวยุ้ยค่ะ”

♦ เล่นละครมาเยอะมาก มีเรื่องไหนที่ยกให้เป็นผลงานมาสเตอร์พีซ?

ยุ้ย – “เรื่องนางทาสแหละ เพราะเป็นเรื่องแรกที่รับบทร้าย เป็นเรื่องที่เครียดที่สุด กดดันที่สุด และหลายๆ เรื่องที่มันหนักมากๆ ในตอนนั้น วันแรกที่เข้ากองยุ้ยกินพาราฯ 4 เม็ด จิตตก แต่ทั้งหมดทั้งปวงคือประสบความสำเร็จมาก หายเหนื่อย และคิดถูกมากๆ”

อาทิตย์ใส - ‘ยุ้ย’ทำหน้าที่แม่เต็มร้อย ถอดหัวโขน-พักงานแสดงเพื่อลูก

♦ เคยมีช่วงที่พีกมากๆ แล้วพอมันค่อยๆ ไต่ระดับลงมา ตอนนั้นมีหวิวไหม?

ยุ้ย – “ยุ้ยรู้อยู่แล้วว่าต้องมีวันนี้ ทำใจมาตลอด แต่ช่วงที่งานน้อยๆ ก็แอบนอยด์ เพราะยุ้ยเป็นหัวหน้าครอบครัว งานหลักของยุ้ย 100% คืออาชีพในวงการบันเทิง พอวันหนึ่งที่งานน้อย เอาจริงๆ ห่วงเรื่องเงินมากกว่าชื่อเสียง ถ้าไม่มีงานยุ้ยก็ไม่มีเงินมาเลี้ยงครอบครัว

มันถึงได้เป็นจุดเปลี่ยนที่มาเป็นแม่ค้าออนไลน์ ยุ้ยดิ้นรนทำทุกอย่างในการหางานเพื่อมีเงินเลี้ยงดูครอบครัวและตัวเอง เฟดจากวงการบันเทิง 3-4 ปี แต่ยุ้ยไลฟ์ได้ประมาณ 5 ปี คือยุ้ยเบนเข็มไปก่อนคนอื่น ถ้าฉันอยู่ตรงนี้ไม่รอดแน่

ตอนนั้นหลายๆ คนก็เตือน บอกว่าเป็นนางเอกจะไปเป็นแม่ค้าขายของบางทีก็ต้องคีพลุกส์ แต่ยุ้ยรู้สึกว่า คีพลุกส์แต่ไม่มีเงินเลี้ยงแม่ แล้วครอบครัวอดตาย ก็ไม่คีพอ่ะ มันคือหัวโขน สำหรับยุ้ยนะ เพราะที่ผ่านมาที่ยุ้ยเข้าวงการบันเทิง จุดประสงค์หลักคือเงิน ฉะนั้นวันนี้ไม่มีงานยุ้ยก็ต้องไปหางาน เพื่อจะมีเงินเลี้ยงครอบครัว ยุ้ยไม่อายใครทั้งนั้น ในเมื่อยุ้ยทำอาชีพสุจริต”

♦ ตอนแรกนึกไม่ออกเลย ภาพที่ยุ้ยมาขายของหน้าจอ?

ยุ้ย – “เอาจริงๆ อาชีพแม่ค้าคืออาชีพที่ใฝ่ฝัน เคยคิดว่าถ้าไม่ได้เป็นดาราจะเป็นแม่ค้า ชอบขายของตั้งแต่เด็กๆ ปิดเทอม ขายขนมครก ขายไข่นกกระทา ขายน้ำแข็งไส ขายทุกอย่าง แล้วตอนนี้ออนไลน์กำลังมา เป็นความคิดที่แตกฉาน ถึงได้ตัดสินใจ ถือว่าคิดถูก เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป ทุกวันนี้คนมาออนไลน์กันหมดแล้ว

ตอนนี้อาชีพแม่ค้าเป็นอาชีพหลัก ส่วนนักแสดง ตอนนี้ไม่มีละครเลยค่ะ แต่ที่ไม่มีเพราะเราไม่ได้รับด้วย เพราะอาชีพแม่ค้ายุ้ยได้อยู่กับลูก 100% กลายเป็นแทบไม่รับงานอะไรเลย ตอนนี้เลยมีอาชีพแม่อยู่ 2 แม่ คือแม่ของลูก และแม่ค้าออนไลน์ เป็นอาชีพที่มีความสุขที่สุดค่ะ”

อาทิตย์ใส - ‘ยุ้ย’ทำหน้าที่แม่เต็มร้อย ถอดหัวโขน-พักงานแสดงเพื่อลูก

♦ แต่แฟนๆ ยังคิดถึงผลงานอยู่ จะมีโอกาสในเร็วๆ นี้ไหม?

ยุ้ย – “ผู้จัดติดต่อมาหลายๆ ช่อง แต่ยุ้ยขอให้น้องโตอีกนิดนึงค่ะ ถ้าน้องได้เข้าเรียนและมีเวลาว่างมากขึ้น อีก 2 ปีเอง อาจจะมีโอกาสได้กลับไปเล่น แต่ถ้าตอนนี้ไม่มีสิทธิ์เลย ไม่รับเลยค่ะ”

♦ งานแสดงน่าจะอยู่ในสายเลือด เอาสิ่งนี้ออกจากชีวิตได้ยังไง?

ยุ้ย – “ออกได้เพราะลูก ยุ้ยคิดถึงทีมงานมากๆ นะคะ ตอนไปเจอกันตามงานก็กอดกันน้ำตาซึม คิดถึงกองถ่าย นอนคิดถึงวันเก่าๆ แต่พอเห็นลูกแล้วทิ้งไม่ได้ ไปไหนไม่ได้เลย เพราะลูกนี่แหละที่ทำให้เราเลิกเล่นละครได้”

♦ พอมาอยู่ในพาร์ตคุณแม่ เป็นยังไงบ้าง?

ยุ้ย – “มีความสุขมากค่ะ ตั้งใจหยุดรับงานยาว เพื่อตั้งใจมีเขา แล้ววันนี้ก็ได้มีดั่งใจฝัน พอมีก็มีความสุขมาก ยอมรับว่าเหนื่อย เพราะเราสองคนเลี้ยงกัน 100% แต่เป็นความเหนื่อยที่มีความสุข ตอนนี้ทุ่มให้อาชีพแม่เป็นหลัก 100% ไม่มีพี่เลี้ยง ให้นมด้วยตัวเอง อยู่กับเขาตลอด 24 ช.ม. พาร์ตคุณพ่อก็เช่นกัน ไม่รับงานเหมือนกัน ธันญ์เทียบเท่ากับยุ้ยเลย ทำทุกอย่างได้เหมือนยุ้ย เหลือแค่ให้นมไม่ได้อย่างเดียว (หัวเราะ)”

♦ เป็นพ่อแม่สายไหน?

ยุ้ย – “สันทนาการค่ะ ชอบพาไปนอกบ้าน ไปสวนสัตว์ เราไม่ได้เลี้ยงแบบประคบประหงม แต่พาเที่ยวสนุกสนาน แล้วเขาเป็นคนชอบสัตว์มาก อาจเพราะพาไปสวนสัตว์บ่อยค่ะ”

อาทิตย์ใส - ‘ยุ้ย’ทำหน้าที่แม่เต็มร้อย ถอดหัวโขน-พักงานแสดงเพื่อลูก

♦ ลูกเติมเต็มชีวิต?

ยุ้ย – “เติมเต็มค่ะ จากที่เคยอยู่กัน 2 คนมันก็มีความสุขดีอยู่แล้ว แต่พอมีน้องตะวันมันมีความสุข ชีวิตมีความหมาย มีเป้าหมาย เมื่อก่อนเป็นคนขับรถไม่ค่อยกลัว ตายก็ตาย แต่พอมีลูก กลายเป็นตอนนี้ไม่อยากตาย กลัวตายด้วยซ้ำ เขาถือเป็นของขวัญล้ำค่าในชีวิต ตอนนี้ครบ 1 ขวบ เราก็มีไปแก้บนตามที่ต่างๆ เพราะไม่รู้ว่าได้มาจากที่ไหน รักเขามาก เป็นห่วง เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่เลยว่ามันมากมายแค่ไหน”

♦ ให้คะแนนตัวเองในบทบาทอาชีพแม่เท่าไหร่?

ยุ้ย – “ถ้าใจยุ้ยให้ตัวเองเต็มสิบ แต่จะดีเท่ากับแม่คนอื่นๆ ที่เลี้ยงลูกได้หรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจ เพราะยุ้ยก็ไม่เคยเป็นแม่มาก่อน แต่ยุ้ยดูแลตัวเองมาตั้งแต่ฝังตัวอ่อน จนยุ้ยท้อง จนคลอด แล้วก็ทุ่มให้เขาเต็มร้อย ส่วนจะมีอีกไหม ตอนนี้คิดว่ามีคนเดียวค่ะ เพราะไข่ยุ้ยไม่มีแล้ว น่าจะยาก คิดว่าคนเดียวพอแล้ว เลี้ยงเขาให้ดีที่สุดพอค่ะ”

จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน