บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ไม่กดดันการทำงาน ขอโฟกัสงานเพลงครึ่งปีหลัง เผยที่มาทรงผมล่าสุด

เพิ่งคว้ารางวัล “Weibo Thailand Most Influential Male Singer Overseas” จากงานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ “Weibo Cultural Exchange Night in Thailand 2025” หรือ “WEIBO GALA 2025” สำหรับนักแสดงและศิลปินมากความสามารถอย่าง บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ซึ่งรางวัลนี้เป็นรางวัลที่มอบให้กับศิลปินชาวไทยที่ทรงอิทธิพลด้านผลงานเพลงและกระแสความนิยมจากแฟนคลับต่างประเทศที่ติดตามและสนับสนุนผ่านแพลตฟอร์ม Weibo

ล่าสุดวันที่ 19 ส.ค. บิวกิ้น ได้มาร่วมงาน “BANOBAGI (บาโนบากิ) Built Bright Skin With B” ณ ลานอีเดน 1 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในฐานะพรีเซนเตอร์สุดฮอตคนใหม่ล่าสุดของแบรนด์ เมื่อจบงานบิวกิ้นจึงได้ให้สัมภาษณ์ความรู้สึกหลังจากงานวันนั้น พร้อมเผยแพลนครึ่งปีหลังว่าเตรียมโฟกัสด้านงานเพลงเต็มที่ นอกจากนี้ยังพูดถึงทรงผมทรงใหม่ของเจ้าตัวที่ตอนนี้เป็นกระแสแบบสุดๆ

รางวัลล่าสุดจาก weibo? “ก็ดีใจเพราะว่าจริงๆ แล้ว weibo เขาก็เป็นแพลตฟอร์มใหญ่ที่จีน ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อหมายถึงว่าเราทำเพลงเป็นคนที่อยู่ในวงการอุตสาหกรรมเพลงไทย แต่ว่าเพลงมันทำงานแล้วมันทำให้เราเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อแฟนๆ ในต่างประเทศ ก็รู้สึกว่าดีใจครับ”

ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไหม? “ผมว่ามันเป็นคุณค่ามากกว่ามั้ง มันก็เป็นเหมือนสิ่งที่เป็นกำลังใจแล้วกัน แต่ถ้าถามว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงขนาดนั้นไหม ผมว่าเราก็ยังดำเนินชีวิตเหมือนเดิม”

กดดันบ้างไหม? “ไม่กดดันเลยจริงๆ แล้วผมเลือกงานที่ส่วนใหญ่จะทำแล้วรู้สึกอินกับมันมากกว่า แล้วก็รู้สึกแฮปปี้กับมัน ถ้าเราอินแล้วแฮปปี้กับมันจริงๆ ผมว่าถ้าเราได้ใช้ช่วงเวลาในการทำงานที่เรามีความสุขผมว่ามันก็โอเคและ ส่วนผลลัพธ์ก็ถือว่าเป็นโบนัส”

ในเรื่องของการทำงานต้องตั้งใจมากขึ้นไหม? “ก็ไม่ได้ตั้งใจมากขึ้นเพราะว่าตั้งใจที่สุดมาตลอดอยู่แล้ว แซวๆ นั้นแหละครับผมว่าไม่อยากสร้างแรงกดดันให้กับตัวเองมันก็เป็นไปแบบเดิมนั่นแหละเพราะว่าที่ผ่านมาผมก็พยายามจะทำให้ดีที่สุดในความสามารถในช่วงเวลานั้นอยู่แล้ว ก็อยากจะทำงานที่เต็มที่ให้กับมันได้มีเวลาให้กับมัน”

ในฐานะนักแสดงมีบทไหนที่อยากเล่นอีกไหมเพราะเราก็มักได้รับบทคล้ายๆ เดิม? “ก็อยากเล่นอะไรที่มันห่างจากความเป็นตัวเอง จริงๆ ก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าเป็นแบบไหน ผมว่าจริงๆ แล้วงานแสดงเป็นเรื่องของจังหวะและโอกาส ว่ามันประกอบไปด้วยคนหลายๆ คน หลายๆ ปัจจัย ทั้งผู้กำกับ ทั้งเรื่อง ทั้งเวลาด้วย คือถ้ามันมีโอกาสที่ดีและน่าสนใจไม่ว่ามันจะท้าทายไม่ท้าทายผมว่าสุดท้ายแล้วมัน ต่อให้บทมันใกล้ตัวหรือไกลตัวผมว่ามันมีความท้าทายอยู่ในนั้นอยู่ตลอด”

ในส่วนของงานเพลงเราขึ้นคอนเสิร์ตบ่อยมาก? “ก็พยายามออกไปทำอะไรมากๆ เยอะขึ้น เพราะว่าปีที่แล้วผมก็ไม่ค่อยได้ขึ้นร้องเท่าไหร่ ด้วยเรื่องการไปเรียนด้วย เรื่องของการทำคอนเสิร์ตกับพีพีด้วย มันก็เลยไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปเป็นแขกรับเชิญให้ใคร หรือไม่ค่อยได้มีโอกาสไปขึ้น festival ผมว่าปีนี้พอหลังจากซองแดงมีเพลงมีอะไรขึ้นมาก็รู้สึกว่าเป็นจังหวะที่ดีครับ”

การไปเป็นแขกรับเชิญในหลายๆ เวทีต้องเตรียมตัวยังไง? “ก็เตรียมตัวเยอะเหมือนกันครับเพราะว่าศิลปินแต่ละคนเขาก็จะมีวิธีการทำงานแล้วก็มีมุมมองที่มันไม่เหมือนกัน เราก็จะเลือกไปเป็นแขกรับเชิญให้กับคนที่เรารู้สึกว่าเราอยู่ด้วยแล้วมันส่งเสริมกันแล้วไปด้วยกันได้ด้วย แต่พอมันเป็นอย่างนั้นผมว่ามันก็ต้องเรียนรู้เตรียมตัวแล้วก็ทำการบ้านเกี่ยวกับตัวเขาและก็หาความพอดีในแต่ละงานในการผสมคนสองคนเข้าด้วยกัน”

ครึ่งปีหลังจะโฟกัสที่งานเพลงเป็นหลักเลยไหม? “ก็โฟกัสงานเพลงเป็นหลักครับเพราะว่างานแสดงยังไม่มีใครติดต่อมาครับ (หัวเราะ) (มีติดต่อมาไหม?) มีมาเรื่อยๆ ครับ แต่ยังไม่ได้มีอันที่เรามันเหมาะสมในทุกๆ ปัจจัยแล้วกัน อย่างที่บอกว่ามันมีเรื่องของเวลา เรื่องของการเตรียมตัว เรื่องของบทหรือเรื่องของอะไรที่ผมว่าพอมันเป็นองค์รวมที่พอมันผสมกันแล้วมันอาจจะทำให้เราตัดสินใจเลือกรับงานแสดงได้ซักงานหนึ่ง”

ทุกบทบาทที่ได้รับมันชาเลนจ์ตัวบิวกิ้นไปเรื่อยๆ มันอัพบาร์ขึ้นไปเรื่อยๆ มีความกดดันไหม? “ก็ไม่ได้กดดันมากครับ ผมว่ามันเป็นความรู้สึกมากกว่ามั้ง อย่างที่บอกพอเราอ่านบทเราดูคนทำงานแล้วมันไดรฟ์เราข้างในแค่ไหนว่าเราอยากทำไหม ผมว่างานแสดงมันเป็นงานที่ใช้พลังเยอะ พลังกายพลังใจแล้วก็เวลาด้วย ก็อยากจะเลือกอันที่เราสามารถรักษาคุณภาพของมันได้ไปจนจบ”

มีหลายคนชื่นชมว่าเราอายุน้อยแต่เราสามารถเปิดบริษัทเองได้? “ก็ขอบคุณครับผมว่ามันเป็นจังหวะด้วย และผมว่าผมเป็นคนโชคดีมาก ผมรู้สึกว่าผมได้โอกาสจากคนรอบตัวแล้วจังหวะชีวิตที่มันพาเราไปเจอคนดีๆ อยู่ตลอดตั้งแต่เรามีโอกาสได้เข้านาดาว ได้เจอกับคนในนาดาวเยอะแยะมากมาย พอปิดเราก็ยังมีพี่ๆ ที่คอยมาซัพพอร์ต จริงๆ แล้วผมไม่ได้ทำเองขนาดนั้น หมายถึงว่าคือเราทำเองก็จริงแต่ว่าเรามีคนที่มาช่วยเราอีกเต็มไปหมดเลย ผมว่ามันคือความโชคดี”

ถือว่ามันเกินฝันจากสิ่งที่เราคิดไว้ไหม? “ก็เกินฝันนะครับ จริงๆ ตอนนี้ก็เกินฝันแล้ว ต่อจากนี้ก็เป็นกำไรแล้วกัน”

หลายคนเซอร์ไพรส์กับการไว้ผมยาว? “ผมว่าเป็นอิสรภาพทางทรงผม ผมโตมาเป็นนักเรียนโรงเรียนชายล้วนอ่ะแบบเรียน รด. ตัดหัวเกรียน ก็เลยรู้สึกว่าไม่เคยไว้ผมยาวเกินตรงนี้เลย แล้วไปเรียนต่อพอดีก็ไม่ได้ตัดผมพอมาขนาดนี้ก็ลองไปต่อๆ ความจริงไม่ได้คิดหรือวางแผนขนาดนั้นผมว่ามันก็เป็นความรู้สึกในช่วงนี้กับช่วงที่ผ่านมาๆ เท่านั้นเอง”

เรานำเทรนด์กับผมยาว? “ก็ดี ผมว่าเราเปิดกว้างกับความหลากหลายแล้วก็สนับสนุนให้ทุกคนลองทำอะไรใหม่ๆ แล้วก็ลองทำสิ่งที่อยากทำ ใช้ความรู้สึกทำงาน”

อยากลองลุกส์นี้ไปนานๆ ไหม? “ไม่รู้เลยครับ จริงๆ ตอนแรกก็ยาวกว่านี้วันนั้นรู้สึกอยากตัดก็ตัดให้มันเหลือเท่านี้ ก็ไปเรื่อยๆ ตามจังหวะ”

ช่างผมเขาบ่นบ้างไหม? “ไม่ค่อยบ่นครับ (ดีไซน์ผมเป็นยังไงบ้างเวลาออกงาน?) ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำการบ้านเยอะขึ้นทางทีม เพราะก่อนหน้านี้ตอนมันอยู่ในความยาวระดับผมสั้นเขาก็จะมีตัวเลือกให้เยอะ แต่พอผมยาวแบบนี้ก็ต้องทำการบ้านเยอะขึ้น”

มีอยากทำทรงอะไรอยู่ไหมที่อยากทำ? “จริงๆ ตอนแรกเป็นสไลด์แต่ตอนนี้พยายามแบบอยากให้มันเป็นบ๊อบมากขึ้น (มีคนบอกเรานำเทรนด์ทรงผมสมัยพี่มอส พี่เต๋ากลับมา?) จริงๆ ผมไม่ได้คิดขนาดนั้น พอทำแล้วคนก็ส่งรูปมามันก็เหมือนย้อนจริงๆ”

เพื่อนๆ มีถามมั้ยว่าเราจะตัดเมื่อไหร่? “ก็มีบ้างครับ แต่ผมก็บอกไปว่าผมไม่รู้ มันเป็นสิ่งที่ไม่ได้วางแผนครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน