“เจฟ ซาเตอร์” ทำสำเร็จ คว้าเพลงประกอบภาพยนตร์สุพรรณหงส์ 33 เผย..คิดถึง “แม่สีดา” เชื่อคงรับรู้และภูมิใจไปด้วยกัน – เตรียมสร้างโชว์ระดับโลกบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2025

ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในเส้นทางศิลปินของ “เจฟ ซาเตอร์” เมื่อเพลง เหมือนวิวาห์ จากภาพยนตร์ วิมานหนาม ส่งให้เจ้าตัวคว้า รางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม บนเวทีสุพรรณหงส์ครั้งที่ 33 ประจำปี 2567 ได้สำเร็จ
เจ้าตัวเผยไม่คาดคิดว่าจะได้ แต่ถือเป็นเกียรติและกำลังใจยิ่งใหญ่ เชื่อว่า “แม่สีดา พัวพิมล” ที่ได้รับรางวัลสมทบหญิงจากเรื่องเดียวกันก็คงรับรู้ถึงความสำเร็จครั้งนี้ด้วย

พร้อมกันนี้ เจฟยังเปิดใจถึงอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ใหญ่ที่กำลังจะมาถึง กับการขึ้นโชว์รอบไฟนอลบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดยตั้งใจทำดนตรีใหม่ ผสมความเป็นไทยเข้ากับความเป็นอินเตอร์ เพื่อโชว์ศักยภาพในฐานะศิลปินไทยบนเวทีระดับโลก
เจฟ: “เป็นเกียรติมากๆ ขอบคุณทีมงานทุกคน นักแสดงทุกคน ตัวละครทุกคนที่มาอยู่ในเรื่องราวทำให้เกิดเพลงนี้ขึ้นมา ไม่มีความคิดเลยว่าจะได้ เมื่อกี้ขึ้นไปพูดยังไม่มีในหัวเลย จริงๆ ผมว่าทุกคนที่อยู่ในรายชื่อเข้าชิงนั้นทุกคนสุดยอดมาก การได้อยู่ตรงนั้นก็เป็นเกียรติแล้ว ได้รางวัลก็ยิ่งเป็นเกียรติขึ้นไปอีก
ตอนที่ประกาศชื่อผมตื่นเต้นนะ ใจเต้นแรง ไม่คิดว่าเพลงๆ นึงมันจะพาเราไปได้ไกลขนาดนี้ สิ่งที่ทำให้เพลงนี้ได้รางวัลผมว่าน่าจะเป็นตัวละครที่เล่าเรื่องของมันออกมาได้ถึง และทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้ก็จะโยนกลับไปเรื่องของวิมานหนามตลอด

รางวัลนี้ก็เหมือนเป็นกำลังใจให้ผมและแฟนคลับด้วย เพราะเราก็ทำเพลงมาหลายปี อันนี้เป็นครั้งแรกที่เราได้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์แล้วมันมาถึงจุดนี้ได้ มันเกินความคาดหมายมากๆ ครับ มันยิ่งใหญ่มาก
ยิ่งใหญ่ในฐานะนักแสดงด้วยนะ อย่างในบททองคำ เราได้รู้จักเขา เขาก็คงภูมิใจ แล้วแม่สีดาก็อยู่ในเรื่องนี้เหมือนกัน เขาก็คงจะภูมิใจมากๆ จริงๆ ผมแอบรู้อยู่แล้วนะว่า แม่สีดาต้องได้แน่เลย เพราะแม่เล่นดีมาก จำได้ว่ามีซีนหนึ่งที่ผมไม่จำเป็นต้องร้องไห้ แต่แม่ส่งมามันจริงมาก จนเราร้องไห้ออกมาเลย ก็รู้สึกว่าแม่ต้องได้แน่ๆ
และทุกครั้งที่แม่ได้รางวัลแม่จะดีใจมากๆ ดีใจโคตรๆ เลย แต่วันนี้ไม่ได้เห็นแม่ดีใจ แต่คิดว่าแม่คงรู้แหละว่าได้รางวัลนี้ ก็สุพรรณหงส์เนอะ อยากให้แม่ได้รับตอนที่แม่ยังอยู่ ผมว่าแม่ทำได้แล้ว มันคือการตอบแทนในการทำงานตลอดระยะเวลาของแม่ นี่คือตลอดช่วงชีวิตของแม่จริงๆ

ผมก็อยากเล่นหนังอีกนะ แต่ก็ต้องดูคิวนิดนึง (หัวเราะ) เพราะเราอยากจะเลือกเรื่องที่เราชอบที่สุดและทำได้ดี ก็มีติดต่อมาครับ แต่ยังรู้สึกว่ามันยังเป็นบทที่เราอาจจะยังทำได้ไม่ดี ก็เลยยังไม่ได้ตอบรับไป แต่ก็เปิดรับครับ จริงๆ ผมพิจารณาจากบทซะส่วนใหญ่ บทเป็นยังไงก็ตามนั้นเลย”
จะได้โชว์วันไฟนอลของมิสยูนิเวิร์ส 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ? “ยังไม่รู้ว่าจะได้ใส่ชุดอะไรไปเดิน แต่ได้ดูคนเก่าๆ มาบ้าง เห็นศิลปินหลายๆ คนที่ได้มีโอกาสโชว์ เราก็ไม่คิดว่าจะได้ไปโชว์ แต่เดี๋ยวต้องทำการบ้านก่อนกับโชว์แต่ละเพลง แต่ทำดนตรีใหม่แน่นอน ก็น่าจะเป็นโชว์ที่เราตั้งใจมากๆ และอยากให้มีความเป็นไทยด้วย ก็ตื่นเต้นนะ
เวทีมิสยูนิเวิร์สมันระดับโลกมากๆ และการที่ได้โชว์ในโชว์สุดท้ายก่อนที่เขาจะประกาศมันเจ๋งมาก ตอนที่เขาติดต่อมาก็ไม่ทันได้ถามว่า ทำไมถึงเลือกผม แต่ตกลงไปก่อนแล้ว (หัวเราะ) ก็รู้สึกว่าครั้งนึงเราได้มีโอกาสเล่นที่มิสยูนิเวิร์ส ก็ถือว่าเป็นเกียรติ ผมว่าความกดดันมันคือการทำโชว์ยังไงให้มันใหม่ เพราะเพลงเราเองก็ร้องมาหลายรอบแล้ว แต่การเลือกเพลงมาแล้วทำใหม่พร้อมกับเสริมความเป็นไทย ก็เหมือนเป็นตัวแทนประเทศไทย เหมือนไปแข่งกีฬาทีมชาติ เราจะทำยังไงให้ดึงความเป็นไทยออกมาผสมในโชว์เราให้ได้

ตอนนี้ยังไม่ได้คุยอะไรกับโชว์ไดเรคเตอร์มาก แต่แพลนในหัวคร่าวๆ คืออยากให้เพลงมันมีความเป็นมิสยูนิเวิร์สและมีความระดับโลก แต่ในความเป็นระดับโลกนั้นก็อยากจะใส่รายละเอียดความเป็นไทย เพราะว่าประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และเราก็เป็นศิลปินไทย ก็อยากจะโชว์ให้มันออกมาดี เพลงก็อาจจะต้องดูว่าเป็นเพลงไหน เพราะเพลงผมก็มีทั้งเพลงไทยและสากล
ตอนนี้ยังไม่ได้สรุปกัน แต่ยังบอกไม่ได้ว่ากี่เพลง ตอนนี้ก็พยายามยัดตารางซ้อมและทำให้โชว์ดีที่สุด ผมยังไม่เคยไปร้องบนเวทีนางงามเลย ไม่เคยประกวดเองด้วย ก็เลยไม่รู้ว่ากระบวนการเขาเป็นยังไง (หัวเราะ) แต่เคยเห็นบ่อยครับ ก็ฝากพี่ๆ กะเทยด้วย เพราะผมก็มีพี่กะเทยเลี้ยงมาเหมือนกัน เพราะฉะนั้นโจทย์ครั้งนี้ก็คือทำยังไงก็ได้ให้พี่กะเทยถูกใจ (หัวเราะ)”