เกินจะรับไหว! ชาล็อต ออสติน ไม่ทน ขอใช้กฎหมายจัดการ หลังเจอเกรียนคีย์บอร์ด ด่าพาดพิงถึงบุพการี แน่จริงเดินมาว่าต่อหน้า

หลังเจอกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมาอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปี สำหรับ ชาล็อต ออสติน นางงามและนักแสดงชื่อดัง ทำให้ออกมาโพสต์ใน X ระบุข้อความว่า “ด่าหนูหนูไม่ว่า แต่อย่ามาลามปามถึงบุพการีและครอบครัวหนู ใครจะยอมก็ยอม แต่หนูไม่ยอม”

ล่าสุดวันที่ 4 ต.ค. เจอ ชาล็อต ออสติน ที่งานบวงสรวงซีรีส์ “Unlimited Love บริษัทนี้ไม่มีจำกัด” ที่บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่ง ชาล็อต ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเผยว่าครั้งนี้เกินจะปล่อยผ่าน เพราะเป็นการพาดพิงถึง “บุพการี” และครอบครัว จึงตัดสินใจใช้กฎหมายจัดการผู้ที่ละเมิด และขอวอนอย่าว่าถึงพ่อแม่ ส่วนอาการโรควิตกกังวลและซึมเศร้าที่เคยเป็นก็เริ่มดีขึ้น หลังเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดที่เราโพสต์ใน X เกิดอะไรขึ้น? “ไม่โอเคเลยค่ะอันนี้ หนูว่า 3 ปีที่อยู่มา หนูโดนวิจารณ์ โดนติ โดนด่าค่อนข้างที่จะเยอะ หนูก็เห็นแล้วหนูค่อนข้างที่จะปล่อยผ่านไปในแต่ละปี ค่อยๆเปลี่ยนตัวเอง ดูแลมายเซ็ตตัวเองได้ แต่ว่าครั้งนี้เคสนี้ พูดถึงพ่อแม่เราบุพการีเราไม่ดีเลย เรารู้สึกว่ามันลามปามเกินไป หนูแค่ไม่ยอมเฉยๆ”

ต้นเหตุของการโพสต์มันคืออะไร? “เขาแค่ไม่ชอบหนูเฉยๆ แค่นั้นเลย เหมือนเป็นแอนตี้แฟน ไม่ชอบก็เลยหาเรื่องมาว่าเรา แต่ดันไปว่าถึงแม่ถึงครอบครัวเรา แล้วมันเป็นเรื่องที่เรารู้สึกเซนซิทีฟตรงที่ว่าพ่อแม่เราแยกทางกัน แล้วมาพูดว่าแม่ทิ้งเราเหมือนที่พ่อทิ้งแม่ เราก็เลยรู้สึกว่าคิดอย่างนี้ได้ยังไง รู้สึกเซนซิทีฟไปช่วงหนึ่ง ก็เลยให้กฎหมายจัดการไปเลย เรารู้ตัวแล้วนะคะว่าเขาอยู่ที่ไหน”

ตัดสินใจนานไหมกับการฟ้องในครั้งนี้? “หนูแค่อยากบอกมากกว่าว่าหนูเข้าใจว่ามีคนไม่ชอบหนูเยอะ มีคนไม่โอเค มีคนติ มีคนวิจารณ์ในสิ่งที่หนูเป็น ไม่ชอบที่หนูเป็นหนู หนูเข้าใจมากในวงการบันเทิงมันมีสิ่งนี้อยู่แล้ว แต่แค่อย่าลามปามไปถึงพ่อแม่หนูได้ไหมขอแค่เรื่องเดียว จะว่าหนูร้องเพลงไม่เพราะ แสดงไม่ได้อะไรก็แล้วแต่ ยินดีพร้อมรับคำด่า แต่หนูขอเรื่องพ่อแม่ไว้เรื่องเดียว คิดว่าหลายคนคงเป็นเหมือนกันถ้าเกิดว่าอยู่ดีๆ มีคนมาว่าพ่อแม่เราก็คงไม่โอเค”

การที่ใช้กฎหมายเข้าจัดการเป็นสิ่งที่ตัดสินใจยากไหม? “จริงๆ ก็ใช้กฎหมายจัดการมาแล้วสองรอบ เจอตัวทั้งสองรอบเลย พอถึงเวลาจริงๆ เขาก็จะขอโทษ เราก็พยายามจะไม่ใจอ่อน แต่บางคนอายุ 70 หนูก็ไม่อยากใจร้าย เขามาว่าหนูว่าตอแหล มันก็ฟ้องได้ก็เลยฟ้องให้ดูเป็นตัวอย่าง อีกคนก็จะวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบให้เสียชื่อเสียง หนูก็เลยรู้สึกว่าก็ต้องฟ้อง เพราะมันสามารถจับตัวได้ง่าย แต่ถ้าอันไหนที่มันยากก็จะต้องใช้กระบวนการอีกนาน”

เขาให้เหตุผลเราว่าอะไร ทำไมเขาถึงด่าเราขนาดนี้? “เขาไม่ได้ให้เหตุผลอะไร หนูทักไปโทรไปเขาก็ยังไม่รับสายหนูเลย หนูยอมรับว่าโกรธจริง แล้วก็โทรไป เห็นปุ๊บหนูก็หาแอคเคาต์ เจอแล้วก็กดโทรเขา เขาก็ไม่รับ จริงๆ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรแต่ด้วยอารมณ์เรา”

เราได้ไปเจอตัวเขาแล้วสติสัมปชัญญะเขาเต็ม 100% ใช่ไหม ? “100% ค่ะ เป็นบ้านมีฐานะด้วยอายุ 70 เคสนี้ไม่ได้เป็นเคสล่าสุดค่ะ คนที่เป็นเคสล่าสุดอยู่ต่างประเทศที่บินไกล เคยไปมาแล้ว กับเคสที่เป็นคนอายุ 70 หนูก็ได้คุยมาแล้วฟ้องไป 50,000 เอง ก็ไม่ได้เยอะเพราะทีแรกจะปรับ 100,000 เพราะมันสูงสุด เขาบอกว่าเขามีให้ประมาณ 10,000 ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ได้หรอก ทนายเขาบอกว่าไม่ได้ แต่เขาก็บอกว่าถ้าไม่ได้ก็ไปชั้นศาลเรารู้สึกว่าไปชั้นศาลอีกแล้วอ่ะ ก็เลยตัดสินใจหมื่นนึงก็หมื่นนึง แล้วก็เอาเงินไปทำบุญไม่ได้เอาไปใช้อะไร”

กับเคสนี้เราคิดว่าจะจัดการยังไงดี? “โอ้โห เดี๋ยวให้เจอตัวก่อนดีกว่า”

จะเอาแค่ 100,000 ไหมหรือจะจัดหนัก? “ยังไม่ได้คิดตรงนี้ค่ะ”

เคยนับไหมมีกี่แอคเคาต์ที่เข้ามาด่าเรา? “เยอะมาก ไปทำอะไรให้เอ่ย แต่ก็ไม่เป็นไรเห็นปุ๊บเราก็บล็อกตามที่จิตแพทย์บอก เราก็ยังไปหาจิตแพทย์อยู่ตามปกติ ก็เพิ่งไปหามาตามที่หลายๆคนบอกให้ไปหาหมอ ด้วยความที่เป็นคนโซเชียลเอนไซตี้เป็นโรควิตกกังวล คิดมากคิดเล็กคิดน้อย เราก็ได้ไปหาหมออาการก็ดีขึ้น”

แสดงว่าข้อความพวกนี้มันส่งผลต่อจิตใจเรา? “มันคือการสะสมมาระยะยาวแล้วบวกกับเราเจอเรื่องมิจฉาชีพเมื่อปีที่แล้ว มันกลายเป็นว่าเราไม่ได้ไปรักษาเลยคุณหมอก็บอกว่าอยู่ได้ไง เพราะสมองเราคิดหลายอย่างมาก หนูเป็นคนคิดเยอะพอเจอเรื่องแบบนี้มันยิ่งคิดไม่มีทางมีความสุขได้แน่นอน หลายๆ อย่างหลายๆ เหตุการณ์ชีวิตประจำวันมันก็ส่งผลเหมือนกัน อย่างการที่เรามาทำงานแล้วเรารู้สึกไม่แฮปปี้ เพราะเราคิดเยอะแต่พอทานยาไปเราก็รู้สึกว่ามันดีขึ้นมากค่ะ อาการแพนิคก็ดีขึ้นส่วนโรคซึมเศร้าไม่เป็นแล้วค่ะ”

การรักษาเป็นยังไงบ้าง เพราะโรคซึมเศร้ามันหายไป? “ดีใจ แล้วก็อยากบอกทุกคนที่เป็นเหมือนกันว่าไม่ต้องอาย ไม่ต้องกลัวที่จะไปหาหมอจิตแพทย์เลยเพราะต่อให้คนจะบอกว่าเราไม่ควรทานยาควรรักษาด้วยตัวเอง แต่ในเรื่องสารเคมีในสมองหนูว่าเป็นสิ่งที่เราควรไปปรึกษาหมอ ถ้ามันทำให้ชีวิตเราดีขึ้น”

เรื่องของความคืบหน้าที่โดนมิจฉาชีพเป็นยังไงบ้าง? “ยื่นอุทธรณ์มาเมื่อประมาณสองเดือนที่แล้วมันก็เลยต้องผลัดไปอีกสี่เดือน แล้วก็ช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ศาลจะเรียกเข้าไปนัดคุยเจรจาเดี๋ยวต้องรอดูในสิ้นเดือนนี้ค่ะ สู้อยู่ค่ะ จ่ายไปเยอะไม่ไหวแล้ว ก็ต้องเอาให้ได้ค่ะเป็นไงเป็นกัน”

คิดว่าปลายเดือนนี้จะจบสวยไหม? “ต้องสวยค่ะ เพราะว่าฝากความหวังไว้ที่ทนายไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถามว่าหวังไหมมันเกิน 50 ไปแล้วคิดว่าคงไม่ได้หรอกมั้ง แต่ถ้ามันได้มันก็ดีนะ อย่างน้อยครึ่งนึงที่อายัดไว้ได้มันก็ดีเหมือนกัน แต่ตามกฎหมายแล้วหนูก็ต้องรอให้เขาทำตามกระบวนการไปตามนั้นค่ะ”

ได้เจอกับคู่กรณีเรื่องนี้ไหม? “ไม่เคยเจอค่ะ เพราะเขาขอยื่นอุทธรณ์ซึ่งตอนนั้นเราติดงานอยู่ที่ยุโรป กลายเป็นว่าทนายเป็นคนไปเจอและเจรจา ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นคุณป้าอีกแล้ว เป็นคุณป้าขายผัก แล้วเขาไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไร เขาได้เงินแค่นิดเดียว เขาทำด้วยความไม่รู้ซึ่งเคสนี้กำลังคุยกับทนายว่าวันที่เราไปคุยไปเจอเราจะทำยังไงได้บ้าง เดี๋ยวเป็นยังไงจะมาอัพเดทแน่นอน”

อยากฝากอะไรถึงเราเกรียนคีย์บอร์ด? “มันจะแรงไปไหม ไม่อยากให้มันแรงเลยอ่ะ แต่ว่าถ้าจะว่าอะไรก็เดินมาว่าต่อหน้าก็ได้ดีกว่าค่ะ ไม่ต้องพิมพ์หรอก หนูมองว่าคนเราเจอเรื่องที่เครียดเยอะแล้ว บางทีในโซเชียลไม่ต้องไปอะไรกับมันมากถ้า ไม่ชอบก็แค่ปล่อย ถ้าเครียดไม่รู้จะทำอะไรอยากจะลงที่ฉันเหลือเกิน เธอมาดูเรื่องนี้เพราะฉันเล่นให้เธอได้สะใจเลยล่ะ เธอมาดูฉันในซีรีส์ก็ได้แล้วถ้าเกิดว่าเธอไม่ชอบเธอมาหาฉันได้เลยฉันอยู่ MGI ที่นี่ เธอก็มาบอกฉันว่าเธอไม่ชอบฉัน โอเคฉันขอโทษนะ แล้วให้ทำยังไงล่ะในเมื่อฉันเป็นแบบนี้เนี่ย เอาอย่างนี้ดีกว่าลองเปิดใจดูหน่อย หนูแค่เป็นคนหน้าแรง หน้าดุเฉยๆ แต่จริงๆ แล้วหนูเป็นคนน่ารัก”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน