“เชน IDOL FACTORY” เปิดใจครั้งแรก หลัง “ฟรีน–เบ็คกี้” โบกมือลาค่าย ยันไม่มีดราม่า – จบสวย พร้อมร่วมงานต่อในรูปแบบโปรเจกต์

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่สะเทือนวงการซีรีส์วายเกิร์ลเลิฟ เมื่อสองนักแสดงคู่จิ้นระดับท็อป “ฟรีน สโรชา” และ “เบ็คกี้ รีเบคก้า” ประกาศ ตั้งบริษัทของตัวเองพร้อมกันในวันเดียว หลังหมดสัญญากับค่ายต้นสังกัดเดิม “IDOL FACTORY” ที่ปั้นพวกเธอจนกลายเป็นคู่จิ้นแห่งยุค

ล่าสุด “เชน คเชนทร์ สดโพธิ์” ประธานกรรมการ IDOL FACTORY ได้เปิดใจแบบหมดเปลือกถึงเบื้องหลังการแยกทางครั้งนี้ ยืนยันว่า “ไม่มีปัญหา ไม่ได้มีดราม่า” พร้อมเผยว่ายังมีโปรเจกต์ร่วมกันต่อไปในอนาคต ภายใต้รูปแบบ Project-based Collaboration ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้อย่างเข้าใจตั้งแต่ก่อนหมดสัญญา

“ก่อนหน้านี้ช่วงที่ใกล้จะหมดสัญญาก็มีการพูดคุยกันว่าจะมีการทำงานต่อไปยังไงดี​ ก็มีการคุยเรื่องการทำงานแบบลงตัวที่สุด​ น้องก็อยากจะมีสิทธิรับงานเอง​ เลือกคัดงานเอง​ในทางที่น้องอยากที่จะทำ​ ทางเราก็เน้นผลิตซีรีส์เป็นหลัก​ เราอยากทุ่มเทให้กับการผลิตซีรีส์ เลยได้ความกันว่าน้องจะไปตั้งบริษัทที่ดูแลตัวเอง​ และเรามีงานอะไรก็ติดต่อน้องผ่านบริษัทครับ​ คือมีการพูดคุยกันแล้วว่าเราจะดูแลกันยังไง​ หรือจะรับงานกันยังไง”

มีการเรียกร้องให้เซ็นสัญญาต่อมั้ย? “ไม่ได้เรียกร้องเรื่องเซ็นสัญญา​ เพราะพอใกล้หมดสัญญาก็มีการพูดคุยกัน”

คนกังวลเรื่องฟรีนเบ็คกับค่ายว่ามีปัญหากันมั้ย? “ไม่ได้มีครับ​ เมื่อเช้ายังคุยกับน้องอยู่เลยว่ามีงานอีเว้นท์ติดต่อเข้ามา​ รวมไปถึงงานโปรเจ็คข้างหน้าในอนาคต​ น้องก็บอกว่าพี่เชนดูให้หนูหน่อย​ เราก็บอกว่าเดี๋ยวดูให้”

ถือว่าจบกันด้วยดีมั้ย​ เพราะเราโพสต์เรื่องหมดสัญญา​ 1 ชม.​ น้องก็ลงเปิดบริษัทใหม่ทันที? “เรียกว่าเป็นการวางแผนล่วงหน้าไว้อยู่แล้วครับ​ ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้ว​ เพียงแค่เราประกาศเรื่องหมดสัญญา​ ฟรีนก็ประกาศตั้งบริษัทฟรีน​ และต่อมาก็เป็นบริษัทของเบ็คกี้​ เป็นการพูดคุยกันไว้อยู่แล้วครับ”

คุยกันนานหรือยัง? “สักพักนึงแล้วครับ”

พอสองคนออกไปมีผลกับบริษัทยังไงบ้าง? “ต้องเรียกว่าเราก็ยังทำงานร่วมกับน้องปกติ​ เพียงแค่ว่าน้องมีบริษัทของตัวเอง​ ซึ่งการทำงานของบริษัทเราก่อนหน้านี้เราจะดูแลศิลปินด้วยการที่มีผู้จัดการแต่ละกรุ๊ป​ เวลามีงานอะไรก็จะติดต่อผ่านผู้จัดการน้อง​ แต่ตอนนี้ก็จะคุยผ่านบริษัทที่น้องดูแลครับ”

ที่น้องออกมาเป็นเพราะเราไม่สามารถให้งานอื่นๆ​น้องได้หรือเปล่า? “ไม่เกี่ยวกับการที่เราไม่สามารถให้ได้ครับ​ แต่น้องต้องการเลือกรับงานเอง​มากกว่า”

การทำงานจะยากขึ้นมั้ย​ เพราะจะต้องติดต่อผ่านบริษัทแล้วตอนนี้? “คิดว่าเรามีมาตรฐานเดียวกันดีกว่า​ ในการรับงานบางอย่างที่เราคิดว่าไม่เหมาะกับน้อง​ เราก็จะแค่ยังไม่ตอบรับ​ และรีเช็กกับน้องว่าพี่คิดแบบนี้นะ​ หนูคิดเหมือนกันมั้ย​ ถ้าคิดเหมือนกันเราก็ปฎิเสธในการรับงาน​ แต่ถ้ามันใช่และเราคิดว่าสิ่งนี้น้องน่าจะรับได้​ ก็แค่เช็กคิวกับทางน้อง​ ซึ่งปกติแล้วการที่น้องยังอยู่ในค่าย ก็มีการเช็กคิวกับน้องเป็นประจำอยู่แล้ว”

น้องเหมือนเป็นเสาหลักของค่าย? “มันก็ไม่ใช่เรื่องช็อก​ เพราะเรายังทำงานด้วยกันอยู๋​ ถ้าจบแล้วแยกย้ายกันไม่ได้ทำงานร่วมกันแล้ว​ อันนี้น่ากังวลและน่าตกใจ”

โปรเจ็คที่น้องคู่กันยังอีกมั้ย? “ตอนนี้ก็ถ่ายทำ​ 4 Elements อยู่นะครับ​ ซึ่งดินน้ำลมไฟก็เปิดกองพร้อมกัน​ ก็จะมีการสลับสับเปลี่ยนคิวกันตามคิวนักแสดงต่างๆ​ ช่วงนี้ฟรีนเบ็คไปฝรั่งเศส​ ก็ขอคิวอิงฟ้าชาล็อตมาถ่ายเรื่องน้ำก่อน​ เดี๋ยวถ้าเรื่องใดเรื่องหนึ่งปิดกล้อง​หรือคิวน้อยลง​ ก็จะถ่ายเรื่องไฟเป็นเรื่องสุดท้าย”

โปรเจ็คที่เหลือยังดำเนินการได้ปกติ? “ใช่ครับ​ แค่เดี๋ยวรอจบโปรเจ็กนี้​ เพราะว่าโปรเจ็คนี้น้องค่อนข้างที่จะเหนื่อยมาก อย่างพี่ฟรีนก็ต้องระเบิดภูเขาเผากระท่อม​ ยิงปืน​ ออกทะเล​ ก็เลยอยากให้น้องโฟกัสแค่ตรงนี้ก่อน​ แล้วพอจบโปรเจ็กนี้ก็จะมีการพูดคุยกันถึงโปรเจ็กต่อๆ​ ไปว่าเราจะยังไงกัน”

เห็นว่าปลายปีจะมีซีรีส์คู่ที่เป็นของเขาเองด้วย​ จะต้องเบรกไว้ก่อนหรือจะหาคนมาแทน? “มันเป็นการหยุดไว้ก่อน​ คือมันไม่เกี่ยวกับการยุติสัญญา​ แต่มันคือตั้งแต่แรกว่าถ้ากำหนดการเดิมต้องเปิดกล้องไปต้ังนานแล้ว เพียงแต่เราอยากโฟกัสกับ​ 4 Elements ก่อนครับ”

 

ยืนยันว่ากับค่ายไม่ได้มีปัญหากัน? “ไม่ได้มีปัญหาครับ”

ใจหายมั้ยเราก็เป็นคนปั้นมา? “ไม่ใช่คำว่าใจหาย​ ใช้คำว่าดีใจกับน้องดีกว่าครับ​ ที่น้องได้เติบโตไปอีกขั้นนึงแล้ว​ น้องจะได้ออกไปเติบโต​ ไปหาประสบการณ์​ ได้ใช้ชีวิตในอีกแง่มุมนึงครับ​”

ต่อไปการรับงานคู่ของฟรีนเบ็คจะยากขึ้นมั้ย? “ไม่ได้ยากขนาดนั้น​ เพราะปกติแล้วการทำงานร่วมกับฟรีนเบ็คเป็นอะไรที่เราเข้าใจน้องว่าสิ่งไหนที่โอเค​ สิ่งไหนที่น้องชอบ​ ไม่ชอบครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน