เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พร้อมภาคีด้านสิทธิมนุษยชน และเด็กเยาวชนกว่า 30 องค์กร ออกแถลงการณ์ประณามกรณีเจ้าหน้าที่ทหารวิสามัญ “ชัยภูมิ” เยาวชนชนเผ่านักกิจรรมทางสังคมเสียชีวิต ชี้เป็นการกระทำกับเด็กเยาวชนที่รุนแรงและโหดร้ายป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรม พร้อมเรียกร้องนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เร่งสงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วนเพื่อให้ความเป็นธรรม ยืนยันผู้เสียชีวิตเป็นเด็กดีและทุ่มเทเสียสละทำงานเพื่อส่วนรวม
เมื่อเวลา. 09.00. น วันที่ 21 มี.ค.60 ที่ศูนย์ประสานงานเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ตัวแทนองค์กรภาคีและเครือข่ายที่ทำงานด้านการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมชนเผ่าพื้นเมือง รวมทั้งทำงานด้านเด็กเยาวชนและสตรีกว่า 30 องค์กร ร่วมกันออกแถลงการณ์กรณีทหารวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมทางสังคมและประธานเครือข่ายเยาวชนต้นกล้าชนเผ่าพื้นเมือง เมื่อวันที่ 17 มี.ค.60 ที่บริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการระบุว่าตรวจค้นพบยาเสพติดในรถยนต์ที่นายชัยภูม นั่งมากับเพื่อนที่เป็นคนขับ ซึ่งนายชัยภูมิ มีพฤติกรรมหลบหนี รวมทั้งต่อสู้ขัดขืนโดยมีอาวุธ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำการวิสามัญฆาตกรรม ก่อนที่จับกุมเพื่อนไว้
ทั้งนี้แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความอาลัยและสะเทือนใจให้กับเพื่อนักกิจกรรมทางสังคม เครือข่ายเด็กและเยาวชน ภาคีหน่วยงานรัฐและองค์กรที่ทำงานปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย(คชท.)เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากนายชัยภูมิ ซึ่งมีเชื้อสายลาหู่ เป็นเด็กเรียบร้อย ไม่ชอบความรุนแรง มีความเสียสละทุ่มเททำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม,เรียนดี,ต่อสู้เรียกร้องสิทธิและสถานะให้กับผู้ด้อยโอกาสในสังคม ซึ่งเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทหารวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ซึ่งยังเป็นเยาวชนนั้น ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ที่กระทำเกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีกฎหมายคุ้มครองเด็กหลายฉบับ
โดยแถลงการณ์ดังกล่าวได้แสดงท่าทีและข้อเรียกร้อง ได้แก่ 1.ประณามการกระทำที่เจ้าหน้าที่ทหารได้วิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ว่าเป็นการกระทำที่โหดร้ายป่าเถื่อนและไร้มนุษยธรรม,2.ขอเรียกร้องต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนี้อย่างเร่งด่วน และ 3.ขอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนมีมาตรการและกลไกในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้ และให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตและญาติผู้ตาย รวมทั้งเพื่อนผู้ตายที่ถูกจับกุมคุมขังในเวลานี้ด้วย