เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 9 พ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นางพัชรินทร์ จันทร์ศิริ อายุ 45 ปี พร้อมด้วย นางดาวรุ่ง สายทองคำ อายุ 39 ปี พนักงานเร่งรัดหนี้สินของบริษัท กรุงไทย ออโต้ลีส จำกัด เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรม ภายหลังจากที่ด.ต.เอกฉัตร สมศิริ ผบ.หมู่งานสืบสวน สน.บางเขน ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนสน.คันนายาว แล้วนำอาวุธที่มีใบอนุญาตพกพา ให้การว่า หลังออกเวร น.ส.นพวรรณ จีระ อายุ 34 ปี ภรรยาได้บอกว่ามีคนมาล้อมและปล้นจะเอารถจึงนำปืนออกมาป้องกันตัวดังคลิปที่มีการเผยแพร่ไป จึงอยากขอความเป็นธรรม โดย พ.ต.อ.วรวิทย์ ญาณจินดา รรท.ผกก.ฝอ.8 บก.อก.บช.น. ได้ดำเนินการรับเรื่องร้องเรียนไว้ก่อนส่งเรื่องส่งให้ทางต้นสังกัดบก.น.2 ที่ผู้บังคับบัญชาทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อไป

 

โดยนางพัชรินทร์ กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบพบรถยนต์ที่ค้างค่างวดอยู่จึงตามไปทวง โดยแนะนำตัวว่าเป็นพนักงาน แต่ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวดับเครื่องรถนั่งอยู่ภายในรถ และมีการนำปืนออกมา ซึ่งทางคู่กรณีิอ้างว่าไม่ได้คุยกับเรา แต่ยืนยันว่า มีการแจ้งแล้วว่ามาจากบริษัทอะไร คู่กรณียังตอบกลับว่า ดอกแพง และมีการต่อว่าทางเรา ซึ่งเมื่อบอกน้องในทีมให้แจ้ง 191 หญิงคู่กรณีเจ้าของรถ ก็คว้ากระเป๋าวิ่งเข้าบ้าน ส่วนแฟนคือผู้ก่อเหตุ ปิดบ้านแล้วถือปืนออกมา พร้อมกับพูดว่า ใครจะมาปล้นรถกู

 

นางพัชรินทร์ กล่าวอีกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ตนรับหน้าที่ติดตามหนี้สินเพิ่งได้พบกับคู่กรณีเป็นครั้งแรกก็เกิดเรื่องขึ้นแล้ว โดยที่ก่อนหน้านี้พนักงานเร่งรัดหนี้สินคนอื่นก็มาทวง 3 ครั้ง ก็พบกับพฤติกรรมดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งไม่คิดว่าคู่กรณีจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เมื่อนำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งความ ก็กลับพบว่ามีการแจ้งเพียงข้อหาข่มขู่ ทั้งที่ น่าจะมีการแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ รวมแจ้งข้อหาพยายามฆ่าได้เลย เพราะใช้อาวุธปืนที่มีการใช้นิ้วเหนี่ยวไกปืนไว้ แต่กลายกลับเป็นว่า ตนทำทุกอย่างถูกต้องแต่อาจจะโดนแจ้งความดำเนินคดีกลับ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน