จากรณีที่ศาลสั่งประหาร “ไอ้ตั้ม” พร้อมคู่หูฆ่าชิงไอโฟน “มะปิน” บัณฑิต มศว ชี้ก่อเหตุหลายครั้งยากแก้ไข-สารภาพเพราะจำนนหลักฐาน นั้น (อ่าน ศาลสั่งประหาร “ไอ้ตั้ม” พร้อมคู่หู ฆ่าชิงไอโฟน “มะปิน” บัณฑิต มศว. ไม่มีเหตุให้ลดโทษ) น.ส.ศรุตา เหลืองแจ่ม พี่สาวของนายวศิน ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนพอใจมากที่ศาลพิพากษาประหารชีวิตจำเลยทั้งสองคน และไม่มีการลดโทษ ส่วนจำเลยจะมีการยื่นอุทธรณ์หรือไม่นั้นยังไม่ทราบ รายละเอียดขอคุยกับทนายความและทางบ้านก่อน เราเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ทำดีได้ผลดี ทำไม่ดีก็ได้ผลไม่ดี ใครทำอะไรก็ได้ผลอย่างนั้น ขณะนี้ทางเราก็คิดถึงคนที่เรารัก ทำใจว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดา ถึงแม้จะโหดร้าย และที่พ่อแม่ไม่เดินทางมาในวันนี้ เพราะท่านไม่พร้อมเผชิญหน้าจำเลย
ด้าน น.อ.ประชา อยู่สำราญ ทนายความครอบครัวนายวศิน กล่าวว่า พอใจในวันนี้ที่ศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิต ส่วนขั้นตอนต่อไปหากจำเลยประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ ตนก็พร้อมที่จะแย้งอุทธรณ์ของจำเลย ซึ่งคิดว่าคดีนี้ถ้าหากฝ่ายจำเลยจะยื่นอุทธรณ์ก็คงจะเป็นประเด็นในเรื่องของการขอลดโทษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายกิตติกร จำเลยที่ 1 นั้นก่อนก่อเหตุคดีนี้ เคยมีประวัติโชกโชนโดยเคยต้องโทษเข้าเรือนจำมาแล้ว 8 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 13 ปี ซึ่งได้ก่อเหตุลักษณะคดีบุกรุก, ทำร้ายร่างกาย, ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยก่อนเกิดเหตุคดีนี้ นายกิตติกรได้ออกมาจากเรือนจำเมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2559
ขณะที่ ระหว่างก่อเหตุชิงทรัพย์ไอโฟน เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2560 นายกิตติกร และนายสุพัฒชัย ยังได้ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์โดยขี่รถจักรยานยนต์ตะเวนไปยังบริเวณใกล้เคียงซอยสุคนธ์สวัสดิ์ ต่อเนื่องตั้งแต่กลางดึก 4-5 มกราคม 2560 ในพื้นที่ สน.โคกคราม และ สน.โชคชัย โดยพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญา 2 คดี และมีคำพิพากษาแล้ว ประกอบด้วยคดี หมายเลขดำ อ.262/2560 และหมายเลขแดง อ.230/2560 ที่อัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันพยายามวิ่งราวทรัพย์กระเป๋า ซึ่งมีมือถือเอไอเอส ยี่ห้อ ลาวา มูลค่า 3,500 บาท และเงินสด 150 บาทกับทรัพย์สินอื่นอีก 2 รายการของผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้หญิงในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 336 และ 336 ทวิ โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 จำเลยทั้ง 2 ให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำพิพากษา วันที่ 31 มกราคม 2560 ให้จำคุกคนละ 3 ปีตามมาตรา 336 วรรคแรก คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้จำคุกคนละ 1 ปี 6เดือน และให้นำโทษจำคุก 8 เดือนของ จำเลยทั้ง 2 ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี รอการลงโทษไว้นำมารวมกับคดีนี้ จึงรวมโทษจำคุกจำเลยทั้ง 2 เป็นคนละ 1 ปี 14 เดือน
และคดีหมายเลขดำ อ.685/2560 และหมายเลขแดง อ.971/2560 ที่อัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกัน ชิงทรัพย์ โดยใช้อาวุธ มีดปลายแหลมยาว 33 ซ.ม. ลักเอาโทรศัพท์ไอโฟน 5 เอส มูลค่า 9,600 บาทของผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้หญิง ไปในเวลากลางคืนโดยจำเลยใช้กำลังกระชากแขนผู้เสียหายจนล้มกับพื้นแล้วใช้อาวุธมีด จี้เอาทรัพย์ไปโดยจำเลยได้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการหลบหนี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339,340 ตรี,371 โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 6 มีนาคม2560 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 15 ปีฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา 339 วรรค2 และให้ปรับคนละ 1,000 บาทฐานร่วมกันนำอาวุธมีดเข้าไปในเมืองฯ จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษเหลือจำคุกคนละ 7 ปี เดือนและปรับคนละ 500 บาท และให้รวมโทษจำคุกคดีนี้กับคดีที่ศาลอาญาตัดสินแล้ว หมายเลขแดง อ.230/2560
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากผลคดีทั้งสองที่ศาลตัดสินไปแล้วนั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์คดี