จากกรณีศาลนัดอ่านคำพิพากษาลับหลัง คดีที่ อสส.เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีไม่ระงับยับยั้งโครงการจำนำข้าวของรัฐแบบจีทูจี ที่มีการทุจริต จนรัฐเสียหายหลายแสนล้านบาท
เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 27 ก.ย. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าฟังการอ่านคำพิพากษาในคดีจำนำข้าวครั้งที่ 2
ด้านนายนรวิชญ์ กล่าวว่า วันนี้ตนมาทำหน้าที่ทนายเท่านั้นคือการเข้ารวมฟังการอ่านคำพิพากษา ทั้งนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่มีการติดต่อตนมาตั้งแต่การนัดอ่านคำพิพากษาครั้งแรกจนถึงตอนนี้ ซึ่งตนไม่ทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ที่ใด กระบวนการต่อไปหลังจากนี้ที่จะทำคือต้องรอผลคำตัดสินของศาล ซึ่งในขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ อย่างไรก็ตามที่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าทราบแล้วว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ที่ใดนั้น ก็เป็นส่วนของทางรัฐไม่เกี่ยวกับตน
ต่อมาเมื่อเวลา 9.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ได้เดินทางมาตรวจสอบบริเวณศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อเข้ามาตรวจสอบพื้นที่เพื่อป้องกันความวุ่นวายต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น
ด้านพล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า กำลังส่วนใหญ่เป็นของ บช.น. จำนวนหลายกองร้อง จากการตรวจสอบในช่วงเช้าทุกอย่างมีความเรียบร้อยดี ทั้งนี้ ได้มีหารือกับศาลตามความเหมาะสม อยู่โดยตลอดและ ที่ไม่ปิดถนนตรงนี้เนื่องจากหากปิดถนนก็จะทำให้คนที่สัญจรไปมาลำบาก สำหรับทางการข่าวตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และไม่หวั่นว่าจะมีเรื่องของมือที่สามมาสร้างสถานการณ์ ทั้งนี้มีการเตรียมการตลอดเพื่อดูแลความปลอดภัย
อย่างไรก็ตามหากคำพิพากษาไม่เป็นที่พอใจจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นหรือไม่นั้น ต้องดูสถานการณ์ก่อนแต่เชื่อว่าคนไทยเป็นคนมีเหตุผล น่าจะพูดจากันได้อย่างเข้าใจ ทุกคนสามารถมีความคิดเห็นต่างได้แต่อย่าเอาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้งต้องเอาประโยชน์ของส่วนร่วมเป็นหลัก ในพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สำคัญเป็นเขตอำนาจศาลก็ต้องช่วยกันให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ
