เมื่อวันที่ 25 ต.ค. นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ยอมรับว่าน้ำใน 12 ทุ่งแก้มลิงมีจำนวนไม่น้อย แต่กรมชลประทานกำลังบริหารจัดการ เชื่อว่าสามารถควบคุมให้อยู่ในระบบได้ จากแผนที่ทางอากาศของ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า ที่มีน้ำปริมาณมาก แต่กรมชลประทานยืนยันว่า น้อยกว่าปี 2554 จากเครื่องมือบริหารจัดการน้ำในฝั่งตะวันตกแม่น้ำเจ้าพระยา มีจำนวนจำกัด แต่ปริมาณน้ำมีจำนวนมากกว่า ฝั่งตะวันออกแม่น้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานจึงเตรียมระบายน้ำให้ไหลลงไปยังฝั่งตะวันออกแม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้น เพราะมีเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำมากกว่า ส่วนฝั่งตะวันตกก็ใช้เครื่องสูบน้ำให้ไหลออกท่าจีนให้ได้มากที่สุด

ภาพถ่ายดาวเทียมพื้นที่น้ำท่วม

นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำที่ค้างอยู่บริเวณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสุพรรณบุรี มีปริมาณ 1,300 ล้านลบ.ม. ซึ่งมากกว่าความจุเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่มีความจุ 756 ล้านลบ.ม.ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดเล็กซึ่งขณะนี้มีปริมาณน้ำเกินความจุเขื่อนแล้วนั้น กรมชลประทานได้บริหารน้ำเหนือ โดยเอาเข้าไปเก็บในแก้มลิงที่มีอยู่ประมาณ 12 แก้ม ตอนนี้แก้มลิงเต็มแล้วมีปริมาณ มากกว่า 95% ของความจุของแก้มลิงทั้งหมดที่จะรับได้ สำหรับ สัดส่วนน้ำที่อยู่ในแก้มลิง ทางฝั่งตะวันตกมีประมาณ 800 ล้านลบ.ม. และฝั่งตะวันออกแม่น้ำเจ้าพระยามีประมาณ 500 ล้านลบ.ม.

ส่วนภาพน้ำที่ค้างในแก้มลิงจำนวนมาก ที่ประชาชนในแถบฝั่งตะวันตกแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ จิสด้า ได้สำรวจในแผนที่ทางอากาศ พบว่า มีน้ำจำนวนมากที่จ่อที่จะไหลลงมายังจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม หรือจังหวัดริมฝั่งตะวันตกแม่น้ำเจ้าพระยา นั้นเบื้องต้นกรมชลประทานดำเนินการบริหารจัดการอยู่แล้ว น้ำปริมาณดังกล่าวแม้อยู่ในทุ่งจำนวนมาก แต่อยู่ในแผนของกรมชล ที่มีการตัดสินใจระบายน้ำเข้าแก้มลิงฝั่งตะวันตกมากกว่า ฝั่งตะวันออก ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ แต่กรมชลประทานเห็นว่า ฝั่งตะวันตกแม่น้ำเจ้าพระยา มีศักยภาพ มีปริมาณแก้มลิงจำนวน 7 แห่ง สามารถรับน้ำได้มากกว่าฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา

นายสัญญา กล่าวว่า ภาพรวมทั้ง 12 ทุ่งแก้มลิงตอนล่างมีปริมาณน้ำ 1,300 ล้านลบ.ม.มากกว่าเขื่อนป่าสักนิดหน่อย แต่น้ำกระจายกันอยู่ กรมชลประทาน เน้นระบายไปยังฝั่งตะวันตก ทุ่งผักไห่ ป่าโมก 800 ล้านลบ.ม. ฝั่งตะวันออกประมาณ 500 ล้านลบ.ม. หากมองและประชาชนสงสัย และมีคำถามมายังกรมชลประทานว่าทำไมระบายน้ำเข้าทุ่งฝั่งตะวันตกมากกว่าฝั่งตะวันออกที่เป็นเขตอุตสหกรรม มีการก่อสร้าง จำนวนมาก มันจะท่วมบ้านเรือนชาวบ้านเพราะมีเครื่องมือระบายน้ำน้อยกว่าฝั่งตะวันออก มันจะเป็นเลือกปฏิบัติหรือไม่นั้นขอตอบว่ากรมชลประทานไม่เลือกปฏิบัติ แต่เพราะฝั่งตะวันตกมีทุ่งนา ที่จะเป็นแก้มลิงจำนวนมาก แต่ในฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาแก้มลิงน้อยกว่าเก็บน้ำได้น้อยกว่า

“กระบวนการเอาน้ำออกจากฝั่งตะวันตกแม่น้ำเจ้าพระยา จากวันนี้อาจใช้เวลาสักประมาณ 30-45 วันสถานการณ์น้ำภาคกลางจะเข้าสู่ภาวะปกติ ในเรื่องนั้นเครื่องมือมันบริหารจัดการน้ำมีน้อย กรมชลประทานไม่ปฏิเสธ แต่น้ำที่เข้ามาพักในแก้มลิง เป็นเรื่องปกติ เป็นตามกระบวนการที่นำน้ำเข้าตามกระบวนการที่กำหนดให้เข้า น้ำยังอยู่ในคันปิดล้อม บนถนน หนทางสามารถออกได้ตามระบบที่มีอยู่ แต่ จังหวัดนนทบุรี อ.ไทรน้อย อ.ไทรใหญ่ และริมเจ้าพระยาในช่วงวันที่ 27 ต.ค.น้ำจะยกตัวสูงขึ้น เป็นน้ำทะเลหนุนสูงสุด 10 ซม. แต่เวลาน้ำลดไม่สามารถลดลงไปสุด จึงอาจมีน้ำท่วมได้ ยอมรับผลกระทบมีแน่นอน เนื่องจากน้ำทะเลหนุน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน