เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับประชาชนที่จะเดินทางเข้ามาเคารพพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 29 ต.ค.นี้ ว่า ในส่วนประชาชนที่มาจากภูมิภาค ถ้าเราไม่มีการบริหารจัดการ ก็จะเกิดสภาพที่คนจะมาพร้อมกันจำนวนมาก จนกระทั่งไม่สามารถเข้าไปสักการะได้ ซึ่งเมื่อไม่สามารถเข้าสักการะได้จะต้องค้างคืนหรือเดินทางกลับ เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะหากมาแล้วไม่ได้เข้าสักการะจะส่งผลทางจิตใจของประชาชน รวมถึงเกิดปัญหาทางธุรการที่ต้องจัดที่พักให้ค้างคืน กระทรวงมหาดไทยจึงกำชับให้ทุกจังหวัดจัดกลุ่มประชาชนที่สมัครใจเข้าถวายสักการะ ซึ่งต้องประสานกับสำนักพระราชวัง โดยจะมีจำนวนในแต่ละวัน 750 คนต่อภาค ตกวันละประมาณ 3,000 คน มีการหารือถึงความเหมาะสมซึ่งในส่วนนี้มีความละเอียดอ่อน โดยคนที่มาต้องมีความพร้อมพอสมควรทั้งด้านร่างกายและเครื่องแต่งกาย
รมว.มหาดไทย กล่าวว่า อย่างไรก็ตามที่ตนบอกว่าละเอียดอ่อนจะไปตัดคนออกเพราะเขาอายุมากเกินไปนั้นทำไม่ได้ เราต้องให้คำแนะนำเขาว่าจะสามารถเดินทางไหวหรือไม่ และจะต้องมีการเตรียมตัว ซึ่งตนเคยเรียนแล้วว่าต้องมีซักซ้อมกันก่อน ทั้งการแต่งกายและการปฏิบัติตัวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามที่ศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ทำเนียบรัฐบาลกำหนด ทั้งนี้ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นแนวความคิดที่ประสานกับสำนักพระราชวังว่าจำนวนของคนที่จะมาจากต่างจังหวัดน่าจะเป็นประมาณเท่าใด ในอัตราส่วนที่สามารถรับคนได้ต่อวัน อย่างไรก็ตามคงมีการปรับให้เหมาะสมตามสถานการณ์ แต่รัฐบาลก็พร้อมอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด อาทิ การจัดที่พักรถตามจังหวัดต่างๆให้กับประชาชนที่จะเดินทางเข้ามา

“การอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะมีจุดพักเตรียมตัวเพื่อตรวจความเรียบร้อยของการแต่งกาย รวมทั้งการชี้แจงการปฏิบัติเพิ่ม ก่อนที่จะเข้าไปถึงพระบรมมหาราชวัง ซึ่งจะเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและรับประกันได้ว่าคนที่เข้ามาจะสามารถถวายสักการะได้ และการดำเนินการต่างๆ จะร่วมกับกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมการปกครอง และภาคส่วนในจังหวัดต่างๆ โดยประชาชนที่มาในแต่ละเที่ยวแล้วจะมีนายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ร่วมด้วย จึงสามารถช่วยดูแลความเรียบร้อยได้ ส่วนในต่างจังหวัดที่มีการจัดงานนั้น จะมีการบูรณาการจากทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลความสงบเรียบร้อย ตามอำนาจหน้าที่เพื่อจะไม่ทำให้เกิดปัญหาขึ้น” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว