บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ (7-9 ธ.ค. 2563) สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น และเข้าทดสอบแนว 30.00 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงกลางสัปดาห์ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวของตลาดในประเทศ โดยการแข็งค่าของเงินบาทสอดคล้องกับสัญญาณอ่อนแอของเงินดอลลาร์ และแรงขายเงินดอลลาร์ ของกลุ่มผู้ส่งออก ประกอบกับมีจังหวะการสลับเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยวันอังคาร และซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยในวันพุธของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน ในวันพุธ (9 ธ.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 30.05 เทียบกับระดับ 30.15 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (4 ธ.ค.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-18 ธ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 29.80-30.20 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สัญญาณการดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาทของธปท. ผลการประชุมนโยบายการเงินของ Fed (15-16 ธ.ค.) กระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ตลอดจนปัจจัยทางการเมืองและสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลสำรวจกิจกรรมภาคการผลิตของเฟดนิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนธ.ค. ข้อมูลยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม และตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเดือนพ.ย. นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามผลการประชุม BOJ และ BOE การเจรจาข้อตกลง BREXIT ข้อมูลเศรษฐกิจเดือนพ.ย. ของจีน รวมถึงดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนธ.ค. ของสหรัฐ ยูโรโซนและอังกฤษเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 9 เดือนเหนือแนว 1,500 จุด ก่อนจะกลับมาปิดสัปดาห์ที่ 1,482.67 จุด เพิ่มขึ้น 2.27% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 123,429.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.46% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 1.02% มาปิดที่ 327.81 จุด หุ้นไทยปรับตัวขึ้นตลอดสัปดาห์โดยมีแรงหนุนจากรายงานข่าวเชิงบวกเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งกระตุ้นความคาดหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ประกอบกับมีแรงหนุนเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคารและเทคโนโลยี
นอกจากนี้ หุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากแรงซื้อสุทธิของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ดี กรอบการปรับตัวขึ้นของหุ้นไทยเริ่มจำกัดในช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางสัญญาณระมัดระวังก่อนวันหยุดยาว และนักลงทุนยังรอประเมินปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศอย่างใกล้ชิด
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-18 ธ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,470 และ 1,455 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,500 และ 1,530 จุดตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ ประเด็นการเมืองของไทย การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (15-16 ธ.ค.) สัญญาณตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-จีน ตลอดจนประเด็น Brexit
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านและยอดค้าปลีกเดือนพ.ย. รวมถึงดัชนี PMI Composite เดือนธ.ค. (เบื้องต้น) ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI Composite เดือนธ.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่นและยูโรโซน ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจเดือนพ.ย. ของจีน