น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปี 2564 ธนาคารวางเป้าหมายการเติบโตของเงินให้สินเชื่อที่ 4-6% สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการเติบโตสินเชื่อลูกค้าบุคคลที่ 11-13% จากการนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ในการปล่อยสินเชื่อ ขณะที่สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ตั้งเป้าเติบโต 2-4% และสินเชื่อบรรษัทธุรกิจ ตั้งเป้าเติบโต 1-3% ส่วนผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (NIM) ตั้งเป้าที่ 3.1-3.3% สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย
ทางด้านการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ตั้งเป้าเติบโตเล็กน้อยหรือตัวเลขหลักเดียวต่ำๆ จากธุรกิจบัตรเครดิต ค่าธรรมเนียมรับจากการให้สินเชื่อ และธุรกิจจัดการกองทุน โดยที่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ต่อรายได้ จากการดำเนินงานสุทธิ ตั้งเป้าที่ 40% ด้วยแรงกดดันด้านรายได้ที่ชะลอตัว แต่ธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการจัดการต้นทุนและการปรับปรุงผลิตภาพ รวมถึงการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
ส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ ตั้งเป้าที่ 4.0-4.5% โดยโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อคุณภาพเงินให้สินเชื่อ ซึ่งธนาคารจะมีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองของธนาคาร (Credit Cost) ตั้งเป้าไม่เกิน 1.6% (Up to 160 bps) ภายใต้สมมติฐานเกี่ยวกับโควิด-19 รวมทั้งการที่ธนาคารยังคงใช้หลักความระมัดระวังและนโยบายทางการเงินที่รอบคอบในการพิจารณาสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน ธนาคารกสิกรไทย ยังได้ทบทวนแผนยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ ใน 3 ด้าน คือ พัฒนายุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตทางธุรกิจและตอบโจทย์ลูกค้า โดยให้บริการชำระเงินทางดิจิทัล และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมกับลูกค้าต่อไป พร้อมยกระดับการปล่อยสินเชื่อทั้งด้านธุรกิจและบุคคล เพื่อสร้างรายได้ด้วยการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเจาะกลุ่มลูกค้าสินเชื่อรายย่อย การนำข้อมูลธุรกรรมทางธุรกิจที่ได้จากคู่ค้ามาวิเคราะห์เพื่อหาลูกค้าใหม่ รวมถึงการบริหารต้นทุนด้านความเสี่ยงและการปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงขยายการให้บริการลงทุนและประกันไปยังกลุ่มลูกค้ารายย่อยและกลุ่มลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงการลงทุนและประกัน ด้วยผลิตภัณฑ์ของธนาคาร บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน รวมถึงการให้บริการจากพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร ด้วยแพลตฟอร์มการลงทุนที่ช่วยให้ลูกค้าสะดวกและมีข้อมูลในการตัดสินใจได้ ตลอดจนรุกตลาดภูมิภาคอาเซียน ที่กำลังเติบโตทั้งทางด้านประชากรและเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ ผ่านการสื่อสารและบริหารประสบการณ์ที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดได้รับจากการทำธุรกิจกับธนาคาร และกลยุทธ์สุดท้าย ยกระดับความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ 8 โครงการ คือการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการสร้างระบบนิเวศน์ทางธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาช่องทางการขายและให้บริการของธนาคาร เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเสนอสินเชื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย การบริหารความเสี่ยงด้านต่างๆ และแนวทางการป้องกันเชิงรุก การพัฒนาบริการรับชำระเงินระหว่างประเทศ การพัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และประสิทธิภาพการดำเนินงานการสร้างความปลอดภัยด้านไซเบอร์
การพัฒนาศักยภาพของพนักงาน การพัฒนาเทคโนโลยีให้ธนาคารเป็นผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำในระดับภูมิภาค