นายโทมัส วิลสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า ปี 2564 ธุรกิจประกันชีวิตยังมีความท้าทายในการดำเนินธุรกิจอยู่มาก ทั้งการเผชิญกับจาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัจจัยจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำอยู่ ตลอดจนความผันผวนในตลาดทุน ทำให้บริษัทต้องวางแผนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจใหม่ เพื่อที่จะสร้างการเติบโตในระยะยาว ซึ่งจะผลักดันและขับเคลื่อน 4 เสาหลักสำคัญ
ได้แก่ การสร้างการเติบโตในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย ประกอบด้วย ช่องทางธนาคาร ขายตรงและ ตัวแทนที่ปัจจุบันมีอยู่ 13,000 คน และที่มีการขายอย่างสม่ำเสมอประมาณ 2,500 คน ซึ่งจะเพิ่มให้ตัวแทนที่มีการขายสม่ำเสมอมากขึ้น และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จะมุ่งเน้นทั้งการรักษาตำแหน่งผู้นำในการขายประกันคุ้มครองสุขภาพ อีกทั้งการสร้างผลกำไรจากการดำเนินงาน โดยเน้นสร้างผลกำไรในระยะยาว ผ่านการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการทำงาน ทั้งของฝ่ายขาย และระบบหลังบ้าน และสุดท้ายการสร้างองค์กรมาตรฐานระดับโลก
“ในปีนี้เป็นปีที่เรายังคงต้องเผชิญความยากลำบาก ในการดำเนินธุรกิจ และในการดำเนินชีวิต ยอมรับว่าจากสถานการณ์โควิด-19 ในขณะนี้มีความกังวล คาดหวังจะเห็นวัคซีนที่เข้ามามากขึ้น ที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ระลอกแรกจนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ดูแลผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความคุ้มครองลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ของเราที่ครอบคลุมการรักษาโควิด โดยในเดือนเม.ย.นี้ มีลูกค้ากว่า 200 ราย ที่มาเคลมประกันโควิด-19 ขณะเดียวกันได้ปรับบริการสู่รูปแบบออนไลน์ ทำให้บริการลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง”
อย่างไรก็ดีแม้ จะต้องเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้นแต่ผลประกอบการในปี 2563 เบี้ยประกันปีแรกของบริษัทยังเติบโต แม้จะไม่เป็นตามเป้าหมาย และมีการเติบโตของกำไรสุทธิ เป็นผลจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการพอร์ทลงทุนที่มีความเสี่ยงไม่สูงจนเกินไป ธุรกิจประกันสุขภาพที่ดำเนินไปด้วยดี ส่วนในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโตของเบี้ยจากช่องทางตัวแทนที่ 20-25% และยังเน้นเบี้ยสุขภาพ ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัทเป็นที่ 1 ในสินค้าสุขภาพแล้ว