สรุปภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย วันที่ 21 พ.ค. 2564 SET Index วันนี้ปรับตัวลงเล็กน้อย โดยได้รับปัจจัยลบจากต่างประเทศเป็นหลัก จากผลของราคาน้ำมันดิบที่ลดลง และการระบาดของ COVID-19 ที่ยังเพิ่มขึ้นในบางประเทศ ในขณะที่การระบาดของ COVID-19 ในไทยยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล และล่าสุดมีข่าวตรวจพบ COVD-19 สายพันธุ์อินเดียจำนวน 15 ราย ในแคมป์คนงานก่อสร้างหลักสี่ ในขณะที่ความหวังในประเทศอยู่ที่การฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิผล จะส่งผลให้การควบคุมการระบาดของ COVID-19 ได้ดีขึ้นในช่วง 2H/64
โดยวันนี้ดัชนีเปิดตลาดบริเวณ 1,560 จุด โดยการซื้อขายระหว่างวันตลาดแกว่งตัวผันผวนลง จนมาปิดตลาดที่ 1,552.44 จุด ลดลง 2.10 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 80,932 ล้านบาท นำโดยการปรับตัวลงของหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคาร (BAY, KBANK), กลุ่มพลังงาน (PTT, BGRIM), กลุ่มปิโตรเคมี (PTTGC), กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (AWC) และกลุ่มพาณิชย์ (CRC, MAKRO) โดยแนวโน้มตลาดเป็นการแกว่งตัวออกด้านข้าง (Sideway) แต่ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้น หลังดัชนีสามารถยืน 1,500 จุดได้
ส่วนปัจจัยต่างประเทศ นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าการทยอยฉีดวัคซีนในหลายประเทศ ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะสหรัฐ และยุโรป ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเริ่มอ่อนตัวลง หลังจากมีข่าวอิหร่านอาจจะกลับมาส่งออกน้ำมันดิบอีกครั้ง ส่งผลลบระยะสั้นต่อ PTT, PTTEP และ PTTGC ล่าสุดราคาน้ำมันดิบดูไบลดลงมาอยู่ที่ 65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนค่าการกลั่นยังเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2-3 USD/bbl แต่ราคาน้ำมันดิบลดลง คาดจะมีขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน ยังกดดันผลการดำเนินงานของกลุ่มโรงกลั่น เช่น TOP, SPRC, ESSO และ BCP
บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน)