สรุปภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันที่ 5 ก.ค. 2564 SET Index ปิดที่ 1,579.28 จุด เปลี่ยนแปลง +0.79 จุด หรือ +0.05% มูลค่าการซื้อขาย 58,232.61 ล้านบาท โดยในวันนี้ SET Index ทรงตัวแกว่งสลับบวกลบ โดยปริมาณการซื้อขายเบาบางลงอย่างต่อเนื่อง คาดเป็นการชะลอการลงทุนเพื่อรอดูท่าทีของการระบาด รวมถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด กดดันบรรยากาศการค้า การลงทุน และการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน
อย่างไรก็ตาม เรามุมมองเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มรับเหมา-ก่อสร้าง หลังมีรายงาน ศบค. เตรียมผ่อนคลายโครงการก่อสร้างและการเคลื่อนย้ายแรงงานในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล คาดจะเริ่มให้สามารถกลับมาดำเนินงานการก่อสร้างโครงการใต้ดินและด้านการจราจร มองเป็นสัญญาณเชิงบวกในการเริ่มผ่อนคลายมาตรการอื่นๆ ตามมาในระยะถัดไป
สำหรับปัจจัยในต่างประเทศยังคงไร้ปัจจัยสนับสนุนเช่นกัน โดยเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย. ออกมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.5 แสนตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาด บ่งชี้การฟื้นตัวต่อเนื่องของตลาดแรงงานสหรัฐ สะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (Us Bond Yield) เริ่มปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 1.45% อีกครั้ง หนุนความคาดหวังความน่าดึงดูดของอัตราผลตอบแทนของตลาดหุ้นในมุมมองเชิงเปรียบเทียบ
ทางด้านราคาสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI. ส่งมอบเดือน ส.ค. ยังคงทรงตัวในระดับสูง โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.07 เหรียญ (-0.09%) ปิดที่ 75.16 ดอลลาร์/บาร์เรล คาดตลาดน้ำมันจะรอดูการประชุม OPEC+ ที่มีการเลื่อนมาพิจารณาอีกครั้งในวันนี้ หลังซาอุดีอาระเบียและรัสเซียได้เสนอให้ OPEC+ ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งปีหลัง โดยจะปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 4 แสนบาร์เรล/วัน ตั้งแต่เดือนส.ค. ไปจนถึงสิ้นปี จนครบ 2 ล้านบาร์เรล/วัน เรามองหากผลการประชุมมีมติตามเงื่อนไขดังกล่าว คาดจะหนุนทิศทางราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นได้ต่อ เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นประคองตลาดหุ้นไทยได้ต่อ
สำหรับ 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุดประจำวันนี้ ประกอบด้วย KBANK 116.50 บาท (-2.00 บาท), GUNKUL 4.84 บาท (+0.04 บาท), GPSC 76.75 บาท (+2.25 บาท), PTT 39.00 บาท (+0.25 บาท) และ SCB 95.75 บาท (-1.00 บาท) ตามลำดับ
บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน)