นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมเยลลี่ น้ำผลไม้ผสมคาราจีแนนและผงบุก ผลิตภัณฑ์จากปลาและปลาหมึกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากผลไม้และสมุนไพร พายใต้แบรนด์ เจเล่ เบนโตะ และโลตัส เป็นต้น เปิดเผยภายหลังบริษัทเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นวันแรก ว่า จากภาวะการระบาดหนักของไวรัสโควิด-19 บริษัทได้ปรับกลยุทธ์กระจายสินค้าไว้แล้ว เพื่อรองรับประชาชนที่ตื่นตระหนก เดินทางไม่ได้ โดยเฉพาะ 13 จังหวัดสีแดงเข้ม และหลายจังหวัดที่ยังไม่อยู่ในโซนสีแดงเข้ม ซึ่งบริษัทยังมีคลังสินค้าอีก 11 แห่ง สามารถกระจายสินค้าลงร้านค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ มีการทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น เพื่อกระตุ้นผู้บริโภคในช่วงที่ทำงานจากบ้าน (เวิร์ก ฟรอม โฮม) ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 2 ปีนี้ ยังมั่นใจว่ารายได้และกำไรจะสูงกว่าปีที่แล้ว
ส่วนเงินที่ได้จากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ราว 2,208 ล้านบาท บริษัทจะนำไปใช้ใน 3 ส่วน ประกอบด้วย 1. การลงทุนก่อสร้างโรงงานประเทศเวียดนาม เพื่อผลิตขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม เยลลี่สำเร็จรูปและจัดจำ หน่ายในประเทศเวียดนาม 2. ใช้ในการชำระเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน เพื่อลดภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อปี เพิ่มความสามารถในการทำกำไร และ 3. จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวของอาเซียน พร้อมตั้งเป้ารายได้ 8,000 ล้านบาท ภายในปี 2569
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทได้สร้างรากฐานการผลิตและระบบจัดจำหน่ายสินค้าครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงขยายการจัดจำหน่ายสินค้าครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน ผ่านบริษัทย่อย ทั้งใน กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันโรงงานในกัมพูชาได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานเวียดนาม คาดว่าเฟส 1 จะแล้วเสร็จในปี 2565 และทั้งหมดจะแล้วเสร็จในสิ้นปี 2566 ส่งผลให้บริษัทมีฐานการผลิตครอบคลุมทั้งในประเทศไทย กัมพูชา และเวียดนาม
รวมถึงมีแผนลงทุนพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการวิจัยผลิตภัณฑ์อาหารจากกัญชง กัญชา และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่นๆ รวมถึงโครงการวิจัยเรื่องการคัดเลือกพันธุ์กัญชงสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
ทั้งนี้ SNNP ได้เสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่หุ้นละ 9.20 บาท จำนวนไม่เกิน 240 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยราคาเปิดซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯวันแรก เปิดที่ 11.90 บาท สูงกว่าราคาไอพีโอ 31.52%