ดีแทคเดินต่อบริการใจดี LINE BK และ KBTG ให้ยืมเงินสดสูงสุด 8 แสนบาท ดอกเบี้ย 9.99% ต่อปี เป็นเวลา 2 เดือน

ดีแทคใจดีให้ยืมเงิน – นายฮาว ริเร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทค ร่วมกับบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัล LINE BK และบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ออกบริการใหม่ ใจดี มีวงเงินให้ยืม เป็นบริการสินเชื่อแบบดิจิทัลที่สามารถสมัครและรับการอนุมัติผ่าน LINE และผ่าน dtac แอพพลิเคชั่น เพื่อให้ลูกค้าดีแทคที่ใช้โทรศัพท์มือถืออยู่แล้วได้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันดีแทคมีฐานลูกค้าอยู่ 19 ล้านราย

สำหรับบริการ ใจดี มีวงเงินให้ยืม เป็นการต่อยอดบริการใจดีที่ดีแทค ออกมาเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการกว่า 140 ล้านครั้งหรือประมาณ 5 ครั้งต่อ 1 วินาที โดยที่ผ่านมาดีแทค มีบริการใจดีให้ยืม 11 บริการ เช่น ใจดีให้ยืมเน็ต ใจดีต่อโปรให้นะ ใจดีช่วยค่ายา เป็นต้น เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับผลจากการแพร่ระบาดโควิด-19 และล่าสุด บริการใจดี มีวงเงินให้ยืม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบเรื่องเงินมากขึ้น ได้ยืมเงินสดแบบง่าย อนุมัติไว โดยในช่วงแรกจะเปิดให้ลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้ทดลองใช้ ก่อนที่จะพัฒนาบริการสู่ตลาดอย่างเต็มรูปแบบ

“ข้อมูลเชิงลึกจากการสำรวจปัญหาทางด้านการเงินของลูกค้าดีแทค ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2563-2564 พบว่า ลูกค้าของเราต้องเผชิญภาวะความตึงเครียดด้านการเงิน การจัดการค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน พอมีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องใช้เงิน ก็หันไปพึ่งสินเชื่อจากแหล่งต่างๆ ซึ่งมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่ถูกต้อง โดยเฉพาะลูกค้าแบบเติมเงิน ที่มีรายได้เป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ ซึ่งมีความไม่แน่นอนทางการเงินสูง ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่มีใบแจ้งเงินเดือน ไม่มีเอกสารรายได้แบบทางการ บางคนไม่มีความรู้ความเข้าใจในบริการทางการเงิน”

นายธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด กล่าวว่า ขั้นตอนการปล่อยสินเชื่อ ในบริการใจดี มีวงเงินให้ยืม เพียงลูกค้ามีรายได้ขั้นต่ำ 5,000 บาท ก็สามารถยื่นขอสินเชื่อได้แล้ว ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าได้เข้าถึงสินเชื่อในระบบ โดยวงเงินสินเชื่ออยู่ที่ 1.5 เท่าของเงินเดือน และให้วงเงินสินเชื่อสูงสุดอยู่ที่ 800,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นดอกเบี้ยพิเศษ 9.99% ต่อปีในเวลา 2 เดือน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. 2564-30 ก.ย. 2564


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน