กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2564 ยังคงเติบโต แม้ต้องเผชิญกับเศรษฐกิจที่ซบเซาและการระบาดของโควิด-19 โดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 136,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อใหม่ 36,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อคงค้าง 131,000 ล้านบาท อันเป็นผลจากการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และการวิเคราะห์ข้อมูลมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการบริหารค่าใช้จ่ายและการรักษาคุณภาพสินเชื่อ เผยยอดใช้จ่ายหมวดช็อปออนไลน์และประกันภัยเติบโตสูง ช่วงครึ่งปีหลังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตดิจิทัล พร้อมพัฒนาบริการผ่านช่องทางดิจิทัลใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ควบคู่กับการออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
น.ส.ณญาณี เผือกขำ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล อันประกอบไปด้วย บัตรเครดิตกรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทาย ทั้งภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น แต่กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ยังมีผลประกอบการที่เติบโตเป็นที่น่าพอใจ โดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 136,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อใหม่ 36,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อคงค้าง 131,000 ล้านบาท

โดยมีอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ระดับ 1.2% สำหรับบัตรเครดิต และ 2.7% สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อผ่อนชำระ ซึ่งนับว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในธุรกิจ ทั้งหมดนี้ เป็นผลจากการบริหารความเสี่ยงและการบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ โดยเน้นการปรับกลยุทธ์การตลาดให้ตอบรับกับสภาวะตลาดในปัจจุบันและวิถีชีวิตยุคใหม่ โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง เช่น มาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยนานสูงสุด 2 รอบบัญชี รวมทั้งมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ เช่น ลดยอดชำระขั้นต่ำต่อเดือน, ปรับลดอัตราดอกเบี้ยและขยายระยะเวลาผ่อนชำระเป็นกรณีพิเศษ เป็นต้น เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้
สำหรับแนวโน้มการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ พบว่า ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่มีอัตราเติบโตสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. หมวดช็อปปิ้งออนไลน์และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (+57%) 2. หมวดประกันภัย (+20%) 3. หมวดห้างสรรพสินค้า (+18%) 4. หมวดของใช้ในครัวเรือน (+15%) และ 5. หมวดโรงพยาบาล (+10%) สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปซึ่งคนในปัจจุบันมีการทำงานจากที่บ้านมากขึ้น ทำให้การใช้จ่ายออนไลน์เติบโตสูง รวมทั้งยังมีความสนใจในเรื่องสุขภาพและความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น