เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2564 แหล่งข่าวระดับสูงจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผยว่า กรณีปรากฏข่าวว่าเครือซีพีเตรียมดำเนิน โครงการซุปเปอร์ทาวเวอร์ ในไทยนั้นเป็นเพียงผลการศึกษาความเป็นไปได้หนึ่งในหลายรูปแบบ และต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ของโครงการด้วย โดยเฉพาะรูปแบบอาคารที่มีการนำเสนอข่าวเป็นเพียงการออกแบบความเป็นไปได้ของการใช้พื้นที่จากที่ปรึกษาเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งไม่ทราบว่าข่าวนี้นำกลับมาเสนอได้อย่างไร และไม่ได้มาจากซีพีแน่นอน เพราะกำลังอยู่ในช่วงศึกษารูปแบบความเป็นไปได้ซึ่งมีหลายรูปแบบ และต้องเลือกรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด
ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวจากวงการพัฒนาที่ดินเปิดเผยว่า การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ (TOD) รอบสถานีมักกะสัน 140 ไร่ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบโครงการให้เหมาะสมสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยก่อนหน้านี้นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะพัฒนาที่ดินแปลงนี้ให้เป็น Global Gateway ในรูปแบบ “มิกซ์ยูส” ที่มีขนาดใหญ่ระดับโลก เชื่อมกับ 3 สนามบิน ด้วยรถไฟความเร็วสูงที่ซีพีชนะการประมูล โดยว่าจ้างสถาปนิกชั้นนำจากประเทศไทยและระดับโลกมาช่วยกันออกแบบ จนถึงปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปว่าซีพีจะพัฒนาหรือออกแบบโครงการนี้ในรูปแบบใด เนื่องจากซีพีต้องการให้โครงการ TOD มักกะสันเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย และต้องเชื่อมโยงกับอีอีซี รวมถึงรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เพื่อให้ที่ดิน 140 ไร่แปลงนี้เป็นประตูบานแรกเปิดรับคนทั่วโลกเข้าสู่ประเทศไทย โดยใช้เส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) แม่เหล็กสำคัญเชื่อมระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี และพื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานครเข้าด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูต่อไปว่า รูปแบบโครงการย่านมักกะสันจะเป็นเช่นไร แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีซุปเปอร์ทาวเวอร์หรือไม่ แต่ที่แน่ชัดคือสถานีมักกะสันจะเป็นพื้นที่ศูนย์กลางทางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) และดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศอย่างแน่นอน เพราะสถานีมักกะสันคือประตูสู่อีอีซี