อุบลราชธานี วช.อุบลฯ อนุรักษ์ขนมหวาน “รสชาติ…ที่หายไป” รังสรรค์ วุ้นตาลน้ำกะทิ 1จังหวัด1เมนู เชิดชูอาหารถิ่น ขนมพื้นบ้านอุบลฯ เสี่ยงสูญหาย เร่งพื้นฟู การันตี กินร้อน-เย็น อร่อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ ได้เปิดการเรียนการสอนการทำวุ้นตาลน้ำกะทิ ให้กับนักศึกษาของแผนกวิชาอาหารและโภชนาการ

เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ให้สูญหาย ตามที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ดำเนินการยกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste) ประจำปี 2567
ซึ่งคณะกรรมการประจำจังหวัด เปิดให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมโหวตเมนูที่ควรได้รับการคัดเลือกในจังหวัดตนเอง ในส่วนของจังหวัดอุบลราชธานี ปีนี้ประชาชนได้โหวตให้เมนู “วุ้นตาลน้ำกะทิ” เป็นสุดยอดเมนู “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ประจำปี 2567
เนื่องจากเป็นเมนูอาหารที่นับวันหากินได้ยากจากปัจจัยหลายอย่างอาทิ แหล่งปลูกต้นตาลที่ถูกพืชอื่นเข้ามาทดแทน รวมทั้งการทำขนมชนิดนี้ ก็มีความยุ่งยากหลายขั้นตอน จึงไม่เป็นที่นิยมทำกันเหมือนในอดีต
วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จึงได้บรรจุเมนูขนมวุ้นตาลน้ำกะทิเข้าสู่กระบวนการเรียนของนักศึกษา เพื่อให้นักศึกษาร่วมกันสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำขนมชนิดนี้ไม่ให้สูญหายไปจากเมนูอาหารประจำถิ่น

สำหรับขั้นตอนการทำวุ้นตาลน้ำกะทิ เริ่มจากหาลูกตาลจากแหล่งเพาะปลูก นำลูกตาลที่สุกได้ที่เอามาแกะเปือกด้านนอกที่เป็นสีดำออกให้หมด จากนั้นก็ขยี้ใยของลูกตาล เพื่อเอาเส้นดำๆ ที่อยู่ตรงกลางลูกออกไม่ให้เหลือ เพราะเส้นใยสีดำนี้ จะทำให้เนื้อตาลมีความขม
จากนั้นก็นำน้ำมาเทใส่ใยของลูกตาลก่อนใช้มือยีไปมา เพื่อให้เนื้อตาลตกลงไปในน้ำ แล้วทำการกรองเอาเฉพาะน้ำที่เป็นเนื้อของลูกตาลไปใส่น้ำปูนใส เพื่อให้เนื้อของของลูกตาลจับตัวกันเป็นเจลวุ้นเป็นก้อนๆ โดยไม่ใส่ผงวุ้นให้เสียรสชาติ
เมื่อได้ตัววุ้นตาลแล้ว คราวนี้ ก็เอาน้ำกะทิใส่ในภาชนะตั้งไฟ ทำการเคี้ยวให้น้ำตาลทรายขาวที่หวานแหลม เข้ากับน้ำตาลโตนดที่ให้ความหอม และเกลือป่นให้เข้ากัน พร้อมทั้งเพิ่มความหอมของน้ำกะทิด้วยการใส่ใบเตยลงไปในน้ำกะทิด้วย เมื่อทำการคนจนน้ำกะทิเข้ากับส่วนผสม ก็ถึงคราวตักเสริฟ
โดยสามารถกิน วุ้นตาลน้ำกะทิ ได้ทั้งแบบอุ่นๆ หรือแบบเย็นแล้วแต่ความชอบ ก็กว่าจะได้วุ้นตาลน้ำกะทิมากิน มีขั้นตอนยุ่งยากพอสมควร จึงทำให้เมนูของหวานชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมทำกินทำขายกันแล้วในเวลานี้

นายอภิชาต โคเวียง ครูสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้กล่าวถึงการอนุรักษ์วิชาการทำวุ้นตาลน้ำกะทิให้คงอยู่ เพราะเป็นภูมิปัญญาในเรื่องของฝีมือของคนทำค่อนข้างมาก เพราะลูกตาลบางพื้นที่ก็มีความขม จึงต้องคัดเลือกลูกตาลให้ดี
ทุกวันนี้ ขนมหวานชนิดนี้ จึงเสี่ยงต่อการสูญหาย เพราะมันทำยาก ทำให้ไม่มีคนทำ และต้องทำเฉพาะถึงหน้าฤดูของลูกตาล จึงนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาปรับประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดการเรียนการสอนในวิชาของขนมไทยที่วิทยาลัยทำขึ้นตลอดมา