เรือนเวลา TAG Heuer- MIDO- Rado- Minerva เปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุด ประชันความหรู-เทคโนโลยีสุดล้ำ
ในโลกดิจิทัล เรือนเวลายังคงเป็นแอคเซสเซอรี่ที่ช่วยคอมพลีทลุกส์ แบรนด์หรูต่างพาเหรดส่งคอลเลคชั่นใหม่ นำเสนอ
TAG Heuer ต่อยอดจากมรดกที่หล่อหลอมด้วยสีสัน ความเร็ว และพลังอันมีชีวิตชีวา กับคอลเลกชัน TAG Heuer Formula 1 38mm Solargraph นำเสนอภาพลักษณ์ของ TAG Heuer Formula 1 ในมุมมองที่นุ่มนวลขึ้น แต่ยังคงเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ถ่ายทอดความตื่นเต้น ความสดใส และพลังแห่งการแสดงออกที่สะท้อนทั้งจิตวิญญาณของการแข่งขันและคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
มีด้วยกันทั้งหมด 5 สี หน้าปัดโอพาลินสีเบจ ถ่ายทอดความอบอุ่นอย่างเรียบหรู ผลิตจำกัดเพียง 3,500 เรือน, หน้าปัดโอพาลินสีชมพูพาสเทล ถ่ายทอดพลังแห่งชีวิตชีวาและความโดดเด่น ผลิตเพียง 2,500 เรือน,

หน้าปัดโอพาลินสีฟ้าพาสเทล สื่อถึงความสดใหม่และความชัดเจน มาพร้อมสายนาฬิกายางโทนสีเดียวกับหน้าปัด ทนทาน สวมใส่สบาย ตัวเรือนผลิตจากวัสดุ TH Polylight เบาเป็นพิเศษ ขับเคลื่อนด้วยกลไก Solargraph ที่ใช้ทั้งแสงธรรมชาติและแสงสังเคราะห์เป็นแหล่งพลังงาน ผลิตเพียง 3,000 เรือน ส่วนสีเขียวพาสเทลผลิต 1,500 เรือน และสีลาเวนเดอร์บลู 1,000 เรือน ตัวเรือนผลิตจากสตีลพ่นทราย มาพร้อมสายนาฬิกาสตีลแบบ 3 แถว ถ่ายทอดความสง่างามที่ยกระดับขึ้นอย่างชัดเจน
TAG HEUER ยังพลิกโฉมไอคอนทรงสี่เหลี่ยม เผยโฉมรุ่นใหม่ TAG HEUER MONACO CHRONOGRAPH จากนาฬิกาโครโนกราฟข้อมือทรงสี่เหลี่ยมเรือนแรกที่กันน้ำได้ วันนี้ปรับดีไซน์ให้โค้งมนและสวมใส่สบายยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติจาก In-house อย่างคาลิเบอร์ TH20-11
กระจกแซฟไฟร์ปรับให้มีรูปทรงใกล้เคียงสี่เหลี่ยมอย่างแท้จริงมากขึ้น ตัวเรือนขนาด 39 มิลลิเมตร ผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 ออกแบบให้ด้านข้างโค้งรับอย่างนุ่มนวล

มี 3 โทนสี สีน้ำเงินเอกลักษณ์ของ TAG Heuer Monaco ได้แรงบันดาลใจจากเรือนเวลาที่ สตีฟ แม็คควีน สวมใส่ในภาพยนตร์ Le Mans ปี 1971 สีเขียวเข้มแบบปัดลายซันเรย์เคลือบแลคเกอร์ และรุ่นสีดำที่มาในตัวเรือนแบบทูโทนผสานไทเทเนียมเกรด 5 เข้ากับโรสโกลด์ 18K 5N อย่างลงตัว พร้อมกลไก In-House อย่าง คาลิเบอร์ TH20-11 ด้วยกำลังสำรอง 80 ชั่วโมง

มิโด (MIDO) เปิดตัว โอเชี่ยน สตาร์ จีเอ็มที (Ocean Star GMT) โฉมใหม่ประจำปี 2026 สะท้อนภาพลักษณ์เรือนเวลาสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ ที่หลอมรวมความแข็งแกร่งเข้ากับฟังก์ชันที่ใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ โดยมี อีจงซอก (Lee Jong Suk) แบรนด์แอมบาสเดอร์หนุ่มมากความสามารถ ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเรือนเวลาได้อย่างลงตัว
Ocean Star GMT ตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาด 44 มม. ตกแต่งแบบขัดซาตินสลับขัดเงา ขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำหมุนได้ทิศทางเดียว พร้อมจุดเรืองแสงที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และร่องจับที่ออกแบบมาให้ใช้งานสะดวก แม้อยู่ใต้น้ำหรือขณะเปียกชื้น
หน้าปัดสีดำผิวเนื้อกำมะหยี่ โดดเด่นด้วยหลักชั่วโมงแบบติดตั้งแยกชิ้น พร้อมเข็มชั่วโมงและนาทีเจียระไนอย่างประณีต เคลือบสารเรืองแสง ซูเปอร์ลูมิโนวาสีขาวเพื่อการอ่านเวลาที่ชัดเจนในสภาวะแสงน้อย เข็มวินาทีขนาดใหญ่และเข็มจีเอ็มที (GMT) ตกแต่งสีส้ม
ตัวเรือนครอบด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน พร้อมช่องแสดงวันที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา เม็ดมะยมและฝาหลังแบบขันเกลียว ช่วยเสริมประสิทธิภาพการกันน้ำได้สูงสุด 200 เมตร ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) มอบพลังสำรองสูงสุด 80 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริง นิวาครอง ทนทานต่อสนามแม่เหล็กและแรงกระแทก เสริมความแม่นยำ ฝาหลังสลักรายละเอียดเขตเวลา 24 โซนทั่วโลก พร้อมหมายเลขประจำตัวเรือน

ช่วงไล่เลี่ยกัน มิโด (MIDO) เปิดตัวรุ่นใหม่ มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊กเดท (Multifort TV Big Date) โดดเด่นด้วยดีไซน์หน้าปัดโทนสีน้ำเงินบนรูปทรงทีวีอันเป็นเอกลักษณ์ จับคู่ตัวเรือนและสายสีโรสโกลด์ สะท้อนความหรูหราที่แฝงความแข็งแกร่ง ถ่ายทอดผ่านภาพจำครั้งใหม่ด้วยสไตล์ที่ดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติของ อีจงซอก
พบ MIDO ที่เคาน์เตอร์ MIDO เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.midowatches.com Facebook: Mido Watches และ LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-146-8406

Montblanc นำเสนอเรือนเวลาตระกูล Minerva 3 รุ่น คือ Minerva The Unveiled Secret Limited Editions 18 and 58 ปรับโฉมใหม่ทั้งขนาดหน้าปัดและโทนสี เล็กลงที่ 39 มิลลิเมตร พร้อมโทนสีแดงไวน์ มีรุ่นตัวเรือนทองคําชมพู 18K แบบ solid ผลิตเพียง 18 เรือน มาพร้อมขอบตัวเรือนแบบ fluted ประดับด้วยเพชรเจียระไนทรง brilliant-cut 84 เม็ด ขณะที่รุ่น two-tone ผลิต 58 เรือน ขอบตัวเรือนทองคําชมพู 18K แบบ fluted และตัวเรือนสเตนเลสสตีล
The Open-worked Dial หัวใจสําคัญของ Minerva The Unveiled Secret คือกลไกโครโนกราฟแบบกลับด้าน ด้วยขนาดตัวเรือนที่เล็กลง ผลลัพธ์คือ Calibre M13.26 ซึ่งเป็นกลไกโครโนกราฟแบบ monopusher ที่ถูกพลิกกลับและได้รับการจดสิทธิบัตร โดยถูกนําเสนอเป็นครั้งแรกในรุ่นนี้
ส่วน Minerva The Unveiled Crownless ควบคุมทุกฟังก์ชันได้ผ่าน “ขอบตัวเรือน” เพียงจุดเดียว ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากนาฬกา Minerva ในยุค 1950s โดยตีความใหม่ทั้งในด้านโทนสีลวดลาย guilloch และพื้นผิว opaline ในการจัดวางองค์ประกอบ
และ Minerva The Unveiled Chronograph Limited Edition 30 เผยกลไกกลับด้านอันเป็นเอกลักษณ์ของ Minerva ถูกนำเสนอในโทนสีน้ำตาลเข้มอย่างสง่างาม ควบคู่ตัวเรือนทองคำเต็มรูปแบบ เผยให้เห็นทั้งสะพานจักร คันโยก และเฟืองต่างๆ อย่างชัดเจน ควบคู่ไปกับหน้าปัดแซฟไฟร์แบบฉลุ และช่องเปิดทั้งห้าบริเวณตัวเรือนชั้นกลางที่เป็นเอกลักษณ์

ราโด (Rado) จัดงาน Celebrates 40 years of High-Tech Ceramic & Unveils Novelties 2026 โดย ธีรเนตร ภัทรวุฒิพงศ์ ผู้บริหารแบรนด์ ราโด (Rado) ประเทศไทย เฉลิมฉลอง 40 ปีแห่งความงดงามและทนทานของนวัตกรรมไฮเทคเซรามิก (High-Tech Ceramic)
พร้อมเปิดตัวเรือนเวลาดีไซน์พิเศษจากตระกูลอินทิกรัล รุ่น Integral 40-Year Anniversary Edition ควบคู่กับการเผยโฉมเรือนเวลาหรูน่าสะสมแห่งปี 2026 จากหลากหลายตระกูลไอคอนิก ไม่ว่าจะเป็น อินทิกรัล (Integral), อะนาตอม (Anatom), ทรู สแควร์ (True Square), ทรู ราวด์ (True Round), เซนทริกซ์ (Centrix), กัปตัน คุก (Captain Cook) และ ไดสตาร์ (DiaStar) ให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้ยลโฉมพร้อมกันอย่างใกล้ชิด
โดยได้ 2 นักแสดงชื่อดัง แอน ทองประสม และ บลู-พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ มาร่วมถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่นผ่านเรือนเวลาดีไซน์หรู รวมถึงเซเลบริตี้สาวแฟนคลับแบรนด์อย่าง หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา

เรือนเวลาที่โดดเด่นที่สุดของปีนี้จาก ราโด (Rado) คือ อินทิกรัล (Integral) รุ่น Integral 40-Year Anniversary Edition ซึ่งได้รับการปรับโฉมใหม่อย่างประณีต โดยยังคงเอกลักษณ์ของหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมไว้อย่างสง่างาม ผสานตัวเรือนสแตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีทองเข้ากับกระจกแซฟไฟร์โค้งแบบเต็มขอบ
สายมาพร้อมข้อตรงกลางไฮเทคเซรามิกสีดำขัดเงา หน้าปัดสีดำขัดลายเส้นแนวตั้ง เสริมด้วยหลักชั่วโมงและเข็มสีทองเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา ขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์ PreciDrive คาลิเบอร์ R279 พร้อมฟังก์ชันแสดงวันที่และกันน้ำได้ 50 เมตร
อีกหนึ่งเรือนไฮไลต์ของปีนี้มาจากตระกูล อะนาตอม (Anatom) ในรุ่น อะนาตอม ออโตเมติก สเกเลตัน (Anatom Automatic Skelton) ได้รับการตีความใหม่ เผยกลไกออโตเมติกคาลิเบอร์ R808 ที่มาพร้อมพลังงานสำรอง 80 ชั่วโมง
สัมผัสเรือนเวลาหรูจากแบรนด์ ราโด (Rado) นาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้ที่ เคาน์เตอร์ ราโด (Rado) ณ ราโด บูติก เซ็นทรัล พาร์ค ชั้น 1 โทร. 02-078-0586 ราโด บูติก เซ็นทรัล เชียงใหม่ ชั้น 1 โทร. 052-002-228 และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ Customer Service 02-146-8402 และ Line Official Account @radothailand