แพทย์แนะวิธีสร้างระบบเผาผลาญสุดเจ๋ง สุขภาพดี สวยแซ่บฟิตสตรอง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง ยิ่งมีเรื่องโควิด-19 แผลงฤทธิ์ยืดเยื้อด้วย เลยทำให้หลายคนยิ่งใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าอาหารการกิน การออกกำลังกาย รวมไปถึงการพัฒนาสุขภาพจิต เพื่อเตรียมร่างกายให้แข็งแรง พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

โดยสิ่งหนึ่งที่มาแรงตีคู่กระแสนี้คือเรื่อง “การเผาผลาญ” หนึ่งในกระบวนการสำคัญที่สุดในชีวิตประจำวันของมนุษย์

พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล แพทย์วุฒิบัตรเวชศาสตร์ชะลอวัย (สหรัฐอเมริกา) ให้ความรู้และแนะแนวทางการดูแลรักษาการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

การเผาผลาญ (Metabolism) คือกระบวนการการเปลี่ยนแปลงอาหารและน้ำที่บริโภคให้เป็นพลังงาน เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมพลังงานไปใช้ในการหล่อเลี้ยง ขับเคลื่อน และดำรงชีพในชีวิตประจำวัน ประกอบไปด้วย 2 ส่วน ได้แก่

กระบวนการสลาย (Catabolism) ทำหน้าที่ย่อยสลายสารอาหารของอาหารและน้ำให้เปลี่ยนให้อยู่ในรูปของพลังงาน

และ กระบวนการสร้าง (Anabolism) ทำหน้าที่นำพลังงานที่ได้จากการบริโภคมาสร้างหรือซ่อมแซมเซลล์ทุกส่วนในร่างกาย

โดยการเผาผลาญในแต่ละวันจะถูกแบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่ ได้แก่

1) การเผาผลาญพื้นฐาน เป็นการทำงานตามปกติของร่างกาย คิดเป็น 50% ของการเผาผลาญทั้งหมดในแต่ละวัน

2) การเผาผลาญจากการย่อยอาหาร สำหรับอาหารต่าง ๆ ที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน

3) การเผาผลาญจากการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การเล่นโยคะ รวมไปถึงการเล่นกีฬาต่าง ๆ

และ 4) การเผาผลาญจากการเคลื่อนไหวระหว่างวัน เกิดจากการขยับตัวในชีวิตประจำวัน อาทิ การยกของ การขึ้นลงบันได ล้างจาน หรือแม้แต่การเดิน จึงทำให้การเผาผลาญนั้นมีความสัมพันธ์กับน้ำหนักตัว

ซึ่งการรับประทานอาหารในปริมาณมาก แต่ร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานเท่าที่ควร โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่มักมีการเคลื่อนไหวน้อย หรือออกกำลังกายไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายใช้พลังงานน้อยลง และนำไปสู่การการเผาผลาญที่น้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น เกิดเป็นภาวะอ้วนลงพุง

อีกทั้งยังทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ อาทิ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ ฯลฯ

การหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายและการเผาผลาญจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม อย่างไรก็ตาม ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่อาจจะยังไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเผาผลาญ

อายุมากขึ้น การเผาผลาญน้อยลง

เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น มวลกล้ามเนื้อของเราจะลดลง ผนวกกับฮอร์โมนที่สำคัญต่อร่างกายที่ลดลง อย่าง โกรทฮอร์โมน ส่งผลให้การเผาผลาญของเราจะทำงานได้น้อยลง

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยภายนอกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาส่วนตัวที่มีน้อยลง หรือร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้คนอายุเยอะมีแนวโน้มการมีแอ๊กทีฟไลฟ์สไตล์ลดลง ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดภาวะอ้วนลงพุงในที่สุด

เพราะฉะนั้น ทุกคนควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเมื่อเริ่มมีอายุที่มากขึ้น เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายและดูแลการเผาผลาญให้สามารถทำงานได้เป็นปกติ

การอดอาหารอย่างเดียว ไม่ใช่คำตอบ

หลายคนอาจจะยังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารเพียงอย่างเดียว แท้จริงแล้วการอดอาหารที่มากจนเกินความจำเป็นจะส่งผลโดยตรงทำให้ร่างกายปรับตัวด้วยการลดการเผาผลาญให้น้อยลง ซึ่งเป็นไปตามกลไกของธรรมชาติมนุษย์เมื่อร่างกายเราได้รับสารอาหารที่น้อยลง เพื่อกักเก็บพลังงานไว้ใช้ ฉะนั้นการอดอาหารเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับคนที่กำลังต้องการจะลดน้ำหนักหรือดูแลการเผาผลาญของตัวเอง

ดังนั้นควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว

การออกกำลังกายคือหัวใจสำคัญ

การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ง่ายที่สุดในการดูแลการเผาผลาญของเราให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะนอกจากจะช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญแล้ว ยังไปกระตุ้นให้การเผาผลาญส่วนที่เกิดจากการออกกำลังกายนั้นทำงานอีกด้วย

โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศทั้งหญิงและชายที่มีไลฟ์สไตล์ส่วนใหญ่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ควรหาโอกาสออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน อย่างน้อย 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ และการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ อย่างน้อย 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์

และสำหรับคนที่ต้องการออกกำลังกาย เพื่อดูแลการเผาผลาญของตัวเอง การใช้ “นาฬิกาสมาร์ตวอตช์” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพของตัวเองผ่านฟีเจอร์ต่างๆ ควบคู่กับการออกกำลังกาย

ซึ่งอุปกรณ์จาก “การ์มิน” สามารถช่วยติดตามสุขภาพและการออกกำลังกายได้แบบ 24 ชั่วโมง กับ 8 เทคโนโลยีด้านสุขภาพในสมาร์ตวอตช์จากการ์มิน

ไม่ว่าจะเป็นการวัดระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (Pulse Ox Blood Sensor) การติดตามการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Function) การติดตามระดับความเครียด (Stress Tracking) การฝึกความแข็งแรง (Strength Training) การวัดอายุของสุขภาพ (Fitness Age) การติดตามการนอนหลับ (Sleep Monitoring) การติดตามการดื่มน้ำ (Hydration Tracking) และการติดตามการเผาผลาญขณะพัก (Resting Calories) ซึ่งการพักผ่อนที่เพียงพอและการดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้การเผาผลาญคงที่

การมีสุขภาพดี สามารถเริ่มได้ง่ายๆ จากการเลือกที่จะเริ่มดูแลตัวเอง เพราะสุขภาพคือสิ่งที่คุณเลือก (Health is a choice) รวมไปถึงการดูแล “การเผาผลาญ” ผ่านการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนให้เพียงพอ การดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน

และการใช้ชีวิตแบบ “แอ๊กทีฟไลฟ์สไตล์”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน