เอซุส ผู้พัฒนาเทคโนโลยีขวัญใจชาวไทยจากไต้หวัน ภายใต้แบรนด์รีพับบลิก ออฟ เกมเมอร์ส (ROG) เปิดตัว ROG Flow Z13 (2025) GZ302 นิยามใหม่ของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กแรงที่สุดในโลก พร้อม AMD Ryzen AI Max+ 395 สุดยอดหน่วยประมวลผลกลาง หรือซีพียู แห่งปี ที่แรงเหนือจินตนาการในขนาดพกพาง่าย
ไฮไลต์สำคัญของ ROG Flow Z13 คือเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่เล่นเกมได้โดยใช้เพียงหน่วยประมวลผลกราฟิก หรือจีพียู ที่มาภายในชิพ AMD Ryzen AI Max+ 395 ประสิทธิภาพแรงเทียบเท่าการ์ดจอแยกระดับไฮเอนด์ พร้อมประสิทธิภาพการประมวลผลด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)

หน่วยความจำแบบรวมศูนย์ ทั้งแรม (RAM) และหน่วยความจำกราฟิก (VRAM) ขนาด 32GB ด้วยการออกแบบหน่วยความจำแบบ Quad Channel ทำให้ ROG Flow Z13 สามารถแบ่งปันหน่วยความจำ LPDDR5X-8000 ความเร็วสูงขนาด 32 กิกะไบต์ (GB) ระหว่างซีพียูและจีพียูได้อย่างอิสระ

แชร์หน่วยความจำทั้ง CPU และ iGPU
ระบบระบายความร้อน vapor chamber ใหม่ สร้างขึ้นด้วยส่วนผสมของสเตนเลสและทองแดง ครอบคลุมเมนบอร์ดมากขึ้นร้อยละ 54 มากับพัดลมใหม่ Arc Flow Fans รุ่นที่ 2 จำนวน 2 ตัว ให้ประสิทธิภาพระบายความร้อนสูงโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดเครื่อง
โน้ตบุ๊กเล่นเกมรุ่นนี้ ขนาดกะทัดรัด 13 นิ้ว น้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัม ใช้จอแสดงผล ROG Nebula Display ความละเอียด 2.5K อัตรารีเฟรช 180 เฮิร์ตซ์ (Hz) ให้ภาพคมชัดสมจริง เติมเต็มประสบการณ์ความบันเทิงทุกรูปแบบ

ดีไซน์เฉี่ยว
พร้อมสุดยอดลำโพงที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Dolby Atmos ประกอบด้วยลำโพงด้านข้าง 2 ตัว และด้านหน้า 2 ตัว เพื่อสร้างเวทีเสียงสมจริง ให้คุณภาพเสียงระดับ Hi-Res Audio พร้อม AI ช่วยตัดเสียงรบกวนแบบสองทาง เพื่อให้การโทรศัพท์ การแช็ตด้วยเสียงออนไลน์ (VOIP) และการสตรีมของผู้ใช้ดำเนินไปอย่างราบรื่น
เกมมิ่งโน้ตบุ๊ก ROG Flow Z13 (2025) GZ302 ถือเป็นรุ่นที่ 2 นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปีค.ศ.2022 โดย ROG Flow Z13 กลายเป็นมาตรฐานใหม่ในฐานะเกมมิ่งโน้ตบุ๊กแบบ 2-in-1 ทรงพลังทั้งด้านการเล่นเกมและความกะทัดรัด

ขุมพลังหนึ่งเดียวจบ AMD Ryzen AI Max 395
รุ่นล่าสุดที่เปิดตัว มีขุมพลังเป็น AMD Ryzen AI Max+ 395 (Codename : Strix Halo) ถือเป็นซีพียูที่น่าทึ่ง เพราะประกอบด้วยทั้งซีพียูแบบ 16 คอร์ และจีพียูแบบ 40 หน่วย ภายใต้สถาปัตยกรรมกราฟิก RDNA 3.5 ในชิพเดียว จึงให้ประสิทธิภาพแรงเทียบเท่ากับการ์ดจอแยกระดับไฮเอนด์
ที่สำคัญยังมาพร้อมหน่วยประมวลผลข่ายประสาท หรือเอ็นพียู ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลด้าน AI สูงถึง 50 ล้านล้านครั้งต่อวินาที (Tera Operations per Second-TOPS) ได้รับการรับรองให้เป็น Copilot+ PC ตามมาตรฐานของค่ายไมโครซอฟท์ เพิ่มความอเนกประสงค์ยิ่งขึ้นด้วยคุณสมบัติและเครื่องมือ AI ในตัว

ฟอร์มแฟ็กเตอร์ครบ
ในส่วนจีพียูของ ROG Flow Z13 ยังมอบประสิทธิภาพที่น่าทึ่งโดยใช้ระดับพลังงานต่ำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในอุปกรณ์ขนาดเล็ก ส่งผลให้ได้ระยะเวลาใช้งานและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นด้วยอุณหภูมิที่ต่ำลง ทั้งหมดนี้ในขนาดพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก
ผลทดสอบด้วยโปรแกรม Benchmark Test ต่างๆ เช่น PC Mark 10 (วัดประสิทธิภาพโดยรวมของระบบในด้านการทำงานทั่วไป) Time Spy & Fire Strike (วัดด้านประสิทธิภาพการเล่นเกม) และอื่นๆ พบว่า ROG Flow Z13 (2025) ให้คะแนน Benchmark สูงเทียบเท่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กตัวท็อปขนาดใหญ่
อีกทั้งซีพียู AMD Ryzen AI MAX+ 395 รุ่นใหม่ล่าสุด และจีพียูออนบอร์ดในตัวเครื่องที่ไม่มีการ์ดจอแยก ยังให้ประสิทธิภาพสูงในการเล่นเกม และทำงานด้านกราฟิก จึงเหมาะมากสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเครื่องที่เล่นเกมได้เร็ว แรง ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม ในน้ำหนักที่เบา พกพาง่าย อีกทั้งความร้อนจากการเล่นเกมก็ลดน้อยลงไปอีก

รองรับทุกการใช้งาน
ประสิทธิภาพการเล่นเกมของ ROG Flow Z13 (2025) เทียบเท่ากับการมีจีพียูแบบแยกอย่าง Nvidia GeForce RTX 4060 ที่มี VRAM 8 GB ทว่า มีข้อดีกว่าด้วยฟีเจอร์แบ่งปันแรมไปเป็นวีแรมได้ ขึ้นอยู่กับว่าเกมนั้นๆ ต้องใช้เท่าใด
หน่วยความจำ (RAM) ที่ว่านี้ เป็นแบบรวมศูนย์ ขนาด 32GB แบบ Quad Channel ช่วยให้ทั้งอุปกรณ์สามารถแชร์หน่วยความจำ LPDDR5X-8000 ได้อย่างอิสระ สามารถจัดแบ่งแรมให้การ์ดจอได้สูงสุดถึง 24GB ไม่ว่าจะเล่นเกม ตัดต่อไฟล์วิดีโอ หรือเข้าเว็บไซต์ต่างๆ โครงสร้างหน่วยความจำแบบรวมศูนย์สามารถจัดสรรข้อมูลได้อย่างลงตัว
แน่นอนว่า เกมมิ่งโน้ตบุ๊กนอกจากสเป๊กแรงแล้ว ยังต้องมากับระบบระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยม ระบบระบายความร้อนของ ROG Flow Z13 ได้รับการออกแบบ vapor chamber ใหม่ เริ่มจากการเลือกใช้สารระบายความร้อนแบบโลหะเหลว ที่มีประสิทธิภาพในการดึงเอาความร้อนออกจากชิพได้ดีที่สุดในปัจจุบัน จากค่าย Thermal Grizzly ผู้ผลิตสารนำความร้อนชั้นนำระดับโลกจากประเทศเยอรมนี

ด้านหลัง
ครอบทับด้วย vapor chamber ใหม่ สร้างขึ้นด้วยส่วนผสมของสเตนเลสและทองแดง และครอบคลุมเมนบอร์ดได้มากขึ้นร้อยละ 54 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้ vapor chamber มีขนาดเล็กลง แต่ยังคงความแข็งแกร่ง และดันความร้อนออกจากตัวเครื่องได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยพัดลมใหม่ Arc Flow Fans รุ่นที่ 2 จำนวน 2 ตัว ส่งอากาศร้อนออกผ่านครีบของ Heatsink ที่บางเพียง 0.1 มิลลิเมตร มีประสิทธิภาพสูงโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดเครื่อง (ช่วยรักษาอุณหภูมิชิพให้ไม่เกิน 81 องศาเซลเซียส)
อีกทั้งจะเบี่ยงเอาอากาศบางส่วนไปยังช่องทางที่ออกแบบมาเป็นพิเศษตรงด้านหลังหน้าจอ เพื่อให้ตัวเครื่องมีอุณหภูมิต่ำลงระหว่างใช้งาน และผู้ใช้ไม่ต้องสัมผัสกับลมร้อนโดยตรง พร้อมแผ่นกรองฝุ่นช่วยป้องกันเส้นผมและสิ่งสกปรกต่างๆ ไม่ให้เข้าสะสมภายในตัวเครื่อง

ใช้เป็นแท็บเล็ต
ROG Flow Z13 มาพร้อมกับสุดยอดหน้าจอสำหรับการเล่นเกมขนาด 13 นิ้ว เป็นจอแสดงผล ROG Nebula Display ที่ดีที่สุดของ ROG ครอบคลุมช่วงสี DCI-P3 100% และความสว่างสูงสุด 500 nits ให้ภาพที่สมจริง
พร้อมกระจก Corning Gorilla Glass 5 กระจกที่มีความทนทานเป็นพิเศษ ช่วยรักษาสภาพเดิมจากโรงงานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย พร้อมการเคลือบผิว DXC ช่วยลดแสงสะท้อนบนหน้าจอ

ROG Nebula Display
ด้าน I/O Ports และ Battery ทางเอซุสจัดมาให้แบบเต็มพิกัดแม้เครื่องจะมีขนาดกะทัดรัด ได้แก่ dual USB-C ซึ่งรองรับ USB4 และ DisplayPort 2.1 สำหรับการส่งสัญญาณภาพ และ Power Delivery พร้อมพอร์ตต่างๆ ทั้งพอร์ต USB-A 3.2 Gen 2, micro-SD card reader แบบ UHS II, พอร์ตหูฟัง 3.5 mm เป็นต้น
แบตเตอรี่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอยู่ที่ 70 วัตต์ต่อชั่วโมง (Wh) ใช้งานได้นานขึ้น (ราว 10 ชั่วโมง) โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ยังมีแป้นพิมพ์แบบถอดได้ ปุ่มกดขนาดใหญ่บนเลย์เอาต์เต็ม 15 นิ้ว และ N-key rollover เพื่อหลีกเลี่ยงการป้อนข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ มีการเคลือบสารป้องกันลายนิ้วมือช่วยให้ปุ่มกดดูดีอยู่เสมอ เพิ่มขนาดทัชแพดขึ้นร้อยละ 28%

กล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (MP) กล้องหลังความละเอียด 5 MP สามารถใช้เป็นเว็บแคมและปลดล็อกเครื่องรองรับ Windows Hello พร้อมกับ Command Center ใหม่ ปุ่มเดียวที่เข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ทั้งปรับความสว่าง ล็อกหน้าจอ เปลี่ยนโหมดพัดลม เปิดใช้งาน Armoury Crate ถ่ายภาพหน้าจอ พร้อมขาตั้งแบบปรับได้ 170 องศา
ROG Flow Z13 (2025) GZ302 สุดยอดเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่แรงที่สุดในโลก วางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย สนนราคา 79,990 บาท (แรม 32GB พื้นที่เก็บข้อมูล 1 เทร่าไบต์) พร้อมประกันทั่วโลกและซ่อมถึงบ้านนาน 3 ปี
ทีมข่าวสดไอที
ภาพ – เอซุส