จากเหตุการณ์อุทกภัยรุนแรงในหลายจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทย ผลสำรวจล่าสุดจากยูนิเซฟ-นิด้าชี้ให้เห็นว่าหากมีการเตรียมความพร้อมที่ดีขึ้น ความเสียหายและการหยุดชะงักของการเรียนจะป้องกันหรือบรรเทาได้
ผลสำรวจซึ่งจัดทำก่อนเกิดสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงครั้งนี้พบว่าโรงเรียนในจังหวัดสงขลา ยะลา และนราธิวาส มักเผชิญพายุฝนตกหนักและน้ำท่วมซ้ำๆ ตลอดสามปีที่ผ่านมา แต่โรงเรียนจำนวนมากยังขาดความพร้อมในการรับมือน้ำท่วมและภัยจากสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง

ข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการ ณ วันนี้ระบุว่าอุทกภัยครั้งล่าสุดในภาคใต้ส่งผลกระทบต่อนักเรียนเกือบ 148,000 คน ครู 8,290 คน และโรงเรียน 1,090 แห่ง ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะที่จังหวัดสงขลา
การสำรวจ “ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความช่วยเหลือที่โรงเรียนต้องการ” จัดทำโดยยูนิเซฟและนิด้าระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2568 เก็บข้อมูลจากโรงเรียนของรัฐ 329 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงโรงเรียนเฉพาะความพิการ 14 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ใน 14 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงในช่วงสามปีที่ผ่านมา ในภาคใต้ตอนล่างเก็บข้อมูลจากโรงเรียน 49 แห่งในสงขลา, 24 แห่งในยะลา และ 37 แห่งในนราธิวาส

โรงเรียนในทั้งสามจังหวัดสะท้อนสถานการณ์ในทิศทางเดียวกันคือการเผชิญพายุฝนตกหนัก น้ำท่วม และการเรียนที่ต้องหยุดชะงักบ่อยครั้ง นักเรียนได้รับผลกระทบในการเข้าถึงบริการสาธารณูปโภคและสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพ รวมถึงผลกระทบด้านสุขภาพและชีวิตของนักเรียน
โรงเรียน 3 ใน 4 แห่งในทั้งสามจังหวัดเห็นตรงกันว่าการอบรมด้านการรับมือกับสภาพภูมิอากาศรุนแรงสำหรับครูและนักเรียน ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมในโรงเรียนเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน นอกจากนี้ โรงเรียนจำนวนมากรายงานว่าแทบไม่ได้รับความช่วยเหลือหลังเกิดเหตุภัยพิบัติครั้งก่อนๆ

“ผลสำรวจนี้สะท้อนว่าแม้แต่ละจังหวัดจะมีบริบทที่แตกต่างกัน แต่ความเปราะบางที่เด็กต้องเผชิญมีลักษณะคล้ายกันมาก และการหยุดชะงักของการเรียนในหลายกรณีเป็นสิ่งที่ป้องกันได้” นางเซเวอรีน เลโอนาร์ดี รองผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟประเทศไทย กล่าว “เด็กทุกคนจำเป็นต้องได้รับการปกป้องที่เข้มแข็งขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการสูญเสียการเรียนรู้ทั้งในเรื่องการเข้าถึงน้ำสะอาด อาหาร สุขอนามัย ห้องเรียนที่ปลอดภัย หรือการอบรมครู”
ในสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงครั้งนี้ ยูนิเซฟทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นจัดส่งชุดสุขอนามัยและสิ่งของจำเป็น เช่น ผ้าอ้อม ผ้าห่ม และยากันยุง ให้เด็กและครอบครัวเกือบ 18,000 คนในสงขลา ปัตตานี นราธิวาส และยะลา พร้อมจัดส่งของใช้สำหรับทารกและ “ถุงมหัศจรรย์” ที่บรรจุของเล่น หนังสือระบายสี และสื่อการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้เด็กยังคงได้เล่นและเรียนรู้ต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

นอกจากนี้ ยูนิเซฟพร้อมสนับสนุนรัฐบาลและหน่วยงานการศึกษาช่วยให้เด็กกลับเข้าเรียนโดยเร็วที่สุด จัดพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็ก รวมถึงการช่วยเหลือแบบเงินสดแก่ครอบครัวที่เปราะบางที่สุด
ในระยะยาว ยูนิเซฟกำลังทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และพันธมิตรอื่นๆ เพื่อผลักดัน “การศึกษาเพื่อรับมือสภาพภูมิอากาศ” เพื่อให้โรงเรียนทั่วประเทศปลอดภัย ยืดหยุ่น และครอบคลุมมากยิ่งขึ้นท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว