จากจุดเริ่มต้นของโครงการ “ไทยเบฟรวมใจต้านภัยหนาว” ของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ได้ผสานความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน

ผ้าห่มผืนเขียวรักษ์โลก
ร่วมสานต่อปณิธานแห่งการ “ให้” ของคุณเจริญ และคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ที่ได้กล่าวไว้ว่า “คนไทย ให้กันได้” อันเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อน และผลกระทบอย่างรุนแรงจากภัยพิบัติหนาวในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงในอีกหลายๆ พื้นที่ของประเทศไทย

มากกว่าความอบอุ่น
นับเป็นเวลา 26 ปี ของคาราวานผ้าห่มผืนเขียว โดยมีนายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในนามตัวแทนท่านประธาน เจริญ สิริวัฒนภักดี และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมส่งมอบความอบอุ่น และโอกาส เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่หนาวเย็นกว่า 15 จังหวัดทั่วภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กว่าจะเป็นผ้าห่มรักษ์โลก
ขณะเดียวกัน ไทยเบฟ ยังได้ดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยนับตั้งแต่ปี 2563 เริ่มผลิต “ผ้าห่มผืนเขียวรักษ์โลก” จากขวดพลาสติกที่ทำจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล หรือ rPET ภายใต้ “โครงการ เก็บกลับ-รีไซเคิล” หลังการบริโภค โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด (TBR) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ

ส่งมอบความอบอุ่นและโอกาส
ด้วยนวัตกรรม Eco Friendly Blanket ทำให้ยังคงคุณภาพความนุ่ม และความอบอุ่นของผ้าห่มเหมือนเช่นเคย ซึ่งโครงการไทยเบฟ๊รวมใจต้านภัยหนาว ได้ส่งมอบผ้าห่มผืนเขียวรักษ์โลกปีละ 200,000 ผืน ที่ผลิตจากการรีไซเคิลขวด PET ได้ถึงปีละ 7.6 ล้านขวด

เรียนรู้แยกทันที ดีต่อโลก
จนปัจจุบันได้เพิ่มมูลค่าให้ขวด PET และส่งต่อประโยชน์ต่อสังคม แล้วกว่า 45.6 ล้านขวด ส่งมอบเป็นผ้าห่มผืนเขียวรักษ์โลก 1,200,000 ผืน ซึ่งผ้าห่มหนึ่งผืนเทียบเท่าการรีไซเคิลขวด PET 38 ขวด
ภายใต้กิจกรรมการส่งต่อไออุ่น โครงการยังมุ่งเน้นการสร้างโอกาสในการเรียนรู้การดูแลสุขภาพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนในพื้นที่

ตรวจสุขภาพ
ทำให้มีอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของโครงการ “ไทยเบฟ๊รวมใจต้านภัยหนาว” ในครั้งนี้ คือกิจกรรม “แยกทันที ดีต่อโลก” โดยมี ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล มาร่วมถ่ายทอดความรู้ให้กับน้องๆ นักเรียน ที่ให้ความสนใจเรื่องการคัดแยกขยะมาร่วมทำกิจกรรมกันอย่างคึกคัก
ขณะเดียวกัน โครงการยังได้มอบโอกาสความช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตในมิติต่างๆ ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุขและกีฬา

ภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วนเพื่อร่วมสานต่อปณิธานแห่งการให้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสุขภาพและสาธารณสุข ที่เล็งเห็นถึงปัญหาด้านการเข้าถึงบริการทางสุขภาพของชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขประจำจังหวัด หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ อาทิ ช้างคลินิกเคลื่อนที่ โรงพยาบาลรวมแพทย์ยโสธร มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ลงพื้นที่พร้อมกับคาราวานผ้าห่มผืนเขียว เพื่อบริการตรวจสุขภาพให้กับพี่น้อง 15 จังหวัด พร้อมบริการฝังเข็มแก้อาการปวด และบริการตัดผมอีกด้วย

ฝังเข็มแก้อาการปวด
เมื่อปี 2565 โครงการ “ไทยเบฟ รวมใจต้านภัยหนาว” โดย มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอกพบผู้ป่วยคอพอก ที่ อ.เมืองอาย จ.เชียงราย ซึ่งผู้ป่วยมีก้อนบริเวณคอขนาดใหญ่ อันเนื่องจากอาการต่อมไทรอยด์มีขนาดใหญ่ผิดปกติ จากนั้นได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผ่าตัดรักษาจากทีมแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญ จนผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

บริการตัดผม
ผศ.นพ.เศรษฐพงศ์ บุญศรี รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และอาจารย์ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้มีก้อนไทรอยด์ที่โตอาจกดทับทางเดินหายใจ เลยต้องใช้วิธีนำสลบโดยแก๊สนำสลบและใส่ท่อช่วยหายใจผ่านกล้องส่องกล่องเสียงซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี ผู้ป่วยมีอาการลิ้นหัวใจห้องขวารั่ว ส่งผลทำให้หัวใจห้องขวาบนและหัวใจห้องขวาล่างโต ตลอดการผ่าตัดไม่มีภาวะแทรกซ้อน
นับเป็นการตอกย้ำปณิธานแห่งการ “ให้” และการ “แบ่งปัน” ภายใต้ “ผ้าห่มผืนเขียว” สัญลักษณ์ที่เป็น “มากกว่าความอบอุ่น คือสังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืน”
วิภา สุนันท์สถาพร